ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/265165
วันพฤหัสบดี ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผย เมื่อวันที่ 11 เมษายนถึงโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ ว่ากระแสทั่วโลกหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น บริโภคอาหารที่ปลอดสารเคมี การเพาะปลูกไม่พึ่งพาการใช้สารเคมี ช่วยลดอุปสรรคทางการค้าจากต่างประเทศที่เข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งอนาคตแนวโน้มการส่งออกข้าวอินทรีย์ได้มากขึ้น รวมทั้งรัฐบาล มีนโยบายยกระดับราคาสินค้าเกษตรพืชเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร ปรับตัวเป็นเกษตร4.0 โดยมีแผนข้าวครบวงจร กำหนดเพิ่มพื้นที่ปลูกข้าวอินทรีย์ ร้อยละ 20 ต่อปี ให้เพียงพอต่อความต้องการตลาดในประเทศและส่งออก วางเป้าภายในปี 60-64 เกษตรกรผลิตได้ 1 ล้านไร่ จากเดิม 6 หมื่นไร่ ชดเชยรายได้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 3 ปี เพราะช่วงเริ่มต้นผลผลิตข้าวจะลดลง รวมทั้งเกษตรกรต้องผ่านการประเมินจากคณะทำงานอินทรีย์จังหวัดตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้ พื้นที่เพาะปลูกต้องไม่มีสารเคมีอันตรายตกค้าง แหล่งน้ำต้องมาจากที่สะอาดปราศจากสารปนเปื้อน และต้องดำเนินการตามคำแนะนำของกรมการข้าว ซึ่งจะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ให้รายละไม่เกิน 15 ไร่ต่อราย
ในส่วนผลผลิตกระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้ดำเนินการหาตลาดเช่นตลาดสหภาพยุโรปเพื่อส่งออกข้าวอินทรีย์ของเกษตรกร ซึ่งใน 1 ไร่ เกษตรกรจะได้ข้าวเปลือกอินทรีย์คุณภาพดี 400 กิโลกรัม ได้ราคากิโลกรัมละ 20 บาท โดยจะได้ราคาดีกว่าข้าวเปลือกปกติที่มีราคาเพียงแค่ 12 บาทต่อกิโลกรัม หากนับยอดรวมใน 1 ล้านไร่ เกษตรกรจะได้ข้าวเปลือกอินทรีย์จำนวน 4 แสนตัน ราคา 8 ล้านบาท แต่หากเป็นข้าวเปลือกปกติจะขายได้ราคาเพียง 4.8 ล้านบาท ดังนั้นได้ส่วนต่างราคาถึง 3.2 ล้านบาท คิดเป็นราคามูลค่าเพิ่มถึง 66%
