ส่องเกษตร : วันหวาน-ฝันร้าย..วันชาวนา-วันสิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/274056

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

449007

วันจันทร์ที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ถือเป็นวันที่มีความหมายทั้งของไทยและของชาวโลก โดยในเมืองไทย รัฐบาลได้กำหนดให้ 5 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวัน “ข้าวและชาวนาแห่งชาติ” มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2552 ขณะที่ในทางสากล องค์การสหประชาชาติก็กำหนดให้ 5 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2515

“วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” สำหรับคนไทย มีความหมายชัดเจนว่าต้องการให้ความสำคัญกับคุณค่าของ“ข้าว”ทั้งที่เป็นอาหารหลักและผูกพันกับวิถีชีวิตขนบธรรมเนียมประเพณีของคนไทยแนบแน่นมาแต่โบราณ ส่วน“ชาวนา”ที่ได้ชื่อเป็น“กระดูกสันหลังของชาติ”คือ เกษตรกรส่วนใหญ่ที่ทำหน้าที่ปลูกข้าวเลี้ยงคนไทย จึงต้องได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้

ส่วนวันสิ่งแวดล้อมโลก ถูกกำหนดขึ้นให้ชาวโลกตื่นตัว ตระหนักถึงวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก นับวันยิ่งเลวร้าย ส่งผลให้เกิดภัยธรรมชาติที่ก่อความเสียหายเป็นมหันตภัยร้ายแรงและรุนแรงยิ่งขึ้นทุกที จึงถือเป็นภาระหน้าที่ของนานาประเทศทั่วโลกที่ต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง หาทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งที่แต่ละประเทศเผชิญอยู่และที่ส่งผลเป็นปัญหาร่วมทั้งโลก

วันข้าวและชาวนาแห่งชาติปีนี้ผ่านพ้นไปด้วยดี มีการจัดงาน 3-5 มิถุนายน ภายใต้แนวคิด“ศาสตร์พระ ราชา นำชาวนาสู่ยุค 4.0” ที่กรมการข้าว ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีสารส่งกำลังใจและความปรารถนาดีถึงพี่น้องชาวนาทั่วประเทศ ยืนยันว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตชาวนาไทยให้ดีขึ้น จึงส่งเสริมและสนับสนุนให้เปลี่ยนแปลงการทำเกษตรแบบดั้งเดิม สู่การเกษตรสมัยใหม่เพื่อก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยสร้างนวัตกรรมการเกษตรใหม่ๆ และใช้แนวทางประชารัฐให้ประเทศมั่นคงทางอาหารและมีศักยภาพเป็นผู้นำข้าวในตลาดโลก

ซึ่งในปี พ.ศ.2560 นี้ รัฐบาลกำหนดให้เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความยั่งยืน เป้าหมายสำคัญคือ เกษตรกรมั่นคง ภาคการเกษตรมั่งคั่ง โดยเฉพาะการผลิตข้าวที่มีมาตรฐานและปลอดภัย จัดทำโครงการภายใต้แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร วางแผนผลิตข้าวให้มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการตลาดและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วโลก จะส่งผลให้ชาวนามีรายได้เพิ่มมากขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองได้ ตลอดจนให้ความสำคัญในการสร้างชาวนารุ่นใหม่ (Smart Farmer) เพื่อทดแทนชาวนาปัจจุบันที่มีอายุมาก ให้การผลิตข้าวของไทยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับประเทศอย่างยั่งยืน

เป็นอีกครั้งของคำมั่นและ“ยาหอม” แต่การยกระดับชีวิตชาวนาให้เห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรม ยังคงต้องใช้เวลาและรอคอยให้ฝันหวานนี้เป็นจริงต่อไป ซึ่งก็ต้องเอาใจช่วยรัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งมือทำตามนโยบายนายกฯสานฝันให้ชาวนาไทย เพื่อให้วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ทรงคุณค่าอย่างแท้จริง

ขณะที่วันสิ่งแวดล้อมโลกในปีนี้ กลับเป็น“ฝันร้าย”ไม่น่าสบายใจ ส่อความยากลำบากที่มากขึ้นของการแก้ไขวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมโลก เมื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศว่า สหรัฐฯได้ถอนตัวอย่างเป็นทางการออกจาก“ข้อตกลงปารีส”ว่าด้วยการลดปัญหาโลกร้อนแล้ว โดยอ้างอย่างเห็นแก่ตัวว่าข้อตกลงดังกล่าวที่ 195 ประเทศทั่วโลก ร่วมลงนามเมื่อพ.ศ.2558 ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯเสียหาย,สูญเสียอธิปไตย และทำให้สหรัฐฯเสียเปรียบประเทศต่างๆในโลกอย่างถาวร

ภาพลักษณ์โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ชาวโลกมองเป็น“ผู้นำที่คลุ้มคลั่ง”จึงยิ่งย่ำแย่หนักขึ้นอีก กลายเป็นผู้ร้ายตัวจริง เป็นผู้ร้ายต่อสิ่งแวดล้อมของโลก แล้วยังฉุดภาพลักษณ์และเกียรติภูมิสหรัฐอเมริกาให้ตกต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพราะถูกลดชั้นลงไปเทียบเท่ากับประเทศนิคารากัวกับซีเรีย ซึ่งเป็นเพียง2 ประเทศที่ไม่ได้ลงนามร่วมในข้อตกลงปารีสอยู่ก่อน…กลายเป็นเพิ่มสหรัฐฯมาเป็นประเทศที่สาม การถอนตัวจากข้อตกลงปารีส ทำให้สหรัฐฯจะไม่ร่วม“ลงขัน”ในกองทุนที่นานาประเทศตั้งขึ้นเพื่อใช้เยียวยาแก้ไขปัญหาโลกร้อน และที่แย่กว่านั้นก็คือ ยุคทรัมป์จะยิ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สร้างมลพิษ แก๊สเรือนกระจกมากขึ้นเพราะไม่ถูกจำกัดด้วยข้อตกลงนี้ ทั้งๆที่ปัจจุบันสหรัฐฯเป็นประเทศที่ผลิตแก๊สเรือนกระจกมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกอยู่แล้ว

นี่คือ ฝันร้ายในวันสิ่งแวดล้อมโลกที่คนอเมริกันจะต้องรับผิดชอบ ในฐานะที่เลือกผู้นำ“ชั่วร้าย”แบบนี้เข้ามา และเป็นบทเรียนสำหรับการเลือกตั้งของประเทศอื่นๆ รวมทั้งไทยต่อไปด้วย

สาโรช บุญแสง

1 thought on “ส่องเกษตร : วันหวาน-ฝันร้าย..วันชาวนา-วันสิ่งแวดล้อม

Leave a comment