ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/264787
วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
จากนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ที่ตั้งเป้าให้คนไทยมีรายได้เฉลี่ยพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางในอีก 20 ปีข้างหน้า เพื่อจะก้าวไปสู่ประเทศไทย “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ในส่วนภาคเกษตรเองก็มีการขับเคลื่อนแผนงานเพื่อผลักดัน เกษตร 4.0 เช่นกันด้วยการพัฒนาไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ที่เน้นการบริหารจัดการและเทคโนโลยี ที่จะทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีอาชีพที่มั่นคง ภาคเกษตรมั่งคั่ง และมีการทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไว้ให้ลูกหลานได้ใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน

นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า การขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 ด้านการเกษตร อาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดเป้าหมายไว้ก็คือ เกษตรกรจะต้องพัฒนาศักยภาพไปสู่การเป็น Smart Farmer มีการปรับตัวโดยใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำการเกษตรมากขึ้น ทำการเกษตรแบบสมัยใหม่ที่ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง ผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้นผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานเป็นที่ต้องการของตลาด และมีการเชื่อมโยงการตลาดผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะตลาดออนไลน์หรือE-Market เหนือสิ่งอื่นใดคือการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นหลักในการประกอบอาชีพเกษตรและการดำเนินชีวิต หากเกษตรกรสามารถปฏิบัติได้ตามแนวทางที่ตั้งไว้ ผลลัพธ์ที่ได้คือเกษตรกรจะได้พ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ภายใน 20 ปีข้างหน้า (ปี 2560-2579) เกษตรกรไทยจะมีค่าเฉลี่ยรายได้สุทธิจากการทำการเกษตรอยู่ที่ 390,000-400,000 บาทต่อครัวเรือน จากปัจจุบันค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 150,000 บาทต่อครัวเรือน

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ในฐานะเป็นหน่วยงานกลางด้านการจัดทำข้อมูลการเกษตร มีการวิจัยเชิงเศรษฐกิจการเกษตร เสนอแนะนโยบาย จัดทำยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาและมาตรการทางการเกษตรให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนติดตาม และประเมินผลโครงการที่สำคัญของกระทรวงเกษตรฯ รวมถึงรัฐบาล อีกทั้งมีหน้าที่จัดทำและบริการข้อมูลสารสนเทศด้านเศรษฐกิจการเกษตรที่เกี่ยวข้องทุกด้าน เพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะโดยเฉพาะเกษตรกร ให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งในปี 2560 สศก.ได้ก่อตั้งมาครบ 38 ปี โดยวันที่ 24 มีนาคมของทุกปีจะเป็นวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

ฉะนั้นในก้าวย่างที่ 39 ของ สศก. จะมุ่งเน้นขับเคลื่อนภารกิจให้สอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศด้านการเกษตรภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 รวมทั้งนโยบายยกกระดาษ A4 ของพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยเฉพาะการพัฒนาด้านข้อมูลข่าวสารการเกษตร ที่มีความถูกต้อง เที่ยงธรรม ครบถ้วนสมบูรณ์และมีความทันสมัย เกิดการยอมรับเพื่อนำไปใช้ในการวางแผนการผลิต เนื่องจาก สศก.ตระหนักดีว่าข้อมูลที่ถูกต้องจะนำไปสู่การวางแผนการผลิตที่แม่นยำ ซึ่งที่ผ่านมา สศก.ได้เผยแพร่ข้อมูลด้านการเกษตรผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งเว็บไซต์ของ สศก. http://www.oae.go.th ผ่านเศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) ที่ประจำอยู่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.882 ศูนย์) ผ่านสื่อมวลชนแขนงต่างๆ และช่องทางแอพพลิเคชั่น ที่เกษตรกรสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองผ่านโทรศัพท์ สมาร์ทโฟน ทั้งในระบบปฏิบัติการ IOS และ Android ซึ่งจะมีข้อมูลหลากหลาย เช่น ข้อมูลผลผลิตทางการเกษตร ราคาสินค้าเกษตร สถานที่รับซื้อทั้งตลาดกลาง ตลาดซื้อขายล่วงหน้าไปถึงตลาดโลก ทั้งนี้ สศก.มีความมุ่งมั่นพัฒนาข้อมูลด้านการเกษตรและระบบการให้บริการที่มีความถูกต้อง ครบถ้วนทันสมัยและเข้าถึงได้ง่าย เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

จริยา สุทธิไชยา
นางสาวจริยากล่าวเพิ่มเติมว่าเป้าหมายสำคัญที่จะต้องมุ่งไปให้ถึงผลลัพธ์ที่ตั้งไว้ก็คือ เกษตรกรอยู่ดีมีสุข ตัวชี้วัดจากดัชนีความผาสุกของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้เกษตรกรไทยมีดัชนีความผาสุกอยู่ที่ร้อยละ 78 หมายความว่าจะต้องทำให้เกษตรกรมีรายได้ เพิ่มขึ้น หนี้สินลดลง และมีการเงินออม ครอบครัวอบอุ่น สุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคภัยอันเกิดจากการใช้สารเคมีทางการเกษตร ที่สำคัญมีการรวมกลุ่มเกษตรกรอย่างเข้มแข็งด้วยระบบสหกรณ์หรือสถาบันเกษตรกร รวมกันผลิต รวมกันแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม และรวมกันหาตลาดที่สามารถสร้างอำนาจต่อรองทางการค้า และสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้เกษตรกรและชุมชน นำไปสู่การเป็นเกษตรกร 4.0 ได้ในที่สุด แต่ก็ไม่ได้ละเลยเกษตรกร 1.0, 2.0 หรือ 3.0 ซึ่งจะต้องค่อยๆ พัฒนาเกษตรกรเหล่านี้ให้ขยับยกระดับขึ้นมาตามลำดับต่อไป โดยความร่วมมือระหว่าง Smart Officer และเครือข่ายของ Smart Farmer ที่มีอยู่นับแสนราย และ Young Smart Farmer อีกนับหมื่นรายที่กระจายอยู่ตามท้องถิ่นต่างๆ รวมถึงการสานพลังประชารัฐ จะช่วยผลักดันให้เกษตรกรพัฒนาศักยภาพการผลิตไปสู่ยุคเกษตรสมัยใหม่ เชื่อมั่นว่าในอีก 20 ปีข้างหน้าเราจะได้เห็นเกษตรไทยเป็น Smart Farmer และเป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรในอาเซียนในฐานะผู้นำด้านการเกษตร
