ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/265650
นายบุญยืน ดำสุทธิ์ เกษตรอำเภอเมืองอำนาจเจริญ กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า พื้นที่อำเภอเมืองอำนาจเจริญมีพื้นที่ทั้งหมด 4.5 แสนไร่ เป็นพื้นที่ทำการเกษตรและป่า 4 แสนไร่ จึงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตร โดยทำนาเป็นอาชีพหลัก ซึ่งส่วนใหญ่จะทำนาโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก แต่ช่วงแล้งที่ผ่านมาไม่มีฝน ทำให้ขาดแคลนน้ำ และไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติจึงทำให้ไม่สามารถทำการเกษตรอื่นๆ ได้ แต่ด้วยการบูรณาการของรัฐบาลได้เข้ามาสนับสนุนงบประมาณในกาก่อสร้างระบบประปาเพื่อการเกษตร ก็ทำให้ประชาชนมีน้ำใช้เพื่อการเกษตร และสามารถปลูกพืชผักสร้างรายได้ตลอดทั้งปี แม้ว่าจะไม่มากนัก แต่ก็สามารถช่วยสร้างรายได้ ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างมาก
โดยต้นแบบประปาเพื่อการเกษตร ได้ตั้งอยู่ที่ชุมชนบ้านป่าเตย หมู่ที่ 11 ตำบลกุดปลาดุก อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นหมู่บ้านที่เกษตรกรส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาปลูกข้าว โดยอาศัยน้ำฝน ซึ่งสามารถทำนาได้ปีละครั้งเท่านั้น และในหน้าแล้งก็ไม่สามารถทำการเกษตรได้เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำเพียงพอสำหรับทำการเกษตรหรือเพาะปลูกได้ ดังนั้นเกษตรกรในชุมชนจึงได้ร่วมกันคิดแก้ปัญหาให้กับชุมชนของตนเองโดยการหาแหล่งน้ำมาใช้ในการทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเกษตรอำเภอได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการวางแผนและการบริหารจัดการน้ำให้กับชุมชน เพื่อใช้ในการเกษตรในช่วงแล้งอีกด้วย
โดยรูปแบบระบบน้ำประปาเพื่อการเกษตรจะมีลักษณะเป็นแหล่งน้ำ ที่เกิดขึ้นจากการขุดเจาะบ่อบาดาล ขนาด 6 นิ้ว จำนวน 1 บ่อ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบบไฟฟ้า จำนวน 1 ชุด ใช้ถังเก็บน้ำยกสูง ความสูงประมาณ 20 เมตร และถังเก็บน้ำ ขนาด 400 ลิตร จำนวน 4 ถัง จ่ายน้ำผ่านท่อ พีวีซี ขนาด 2 นิ้ว สำหรับกระจายน้ำไปยังพื้นที่แปลงเพาะปลูกพืชของเกษตรกรในพื้นที่ ประมาณ 10 ไร่ พร้อมกับติดตั้งมิเตอร์น้ำของเกษตรกรผู้ใช้น้ำทุกแปลง เพื่อใช้ในการจัดเก็บค่าน้ำตามปริมาณการใช้น้ำของเกษตรกรแต่ละราย
ทั้งนี้หลังจากที่เกษตรกรมีระบบประปาเพื่อการเกษตรใช้ จึงส่งผลให้เกิดกิจกรรมการสร้างรายได้ต่างๆ ขึ้น อาทิ การปลูกพืชผักอินทรีย์ เน้นการบริโภคในครัวเรือน ส่วนที่เหลือจึงส่งออกจำหน่าย การปลูกหญ้าเลี้ยงวัว ควาย เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารของสัตว์ในหน้าแล้ง โดยกิจกรรมที่เกิดขึ้นถือเป็นการสร้างรายได้และเป็นการใช้เวลาในช่วงแล้งให้เกิดประโยชน์ได้จริงอย่างคุ้มค่า เนื่องจากเกิดขึ้นจากความต้องการของชุมชน และเป็นการแก้ไขปัญหาให้กับชุมชนอย่างแท้จริง เป็นการส่งเสริมการทำการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง เน้นปลูกเพื่อบริโภคในชุมชน ส่วนที่เหลือจึงจะจำหน่ายออกสู่ตลาด อันนำมาการแบ่งปันเอื้ออาทรต่อกันและกันในชุมชน และในอนาคตกรมส่งเสริมการเกษตรกรเองก็มีนโยบายที่จะส่งเสริมให้เกษตรใช้เทคโนโลยีประหยัดน้ำ ลดต้นทุนการผลิตให้เพิ่มมากขึ้น ได้แก่ การใช้น้ำด้วยระบบสปริงเกอร์ ระบบน้ำหยด เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้น้ำโดยที่พืชสามารถได้รับน้ำอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป