ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/264589
วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบการตั้งกระทรวงเกษตรฯ 1 เมษายนอีกครั้ง ปีนี้เป็นปีที่ 125 ซึ่งหลังจากทำบุญตักบาตรและพิธีทางศาสนาแล้ว ท่านรัฐมนตรี “พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ” ก็เดินสายไปที่ กรมส่งเสริมการเกษตร ทันทีเพื่อมอบนโยบายให้เกษตรจังหวัด เพราะกรมนี้เขามีข้าราชการที่ คลุกคลีกับเกษตรกรในพื้นที่มายาวนาน กว่าทุกกรมก็ว่าได้
ทันทีที่ ท่านรัฐมนตรี มอบนโยบายในเบื้องแรก ไม่กี่นาทีที่ออกอาการหัวเสียทันที เมื่อเหลือบไปเห็นเกษตรจังหวัดคนหนึ่ง ที่มาฟังนโยบายในที่ประชุมนั่งหลับรับฟังนโยบายของท่านรัฐมนตรี แหม..นั่งทางในระหว่างที่ท่านรัฐมนตรีเรียกมากำชับขนาดนี้ต้อง บอกตรงๆว่า…พระสงฆ์งงกับท่านจริงๆที่รับฟังนโยบาย แบบนั่งทางในได้ เล่นเอาท่านรัฐมนตรีไม่แฮบปี้ ถึงกับออกปากเตือนกลางที่ประชุม มิน่าสั่งอะไรไป ไม่เคยเข้าใจ สั่งไปยังไงก็ไม่เคยได้ตามที่วาดหวัง อย่างนี้สินะการพัฒนาการเกษตรไทยมันถึงล่าหลัง ย่ำอยู่กับที่ ไม่มีอะไรดีขึ้น ซึ่งจากนี้ไปเจ้าหน้าที่ปรับแผนการทำงานใหม่ เข้าใจเข้าถึงเกษตรกร ไม่ใช่ทำงานอยู่กับที่ ต้องลงคลุกคลีเกษตรกร ที่สำคัญทุกหน่วยงานต้องทำงานร่วมมือร่วมใจมิใช่ต่างคนต่างทำ โดยยึดเป้าหมายในการพัฒนาการเกษตรไทยให้ได้อีกที อย่าลืม ณ เพลานี้ ความศรัทธา ระหว่างเกษตรกรไทยกับเจ้าหน้าที่ เกษตรกรเขาศรัทธาท่านๆน้อยลง เพราะที่ผ่านมา พึ่งพิงท่านๆ ลำบากเข้าถึงยากเข้าไปทุกที
มาอีกเรื่องที่เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพ ของงานการพัฒนาการเกษตรที่ไม่น่าเกิดขึ้นกับกระทรวงเกษตรฯนั้นคือ เรื่องการส่งเสริมเรื่องความกินดีอยู่ดีของเกษตรกร ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ที่กระทรวงเกษตรเขาจะผลักดันให้เกิดขึ้นให้ได้ 7 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ณ ปี 2560 ซึ่งเท่าที่แอบ ไปคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ ทั้งภาคกลาง โดยเฉพาะ จังหวัดชัยนาท สุพรรณและดอดไปถึงเมืองสารคาม แถวภาคอีสาน บอกตรงๆ หละงง กับ การทำงานของคนกระทรวงเกษตรจริงๆ ซึ่งเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงที่ท่านอยากเห็นนั้น เท่าที่ไปดู มันเหมือนว่า เจ้าหน้าที่ ของกระทรวงเกษตรที่ไปลงพื้นที่ ดูเหมือนจะไม่เข้าใจตนเอง อธิบายให้ชัดเจน เรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงวันนี้ มีเกษตรกรบางกลุ่มเขาอยากทำ แต่ยังขาดความเข้าใจ….อันนี้ ท่านหน่วยงานกระทรวงเกษตรก็ควรจะไปให้ความรู้ ส่งเสริมให้ถูกที่ ให้ถูกทาง ให้เห็นภาพชัดเจนว่าดีอย่างไร เพียงพอหรือพอเพียงอย่างไร เพราะพวกนี้เป็นพวกรอคอย การแนะนำถึงจะเดินได้ ส่วนบางพวกก็ไม่เคยสนใจกับภาครัฐ และยืนบนขาตนเองมาตลอด พวกนี้สบาย เพราะส่วนใหญ่ ทำตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาตลอดชีวิตไม่มีปัญหา ไม่เคยสนใจภาครัฐมีแต่ภาครัฐสนใจ เพราะจะได้หาที่ปักป้ายหวังเอาเป็นผลงานตนเองเวลานายลงพื้นที่
เพราะเท่าที่ดู และแอบลงไปพื้นที่ มีข้อมูลชัดเจนว่า ส่วนใหญ่นโยบายที่สั่งไป ข้าราชการระดับล่างมีแต่เล่นปาหี่ สร้างภาพ เพราะที่เขาทำอยู่แล้ว ท่านๆ ก็ไปขอปักป้ายจ่ายให้ รายละ 5,000 บาท บางแห่งป้ายหละ 1 หมื่นบาท พอผู้ใหญ่ไปตรวจงานก็แอบกระซิบบอกเจ้าของสวน เจ้าของแปลงว่าให้บอกว่าตนเองมาส่งเสริมทำอย่างนี้กันมายาวนาน ส่วนแปลงใหม่หวังจะเกิดใหม่ ก็ไปบอกให้ชาวบ้านเข้าชื่อลงชื่อให้จบๆไปและที่น่าสังเวชกว่านั้น คือในบางพื้นที่ ภาคกลางบางจังหวัด เท่าที่ถามชาวบ้าน บอกว่า
เห็นทางจังหวัดให้มาลงชื่อ รับแจกของว่า จะให้ปัจจัยการผลิตที่ไปทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แต่..งงว่าเจ้าหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานต่างๆทำไมต่างคนต่างมา บางวันก็เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์มาแจกเป็ด 5 ตัว จากนั้นก็มีมาแจกมะนาว 1 ต้น และหลังจากนั้นก็มีแจกต้นฝรั่งอีก 1 ต้น และต่อมาก็มีมาแจกมะละกออีก 1 ต้น ต้นกล้วยอีก 1 ต้น วันหลังก็มีแจกเมล็ดพันธ์ุผัก อีก 5 ซอง และที่มึนไปกว่านั้น บางวันมีกรมประมงมาแจกพันธ์ุปลา ถึงถามเขาว่า กี่ตัวเขาบอกว่า1,000 ตัวทั้งที่ยังไม่มีบ่อปลา ที่สำคัญชาวบ้านบอกท่าน ท่านแจกให้บ้านฉันมีมากกว่านั้นไม่ทราบว่าแจกทำไม “วันนี้ต้องบอกว่า อย่าหวังจะได้เห็นการส่งเสริม เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง 7 หมื่นราย แค่หาที่ปักป้ายยังยาก
ฟังกันชัดขนาดนี้ ท่านจะพอทราบ แล้วนะขอรับท่านรัฐมนตรี ว่าปัญหาของกระทรวงเกษตรฯ ณ เพลานี้ ที่ขับเคลื่อนลำบากว่า แท้จริงมันเกิดจากอะไร ที่สำคัญ ไอ้ที่ท่านขันนอตข้าราชการที่กรมส่งเสริมการเกษตรวันนี้หละถูกแล้ว แต่อย่างไร ลองขันนอตตัวที่ใหญ่กว่านั้นลองดู เผื่อมีอะไรดีขึ้น เพราะเครื่องยนต์ ขันนอตตัวเล็กๆ ให้ตาย ถ้าไม่ขันนอตยึดเครื่องยนต์ ให้ดีเครื่องก็คงวิ่งลำบาก เช่นกัน
ราชดำเนิน