ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/264012
นายสุรเดช เตียวตระกูล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญกับเกษตรอินทรีย์เป็นอย่างมากเนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่มุ่งเน้นด้านสุขภาพ และการรักษาสิ่งแวดล้อม ประกอบกับเกษตรอินทรีย์เป็นการทำเกษตรกรรม เพาะปลูกพืชที่ไม่ใช้สารเคมีหรือปุ๋ยอินทรีย์ เน้นการใช้อินทรียวัตถุและปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยพืชสด และน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสารเร่ง พด. ของกรมพัฒนาที่ดิน ใช้การผลิตที่มีการจัดการการตลาดร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถแข่งในตลาดโลกได้
อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวอีกว่า ในปี 2560 กรม มีแผนงานที่จะพัฒนากลุ่มเกษตรกร ให้เข้าสู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ดังนั้นกรมจึงได้จัดทำโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรกรสู่การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ขึ้น ระหว่างเดือนมกราคม-กันยายน 2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรทุกจังหวัดที่มีความพร้อมและสมัครใจเข้าสู่การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับองค์ความรู้เรื่องระบบการผลิตเกษตรอินทรีย์ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตต่างๆ เพื่อช่วยในการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลิต จากกรมพัฒนาที่ดิน รวมทั้งการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อที่เกษตรกรรมจะได้ไม่มีการใช้สารเคมีหรือปุ๋ยเคมีในการผลิต โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรม เป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่มเกษตรกร และการถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตเกษตรอินทรีย์ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์การขับเคลื่อนกระบวนการรับรองแบบมีส่วนร่วม PGS ให้กับกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ
สำหรับโครงการดังกล่าว มีเป้าหมายเกษตรกรที่มีศักยภาพและสนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 200กลุ่ม เกษตรกร 1,000 ราย พื้นที่ 10,000 ไร่ แบ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรกลุ่มใหม่ที่มีความสมัครใจเข้าร่วมโครงการเป้าหมาย 150 กลุ่ม เกษตรกร 750 ราย พื้นที่ 7,500 ไร่และเกษตรกรกลุ่มเดิมที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้กรม สนับสนุนต่อยอดการดำเนินงานให้เข้าสู่กระบวนการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) เป้าหมาย50 กลุ่ม เกษตรกร 250 ราย พื้นที่ 2,500 ไร่
อย่างไรก็ตาม หลังจากเกษตรกรเข้าร่วมโครงการดังกล่าวแล้ว จะสามารถดำเนินการยื่นสมัครขอรับรองมาตรฐานพืชอินทรีย์กับกรมวิชาการเกษตร และมาตรฐานข้าวอินทรีย์กับกรมการข้าวได้ รวมทั้งกรมจะให้การสนับสนุนปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่จำเป็นสำหรับการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ด้วย