แหวกฟ้าหาฝัน : Van Gogh อัจฉริยะโลกไม่ลืม2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/258887

วันอาทิตย์ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อภาพเขียนขายไม่ออก Theoน้องชายของ Van Gogh จึงแนะนำให้เขาเขียนภาพที่มีสีสันมากขึ้น เขาจึงเข้าเรียนทฤษฏีสีที่ Antwerp และใช้เวลาส่วนใหญ่ในมิวเซียม หลังจากศึกษาแนวทางการใช้สีจาก ผลงานของ Peter Paul Ruben ศิลปินชื่อดังชาวดัตช์ยุคก่อนหน้า เขาก็เริ่มหันมาเขียนภาพที่มีสีฟ้า และเขียวมากขึ้น หลังจากที่เขาทนอยู่อย่างยากจนและเดียวดายไม่ไหว เขาจึงย้อนกลับมาอยู่กับ Theo น้องชายในปารีส และเริ่มวาดภาพที่มีสีสันฉูดฉาดมากขึ้น ต้น 1887 Van Gogh แยกตัวไปอยู่เอง และได้พบกับ Paul Signac ศิลปินแนวPointillism ซึ่งถือเป็นแขนงหนึ่งของ Impressionismแวนโก๊ะจึงเปลี่ยนแนวทางการวาดภาพสู่การใช้สีฟ้าและส้มจนภาพของเขาเกิดสีตัดตรงข้ามกันชัดเจนขึ้นปลายปี 1887 แวนโก๊ะได้รู้จักกับ Paul Gauguin และได้ถกกันถึงแนวทางศิลปะจนเขารู้สึกชื่นชอบGauguin มาก และอยากอยู่ใกล้ชิดกับเพื่อนศิลปินผู้นี้

อย่างไรก็ดี ต้น 1888 แวนโก๊ะป่วยหนักจากการที่เขาดื่มหนักและสูบบุหรี่จัด เขาจึงย้ายไปอยู่ Arles เมืองทางใต้ของฝรั่งเศส ในช่วงที่เขาย้ายมาใหม่ๆ เขารู้สึกตื่นเต้นกับวิถีชีวิตในเมืองนี้มากจนรู้สึกเหมือนไม่ใช่ฝรั่งเศสบ้านเกิด ประกอบกับทิวทัศน์ของเมืองเป็นที่ต้องใจเขามาก เขาจึงสร้างสรรค์ภาพเขียนนํ้ามันมากถึง 200 ภาพและภาพสีนํ้าอีกกว่าร้อยภาพ และภาพเขียนที่โด่งดังไม่ว่าจะเป็น The Old Mill, Van Gogh’s Chair, Bedroom in Arles, The Night Café, Starry Night Over the Rhone และ Vase with Twelve Sunflowers ก็ถูกเขียนขึ้นในเมืองนี้

ผลงานแรกๆ ในช่วงที่เขาอยู่เมือง Arles แม้จะดูเหมือนเป็นภาพทิวทัศน์และเรื่องราวในชีวิตประจำวันที่ขาดความชัดลึก แต่กลับใช้ฝีแปรงใหญ่ๆ และเต็มไปด้วยสีสันฉีกหนีจากแนวทางการวาดภาพที่ใช้สีทึมๆ แบบเดิมๆ ที่เขาเคยรังสรรค์มา เมื่อ Gauguin เพื่อนรักรับปากจะมาเยี่ยมเขาที่ Arles เขาตื่นเต้นมาก และได้วาดภาพ Sunflowers ซึ่งต่อมาเป็นภาพที่มาราคาแพงมากในตลาดโลกเพื่อมอบให้กับ Gauguin โดยหวังว่าเพื่อนรักจะยอมอาศัยอยู่ที่บ้านสีเหลืองกับเขาเพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยกันและถกเถียงกันเกี่ยวกับงานศิลปะ เมื่อ Gauguin มาถึงเขาได้รังสรรค์ Decoration for the Yellow House ภาพที่เขาใช้ความพยายามในการวาดที่สุดภาพหนึ่งในชีวิตมอบให้เพื่อนรักด้วย

แม้ทั้งสองจะญาติดีกันอยู่ช่วงหนึ่ง แต่Gauguin กลับมิได้สานสัมพันธ์กับ Van Gogh บนความเท่าเทียมกันเฉกเช่นที่ Van Gogh มีให้ ยิ่งเมื่อ Van Gogh เกรงว่า Gauguin จะทิ้งเขาไป ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงยิ่งเสื่อมทรามลง วันหนึ่งเมื่อ Gauguin พยายามจะออกไปเดินเล่นเพื่อคลายเครียด Van Gogh ก็ตามไปแล้วชักมีดออกมาข่มขู่ Gauguin ไม่ให้ Gauguin ย้ายหนี Gauguin ทนไม่ไหวจึงหนีออกจากบ้าน Van Gogh เสียใจมากจนหูแว่วจึงตัดใบหูตัวเองด้วยมีดโกนที่ถือไปข่มขู่ Gauguin นั่นเอง เมื่อเลือดออกจากหูเป็นจำนวนมาก Van Gogh จึงพันแผลแล้วนำผ้าห่อหูไปที่ซ่องที่เขาและ Gauguin คุ้นเคย หลังจากนั้นเขาถูกนำไปส่งโรงพยาบาล และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค Mania with GeneralisedDelirium หลังกลับบ้านได้ในวันที่ 7 มกราคม 1889 เขาก็ต้องเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลอีกหลายครั้งจากอาการเห็นภาพหลอน และหลงผิดว่าจะถูกวางยาในช่วงที่เขาเข้าออกโรงพยาบาลและรักษากับ Doctor Felix Rey เขาได้วาดภาพ Dr Rey และมอบให้หมอเป็นที่ระลึก แต่หมอกลับไม่ชอบผลงานของเขา และใช้มันทำสุ่มไก่ ภาพนี้ปัจจุบันภาพที่มีมูลค่ามากถึง 50ล้านดอลลาร์นี้ถูกจัดแสดงอยู่ที่ Pushkin Museum

 

Leave a comment