แจงสารบีทีปลอมเมืองประจวบฯ กรมวิชาการฯปัดเอี่ยวจัดซื้อ-ชี้ผิดกม.ไม่ได้ขึ้นทะเบียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/266133

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

x

นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยกรณีข่าวมีการจัดซื้อสารบีทีปลอมมูลค่ากว่า 198ล้านบาท ในการจัดซื้อสารบีทีของจ.ประจวบคิรีขันธ์ ระหว่างปี 2553-2555 และพบสารบีทีปลอมถูกกองทิ้งไว้โดยไม่ได้นำไปแจกจ่ายเกษตรกรจำนวนมากนั้นว่า การจัดซื้อสารบีทีจากการประกาศภัยพิบัติฉุกเฉินเมื่อปีงบประมาณ 2555 กรมวิชาการเกษตร ไม่ได้เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างแต่อย่างใด เพียงแต่ได้รับการประสานงานให้ตรวจสอบสินค้าดังกล่าวว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องและมีคุณภาพได้มาตรฐานหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าสารบีทีดังกล่าวไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตร เนื่องจากบีทีเป็นสารชีวินทรีย์กำจัดแมลงศัตรูพืชที่จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ซึ่งผู้ใดประสงค์ที่จะผลิตหรือนำเข้าให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน พร้อมเอกกสารทางวิชาการ ได้แก่ แผนการทดลองประสิทธิภาพ และเอกสารรายงานผลการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย ต่อกลุ่มวัตถุอันตราย กรมวิชาการเกษตร โดยสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตรจะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการควบคุมและกำกับดูแลการทดสอบประสิทธิภาพของสารในแปลงทดลองของผู้ประกอบการ หากผลการทดสอบพบว่าสารที่มาขอขึ้นทะเบียน มีคุณสมบัติความเข้มข้นได้มาตรฐานตรงตามฉลากที่ขอขึ้นทะเบียน จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการนำเข้าพิจารณาในคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตรต่อไป

กรณีของสารบีที่ที่จัดซื้อไว้จำนวนมากตามที่เป็นข่าวนั้น เป็นสารบีทีที่ไม่ได้ยื่นขอขึ้นทะเบียนเพื่อผลิตกับกรมวิชาการเกษตร ถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 3)พ.ศ. 2551 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 2แสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำและปรับ

“บีทีเป็นสารชีวภัณฑ์ที่ไม่ใช่สารเคมีที่เป็นอันตราย แต่มีคุณสมบัติในการใช้เพื่อควบคุมศัตรูพืชเช่นเดียวกับสารเคมี โดยปกติจะมีอายุการใช้งานประมาณ 1 ปี หากซื้อมาใช้แล้วเหลือเป็นจำนวนมากไม่ควรนำมาใช้ต่อเพราะเสื่อมคุณภาพแล้วการใช้เพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืชจึงอาจไม่ได้ผลตามที่ต้องการอย่างไรก็ตามก่อนซื้อสารชีวภัณฑ์ดังกล่าว ให้ตรวจดูที่ฉลากข้างภาชนะบรรจุว่าได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพและนำไปใช้ได้ผลจริง” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว

Leave a comment