แหวกฟ้าหาฝัน : Gustav Klimt ใน Gallery of National Modern Art กรุงโรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/260993

วันอาทิตย์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ใน Gallery of National Modern Art กรุงโรม ไม่เพียงจะมีผลงานของ Auguste Rodin, Vincent Van Gogh แล้ว ที่นี่ยังมีผลงานเด่นของศิลปินดังยุค Symbolism อีกผู้หนึ่งนั่นคือ Gustav Klimt เขาเกิดที่ Baumgarten ใกล้กรุงเวียนนาประเทศออสเตรีย ในครอบครัวที่มีบิดาเป็นช่างสลักทองซึ่งกลายเป็นผู้มีอิทธิพลต่อผลงานของเขามากในเวลาต่อมา และเข้าเรียนศิลปะที่ Vienna School of Arts and Crafts เฉกเช่นเดียวกับพี่ชาย ในช่วงที่ทั้งสองเรียนอยู่นั้น ทั้งสองช่วยอาจารย์ของเขาเขียนภาพติดผนังใน Kunsthistorisches museum

ต่อมาในปี 1888 Klimt ได้รับรางวัลจากจักรพรรดิ Franz Josef I แห่งออสเตรียจากการที่เขาช่วยเขียนจิตรกรรมบนผนังใน Burgtheater ในกรุงเวียนนา และได้กลายเป็นสมาชิกของมหาวิทยาลัยกรุงเวียนนาและมิวนิค ต้นทศวรรษที่ 1890 Klimt ได้พบกับ Emilie Louise Floge นักออกแบบแฟชั่น และทั้งสองได้กลายเป็นคู่กันจวบจน Klimt เสียชีวิต ในปี 1897 เขาได้ร่วมกับเพื่อนๆ ก่อตั้ง Vienna Secession สมาคมศิลปะแนวใหม่ที่สร้างสรรค์ผลงานฉีกกฎกติกาเดิม สมาคมนี้ได้นำผลงานของศิลปินต่างชาติเข้ามาสู่เวียนนาและยังได้ออกนิตยสารของกลุ่มตนเพื่อเสนอผลงานของศิลปินในกลุ่ม สมาคมนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากรัฐบาล รวมทั้งได้รับการสนับสนุนสถานที่ให้จัดนิทรรศการ

The Kiss

ในปี 1902 Klimt ได้สร้างสรรค์ Beethoven Frieze ซึ่งกลายเป็นผลงานเด่นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับ Beethoven และจัดแสดงในนิทรรศการครั้งที่ 14 ของกลุ่ม หลังจากนั้น Klimt ก็เก็บตัวและออกไปอยู่กับครอบครัว Floge ที่ Attersee และวาดภาพทิวทัศน์เป็นส่วนใหญ่ ถึงกระนั้นก็ตามเขาก็ยังวาดภาพคนที่ตกแต่งด้วยสีทองที่เรียกว่าช่วง Golden Phase อยู่บ้างประปรายซึ่งภาพเหล่านั้นกลายเป็นภาพดังและราคาสูงในเวลาต่อมา เช่น Judith, Portrait of Adele Bloch-Bauer และ The Kiss ซึ่งนักวิจารณ์ภาพเชื่อว่าผลงาน The Kiss อันลือลั่นที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นในปี 1907 นี้เป็นภาพของเขาและภรรยานั่นเอง แม้ Klimt จะประสบความสำเร็จอย่างสูงในช่วงเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เขากลับไม่ค่อยได้เขียนบันทึกความทรงจำ ภาพเขียนตัวเอง และบันทึกเทคนิคการเขียนภาพ ทำให้คนรุ่นหลังไม่สามารถทราบถึงเรื่องราวของเขาละเอียดนัก

ผลงานของ Klimt ใน Gallery of National Modern Art กรุงโรมที่มีชื่อว่า The Three Ages of Woman หรือภาพหญิง 3 วัยที่ถูกเขียนขึ้นในปี 1905 นี้เป็นภาพที่เขาชนะประกวดเหรียญทองในนิทรรศการนานาชาติกรุงโรมปี 1911 ภาพหญิง 3 วัยซึ่งประกอบด้วยภาพเด็กที่ถูกหญิงสาวอุ้มอย่างทะนุถนอมอยู่ และหญิงชราที่ยืนก้มหน้าอยู่ด้านข้างนี้เป็นตัวอย่างของภาพแนว Symbolism ที่สะท้อนถึงการเดินทางของเวลาได้อย่างยอดเยี่ยม หญิงชราในภาพมาจากงานประติมากรรมของ Auguste Rodin ที่ชื่อว่า The Old Courtesan ที่ถูกจัดแสดงในนิทรรศการ The Secession ครั้งที่ 9 ณ กรุงเวียนนา แม้ภาพนี้จะอยู่ในช่วง Golden Phase ของเขา แต่สีเทาหม่นในภาพกลับมิใช่แนวทางการวาดภาพที่เขาเคยสร้างสรรค์มาก่อน Klimt คงต้องการสะท้อนให้เห็นว่าเมื่อยามชรา ชีวิตก็หม่นหมองมากขึ้นไม่เพียงพื้นภาพจะดูจืดชืด ภาพของหญิงชรายังดูอ่อนล้าหมดแรง แก่ชราและขาดชีวิตชีวาสังเกตได้จากแขนขวาที่ตกห้อย เต้านมที่หย่อนยาน หน้าท้องที่แบนราบ และเส้นเลือดที่โป่งพองราวกับคนขาดอาหาร เธอใช้มือซ้ายปิดบังส่วนใบหน้าเพื่อบดบังเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้นในชีวิตราวกับคนไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ส่วนภาพของเด็กและหญิงสาวแม้จะหลับตา แต่กลับสะท้อนความสุขสดชื่นและอบอุ่นเฉกเช่นวัยของคนทั้งสอง นักท่องเที่ยวที่คุ้นเคยกับภาพของ Klimt อาจรู้สึกว่าภาพส่วนใหญ่ของเขามักขาดมิติ แต่กลับแสดงถึงอัจฉริยภาพในการใช้สี และแสงของศิลปินอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้ภาพ The Three Ages of Woman นี้จะถูก Klimt เขียนขึ้นในช่วง Golden phase แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้สีดำมากขึ้น และภาพที่ถูกประดับด้วยทองแนวนี้เป็นภาพที่ Klimt สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองนับจากปี 1901 จนตลอดชีวิตของเขา

The Three Ages of Woman

 


Judith

Leave a comment