ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/264938
วันพุธ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เข้าสู่เทศกาลสงกรานต์-ปีใหม่ไทย ช่วงเวลาแห่งความสุข การกลับสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นของพ่อแม่ ปู่ยา ตายาย ครอบครัวจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา หลังจากลูกหลานต้องดิ้นรนไปทำงานต่างบ้านต่างเมือง ห่างไกลกันแรมปี ช่วงนี้จะได้คืนสู่บ้านเกิดเมืองนอนกันอีกครั้ง…เบื้องต้นก่อนที่จะเข้าเรื่องที่ต้องการจะเขียนถึง ผมจึงขออนุญาตอวยพรผู้อ่านทุกๆท่านและพี่น้องประชาชนไทยของเรา เดินทางไปและกลับช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วยความปลอดภัย และขอให้มีความสุขกับญาติมิตรในถิ่นเกิดอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะกลับมาทำงาน สู้ชีวิตกันต่อไปอย่างมีพลังเต็มเปี่ยม
ที่นี้ มาเข้าเรื่องกัน………..
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้ว หลังงานพระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญโดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ในวันจักรี 6 เมษายนที่ผ่านมา นับเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ของราชอาณาจักรไทยที่เป็นความหวังของคนไทยทั้งประเทศว่า จะนำไปสู่การทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ทั้งด้านการเมืองการปกครอง ไปจนถึงเศรษฐกิจและสังคม
แค่ทันทีที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ก็ได้ส่งสัญญาณ“เชิงบวก”ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นด้านต่างๆ ดีขึ้นทันตา โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ สะท้อนจากบรรดาผู้นำภาคธุรกิจที่ออกมายืนยันเรื่องนี้ ด้วยเห็นว่า เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว ทิศทางประเทศไทยก็จะมีความชัดเจนตามโรดแมปว่า จะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ได้ภายในปลายปี 2561
ซึ่งความชัดเจนตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญที่นักลงทุนต่างๆ ต้องการ เพื่อจะได้ดำเนินการวางแผนการลงทุนได้อย่างถูกต้องต่อไป
ใครที่สนใจเนื้อหารัฐธรรมนูญฉบับนี้ สามารถหาอ่านทั้งฉบับได้ละเอียดจากเว็บไซต์ของราชกิจจานุเบกษา แต่ผมขอหยิบยกบางส่วนที่เกี่ยวข้องถึงพี่น้องเกษตรกรไทยมาเขียนถึงตรงนี้สักหน่อย
อย่างใน“หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ” มีมาตราที่ขอยกมาให้ดูกัน คือ
มาตรา ๗๒ รัฐพึงดำเนินการเกี่ยวกับที่ดิน ทรัพยากรน้ำและพลังงาน ดังต่อไปนี้ (๑) วางแผน การใช้ที่ดินของประเทศให้เหมาะสมกับสภาพของพื้นที่และศักยภาพของที่ดินตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน (๒) จัดให้มีการวางผังเมืองทุกระดับและบังคับการให้เป็นไปตามผังเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมตลอดทั้งพัฒนาเมืองให้มีความเจริญโดยสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ (๓) จัดให้มีมาตรการกระจายการถือครองที่ดินเพื่อให้ประชาชนสามารถมีที่ทำกินได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม (๔) จัดให้มีทรัพยากรน้ำที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อการอุปโภค-บริโภคของประชาชน รวมทั้งการประกอบเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการอื่น (๕) ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า รวมทั้งพัฒนา และสนับสนุนให้มีการผลิตและการใช้พลังงานทางเลือกเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืน
มาตรา ๗๓ รัฐพึงจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกรประกอบเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง มีความปลอดภัย โดยใช้ต้นทุนต่ำ และสามารถแข่งขันในตลาดได้ และพึงช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากไร้ให้มีที่ทำกิน โดยการปฏิรูปที่ดินหรือวิธีอื่นใด
ที่จริงเนื้อหา 2 มาตรานี้ไม่ได้พิเศษไปกว่ารัฐธรรมนูญฉบับอื่นๆที่เคยมีมา แต่ที่ผมอยากตอกย้ำตรงนี้ก็คือ รัฐธรรมนูญทุกฉบับต่างก็บัญญัติไว้ในลักษณะนี้ เพียงแต่ที่ผ่านๆ มา เคยมีรัฐบาลใดบางไหม ที่แปรตัวหนังสือในรัฐธรรมนูญ ให้นำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นมรรคผลได้จริงบ้าง
อีกประเด็นก็คือ แล้วจะมีวิธีใดบ้างไหม ที่จะควบคุมกำหนดให้รัฐบาลใดก็ตามที่จะมาทำหน้าที่ต่อจากนี้ ต้องทำให้ได้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด
ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ฉบับนี้ ได้บัญญัติให้มีการกำหนด “ยุทธศาสตร์ชาติ” ทั้งบัญญัติให้รัฐบาลใดก็ตามจากนี้ ต้องดำเนินการให้เป็นไปตาม “ยุทธศาสตร์ชาติ” ทั้งบัญญัติในมาตรา 162 ว่า “คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ, แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ และต้องชี้แจง แหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่”
นี่พอจะเป็นความหวังได้มากกว่ารัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ หรือไม่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะถูกแปรไปเป็นการปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของคนไทยและพี่น้องเกษตรกรทั้งมวลต่อไป….ต้องดูกันต่อไป
สาโรช บุญแสง