ตะลอนเที่ยว : ‘ทอง’ผู้สร้างรอยยิ้มให้ทุกคนที่ได้พบเห็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256176

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คุณเคยเห็นลูกกระบือตัวเล็กๆ ที่เพิ่งคลอดได้ประมาณเดือนเศษๆ หรือไม่

หากไม่เคยเห็นคุณคงจินตนาการได้ไม่ชัดว่าเขาจะมีสภาพเช่นไร

แต่สำหรับ “ทอง” ลูกกระบือเพศผู้ตัวน้อย อายุประมาณ 1 เดือนเศษ ผู้มีขนสีทองนวลๆ เป็นที่น่ารักน่าชังแก่ผู้พบเห็น จนหลายคนซึ่งบอกว่าไม่เคยคิดจะชอบกระบือเลย เพราะกลัวว่าเขาจะวิ่งไล่ขวิดจนเราไส้ทะลัก กลับบอกว่า หลงรัก “ทอง” มากมาย พอได้เห็นแล้วก็อยากเข้าไปกอด

“ทอง” คือลูกกระบือที่คณะผู้อ่านแนวหน้าได้ร่วมกันไถ่ชีวิตแม่ของเขาออกมาจากโรงฆ่าสัตว์เมื่อประมาณช่วงกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนั้นคณะผู้อ่านได้ไถ่ชีวิตกระบือมาทั้งหมด 3 ตัว โดยมีแม่กระบือซึ่งมีท้องอ่อนๆ มาด้วยหนึ่งตัว แล้วคณะได้นำไปมอบให้กับโครงการสวนบำบัด 2 ที่อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี

อันที่จริง คณะของเรายังได้ไถ่ชีวิตวัวจากโรงฆ่าสัตว์แล้วมอบให้กับโครงการสวนบำบัดอีก 5 ตัวด้วย โดยได้มอบวัวให้ก่อน แล้วจากนั้นอีกประมาณ3 เดือน จึงได้มอบควาย 3 ตัว ให้กับโครงการดังกล่าว

หลังจากมอบโค-กระบือให้กับผู้รับแล้ว เราก็ได้ตกลงกับคณะผู้บริจาคว่า เราจะไปเยี่ยมพวกเขาเป็นระยะๆ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ คณะของเราประมาณ 20 คน ได้รวมตัวกันไปเยี่ยมโค-กระบือที่ได้บริจาคให้กับสวนบำบัดฯ ซึ่งภาพที่ผู้ร่วมบริจาคได้พบเห็นคือ โคและกระบือ ที่คณะของเราช่วยให้พวกเขามีชีวิตรอดจากโรงฆ่าสัตว์ พวกเขามีความสุข มีร่างกายที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ มีอาหารการกินที่สมบูรณ์ มีที่อยู่อาศัยที่นับได้ว่าสุขสบาย และที่สำคัญคือมีคนดูแลเอาใจใส่เขาเป็นอย่างดี

เมื่อได้เห็นภาพเช่นนี้ ก็ทำให้คณะผู้ร่วมบริจาครู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ และยิ้มได้เต็มใบหน้า หลายคนบอกว่า ขอให้โค-กระบือเหล่านี้มีความสุขมากๆ

นี่คือความสุขของการให้ ซึ่งเป็นการให้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน แต่ทุกคนก็ได้รับสิ่งตอบแทนอย่างคุ้มค่านั่นคือความสุขใจ ความอิ่มเอมใจ และรอยยิ้ม

ขอย้อนกลับไปที่ “ทอง” ลูกควายตัวน้อย หรือบางคนเรียกว่า “ลูกแหง่” ขนของ “ทอง” มีสีทองนวลๆ ถึงแม้ขนจะไม่นิ่ม ไม่ปุย แต่หลายคนก็บอกว่า “ทอง”น่ารักมาก

“ทอง” จะอยู่ใกล้และคลอเคลียกับแม่ตลอดเวลา เพราะยังไม่หย่านม

ผู้ร่วมไปเยี่ยมโค-กระบือในวันนั้นหลายคนพยายามจะเข้าไปใกล้และสัมผัสตัวของ “ทอง” แต่ทว่าลูกควายตัวน้อยมีอาการตื่นและกลัวคนพอสมควร “ทอง” แอบมองกลุ่มผู้ไปเยี่ยมอยู่ข้างหลังแม่ และไม่ค่อยยอมให้ใครถูกตัวเขา ยิ่งเมื่อเราพยายามจะเข้าไปใกล้เขา เขาก็จะยิ่งแอบซุกเข้าไปอยู่ในฝูงควาย แล้วก็แอบมองว่าเราเป็นใคร

“ทอง” อาจจะตื่นเต้น และตกใจ เนื่องจากคณะของเราไปกันประมาณ 20 คน ซึ่งนับว่ามากพอสมควร เพราะชีวิตประจำวันของ “ทอง” นั้น เขาจะอยู่กับฝูงควาย 8 ตัว โดยมีผู้เลี้ยงดู 1 คน เมื่อกลุ่มของเราไปกันมากมายเช่นนี้ก็เป็นธรรมดาที่ “ทอง” จะตกใจ และตื่นกลัว

ชีวิตประจำวันของ “ทอง” กับฝูงควายฝูงนี้ จะอยู่ในท้องทุ่งกว้าง เดินและเล็มกินหญ้าไปเรื่อยๆ พอตกบ่ายร้อนจัดก็จะลงนอนคลุกโคลนในปลัก และลงแช่ในหนองน้ำ พอตกเย็นก็จะถูกต้อนกลับเข้าคอก

เมื่อสังเกตดูก็จะเห็นได้ว่า ควายตัวอื่นๆ ที่คณะของเราได้ไถ่ชีวิตของเขาออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ พวกเขามีสุขภาพจิตดี บางตัวยอมให้คนในคณะของเราจับตัว และลูบหัวได้ ถึงแม้บางคนจะไม่เคยพบเจอพวกเขามาก่อนเลยก็ตาม แต่ก็มีบางตัวเช่นกันที่ยังมีความรู้สึกตื่นนิดๆ เมื่อคณะของเราเข้าไปใกล้ชิดกับพวกเขา

ผู้ร่วมคณะคนหนึ่งบอกว่า “ขอถูกตัวหน่อยนะ ไม่ต้องกลัว เราไม่ทำร้ายหรอก เราคือคนที่ช่วยชีวิตเจ้าจากโรงฆ่าสัตว์” พอพูดแล้วก็ยื่นมือไปจับหัวของเขา น่าประหลาดใจที่เขายอมให้จับ นั่นคงเป็นเพราะว่าเมื่อเขามั่นใจว่าเราไม่ทำอันตรายกับเขา เขาก็ลดความตื่นกลัวลงไปได้

นี่คือความอัศจรรย์ของจิตบริสุทธิ์ที่สามารถสื่อสารถึงกันได้ ถึงแม้คนกับควายจะไม่เคยพบเจอกันมาก่อนเลยก็ตาม

คณะของเราใช้เวลาเยี่ยมโคกระบือนานประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ แล้วก็นั่งรถต่อไปยังวัดญาณสังวราราม อำเภอสัตหีบ เพื่อไปทำบุญไหว้พระ แล้วกลับเข้ากรุงเทพฯ โดยถึงกรุงเทพฯ ประมาณ 21 นาฬิกา

ทุกคนอิ่มเอมใจ ทุกคนมีรอยยิ้มเต็มใบหน้า ทุกคนดีใจมากที่เห็นว่าสัตว์ที่เราทุกคนและผู้อ่านแนวหน้าอีกหลายร้อยคนได้ร่วมกันไถ่ชีวิตจากโรงฆ่าสัตว์มีชีวิตที่ดี มีความสุขสมบูรณ์ และสามารถขยายพันธุ์ได้ เพียงเท่านั้นก็สุขใจจนเกินบรรยายแล้ว

โครงการไถ่ชีวิตโคกระบือจากโรงฆ่าสัตว์แล้วมอบให้ผู้ใจบุญและเกษตรกรนำไปเลี้ยงดูจนสิ้นอายุขัย โดยมีสัญญาผูกพันว่าไม่ฆ่า ไม่ขาย และไม่ทำร้ายสัตว์ที่ได้รับไปอย่างเด็ดขาด โครงการนี้จัดทำมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 โดยได้รับการบริจาคจากผู้อ่านแนวหน้าล่าสุดได้ไถ่ชีวิตโคกระบือมาแล้วรวม 43 ชีวิต โดยมอบให้เกษตรกรในจังหวัดสุพรรณบุรี ขอนแก่น นครปฐม และชลบุรี

ส่วนโครงการต่อไปคือการมอบโคกระบือให้กับเกษตรกรในจังหวัดยะลา โดยการประสานงานกับหน่วยทหารพรานที่ 47 จังหวัดยะลา ถ้าหากผู้อ่านรายใดต้องการร่วมบริจาคเงินสมทบโครงการนี้ โปรดติดต่อที่หมายเลข 091-7233615 ขณะเดียวกันหากผู้อ่านรายใดมีที่ดิน มีทุ่งหญ้า มีแหล่งน้ำ มีโรงเรือนเลี้ยงโคกระบือ และมีผู้ดูแลสัตว์ สามารถติดต่อขอรับโคกระบือไปดูแลได้เช่นกัน หากคุณมีคุณสมบัติครบถ้วน คณะผู้จัดทำโครงการนี้ก็ยินดีมอบสัตว์ให้คุณไปเลี้ยงดู

ขอขอบคุณ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ที่ให้การสนับสนุนรถยนต์และค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับการเดินทางไปเยี่ยมโคกระบือตลอดทุกทริปที่ผ่านมา

 

Leave a comment