รักษ์เกษตร : การเตรียมการปลูก และดูแลพืชหน้าแล้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/265770

วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คำถาม ผมอยากทราบ เทคนิคการเตรียมการปลูกและดูแลพืชหน้าแล้ง เพื่อจะได้นำไปใช้ปฏิบัติต่อไป

ศักดิ์สยาม วิสัยสัญจร

อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร

คำตอบ การเตรียมการปลูกและดูแลพืชผล ที่จะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแห้งแล้งมีความสำคัญมาก ควรศึกษาเรื่อง การเตรียมการก่อนการปลูกและการดูแลรักษา ดังนี้

1.การเตรียมการก่อนการปลูก ให้พิจารณาจาก

-สภาพพื้นที่ดิน ควรหลีกเลี่ยงพืชที่ไม่เหมาะสมกับดิน เช่น ไม่ปลูกถั่วเขียว ถั่วลิสง ในพื้นที่ลุ่มที่เป็นดินเหนียว เช่น ที่นา เพราะเป็นดินเหนียว มีการระบายน้ำยาก พืชที่เหมาะสมคือ ข้าว แห้ว เผือก ถ้าในบริเวณที่มีน้ำเพียงพอ แต่ถ้าเป็นดินร่วนหรือค่อนข้างร่วน จะสามารถปลูกพืชตระกูลถั่ว และข้าวโพด ได้ผลดี

-ความต้องการน้ำของพืช ในฤดูแล้ง ควรเลือกพืชที่ต้องการน้ำค่อนข้างน้อย ได้แก่ พืชไร่ พืชผัก ซึ่งควรปลูกในพื้นที่ดินร่วนระบายน้ำดี และมีแหล่งน้ำอยู่ใกล้เคียง เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่เกิดการขาดน้ำในช่วงวิกฤติ

-ระยะเวลาที่ปลูก พืชฤดูแล้งบางชนิด มีเวลาปลูกที่เหมาะสม ซึ่งถ้าปลูกล่าช้าเกินไป จะได้ผลผลิตต่ำ เช่น ถั่วเหลือง ถ้าปลูกในฤดูแล้ง ให้ปลูกช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม ไม่ควรปลูกล่าช้ากว่านี้ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ไม่ควรปลูกล่าช้ากว่าเดือนกุมภาพันธ์ จึงจะได้ผลผลิตดี เพราะในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน อากาศร้อนจัด จะมีผลต่อการเจริญเติบโตและการออกดอกติดฝัก

-การตลาด มีตลาดท้องถิ่นรับซื้อในราคาที่เหมาะสม หรือมีโรงงานอุตสาหกรรมเกษตรที่พร้อมให้ความร่วมมือในการผลิตแบบมีสัญญาล่วงหน้า มีโรงงานอุตสาหกรรมเกษตร ที่ต้องการวัตถุดิบ เช่น ข้าวโพดหวาน มันฝรั่ง พริก ถั่วเหลืองฝักสดถั่วเหลือง ข้าวโพดฝักอ่อน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มะเขือเทศหน่อไหม้ฝรั่ง เมล็ดพันธุ์ผัก โดยมีการกำหนดจุดรับซื้อ โควตาการผลิต และราคาที่คุ้มกับการลงทุน

-การแปรรูป ควรเลือกพืชที่ปลูกแล้ว สามารถขายเป็นวัตถุดิบ เพื่อแปรรูปในท้องถิ่นได้ เช่น พริก ถั่วเหลือง ขมิ้น ผักกาด ถั่วลิสงเมล็ดโต
สมุนไพร เพื่อเพิ่มมูลค่าการผลิต บรรเทาปัญหาสินค้าล้นตลาด และสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนด้วย

2.วิธีการดูแลรักษา ถ้าปลูกพืชไปแล้ว และทราบว่ากำลังจะเกิดปัญหาการขาดน้ำ ควรเร่งป้องกันการระเหยของน้ำจากต้นพืชให้น้อยที่สุด และรักษาความชุ่มชื้นของดินไว้ให้มากที่สุด เกษตรกรควรแก้ปัญหาดังนี้

-ให้ใช้วัสดุคลุมแปลงปลูก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ เศษหญ้า ใบไม้ ชานอ้อย แกลบ หรือขุยมะพร้าวกลบโคนต้น แต่อย่าให้สูงกว่าข้อที่ 1 และข้อที่ 2 ของกิ่งหลัก

-ให้น้ำแบบประหยัด โดยให้ในช่วงวิกฤติที่พืชขาดน้ำไม่ได้ ได้แก่ ระยะต้นอ่อน ออกดอก และระยะติดฝักออกผล ตามเวลาที่พืชต้องการ อาจให้น้ำแบบหยด ซึ่งต้องลงทุนสูงพอสมควร เหมาะสำหรับพืชผัก ไม้ดอก ไม้ผล ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มกับการลงทุน หรือให้น้ำแบบพ่นฝอย วิธีการนี้ ต้องลงทุนครั้งแรกในการติดตั้งค่อนข้างสูงเหมือนระบบน้ำหยด จึงเหมาะกับพืชที่ให้ผลตอบแทนสูงคุ้มกับการลงทุน เช่น พืชผัก ไม้ผล ไม้ดอก หรือให้น้ำแบบเฉพาะในร่อง โดยทำเป็นร่องน้ำขนาดเล็กระหว่างแถวปลูกพืช โดยให้น้ำไหลไปตามความลาดเทของร่อง หรือให้น้ำแบบตักรดวิธีนี้ ต้องใช้แรงงานมาก และใช้เวลานาน

นอกจากนี้ ให้ตรวจสอบแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเฝ้าระวังการระบาดของศัตรูพืช และตรวจดูแลปริมาณน้ำในแหล่งน้ำใกล้เคียงพื้นที่ปลูก หรือสระน้ำขนาดเล็กในพื้นที่ ว่ามีน้ำเพียงพอหรือไม่

นาย รัตวิ

Leave a comment