กษัตริย์ยากหาใครเทียบ คิง‘จิกมี’อาลัย ขอเสด็จสู่สรวงสวรรค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240438

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

กษัตริย์ยากหาใครเทียบ คิง‘จิกมี’อาลัยขอเสด็จสู่สรวงสวรรค์  พสกนิกรไม่กลัวฝนกระหน่ำหลั่งไหลร่ำไห้ต่อแถวลงนามทั่วปท.ทำบุญถวายพ่อหลวงขอน้อมนำคำสอนมาปฏิบัติ

เมื่อเวลา 06.52 น. วันที่ 16 ตุลาคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในการบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ในวันที่สามของพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการนี้ ทรงถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม ซึ่งเป็นพระสงฆ์จากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหารจำนวน 8 รูป ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพมาตั้งแต่เวลา 06.00 น.

พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล

ทั้งนี้ ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ นอกจากการสวดพระอภิธรรมพระบรมศพแล้ว ยังมีการประโคมย่ำยามพระบรมศพตามโบราณราชประเพณี โดยกำหนดประโคมย่ำยาม 7 เวลา ได้แก่ 6 นาฬิกา 9 นาฬิกา 12 นาฬิกา 15 นาฬิกา 18 นาฬิกา 21 นาฬิกา และ 24 นาฬิกา ซึ่งจะมีพนักงานอยู่เวรตีระฆังบอกเวลา

เวลา 11.00 น. พลตรีหม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ทรงเป็นประธานถวายภัตตาหารเพล แด่พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศน์เทพวรารามและวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

จากนั้น เวลา 15.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จฯยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ต่อมาเวลา 19.00 น.สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารเสด็จพระราชดำเนิน

พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ คุณพลอยไพลิน เจนเซน คุณสิริกิติยา เจนเซน สองพระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

กษัตริย์จิกมี-พระราชินีถวายสักการะ

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.48 น. สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏานเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และทรงร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ จากนั้นเสด็จฯไปทรงลงพระนามถวายความอาลัย ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง ก่อนเสด็จฯกลับเวลา 10.17 น.

ชู“ในหลวง”ทรงเป็นธรรมราชา

จากนั้นสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏานทรงโพสต์เฟซบุ๊คส่วนพระองค์ความว่า “แด่พระมหากษัตริย์ผู้ยากหาใครเทียบ ผู้ทรงมีสายพระเนตรกว้างไกล ผู้ทรงเป็นดังอัญมณีมีค่าสูงสุด พระมหากษัตริย์ไทยผู้ทรงเสด็จสู่สรวงสวรรค์ ข้าพเจ้าขอน้อมถวายสักการะด้วยความเคารพอย่างสูงสุด และสวดมนต์อ้อนวอนด้วยดวงใจที่เคารพเทิดทูน ขอให้พระองค์ทรงจุติในฐานะธรรมราชาเสมอไป เพื่อประโยชน์สุขของสิ่งมีชีวิตทั้งมวล” พร้อมกับโพสต์พระบรมฉายาลักษณ์ขณะถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และภาพสมุดลงนามหลวงที่ทรงพระอักษรถวายความอาลัยพร้อมทรงลงพระปรมาภิไธย

ทั้งนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก จะเสด็จพระราชดำเนินกลับราชอาณาจักรภูฏานวันที่ 17 ตุลาคม เวลา 04.30 น.

ตากฝนรอถวายอาลัยอย่างมุ่งมั่น

สำหรับบรรยากาศที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง หลังสำนักพระราชวังออกประกาศเรื่องการถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชระบุว่า ด้วยสำนักพระราชวังได้รับพระราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และลงนามในสมุดหลวงถวายความอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น.นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พสกนิกรจากทั่วสารทิศเดินทางมาเข้าแถวรอลงนามถวายความอาลัยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อแสดงความจงรักภักดีเป็นครั้งสุดท้ายอย่างมืดฟ้ามัวดิน โดยแถวยาวสุดลูกหูลูกตา แม้ตอนเช้าแดดจะร้อน ช่วงสายจะมีฝนตกลงมาอย่างหนักนานกว่า 2 ชั่วโมง แต่ไม่มีใครย่อท้อ ปักหลักยืนเข้าแถวรอร่วมลงนามถวายอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างมุ่งมั่น หลายคนที่ไม่มีร่มหรือเสื้อกันฝน แต่ยอมยืนตากฝนหลายชั่วโมงอย่างใจจดใจจ่อ ขณะที่อีกหลายคนร่ำไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น

เมื่อถึงเวลา 16.00 น.สำนักพระราชวังปิดให้ประชาชนลงนามถวายความอาลัย โดยวันเดียวกันนี้ มีประชาชนเข้าถวายสักการะถวายความอาลัย รวมทั้งสิ้น 18,364 ราย มียอดเงินทูลเกล้าฯถวายเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลจำนวน 67,122 บาท

หญิงวัย83สุโขทัยปิติลงนามคนแรก

โดยนางอัสนีย์ องค์วานิช วัย 83 ปี ชาวอ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย นั่งวีลแชร์มารอลงนามถวายอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่เวลา 06.00 น.และได้เข้าไปลงนามเป็นคนแรก กล่าวทั้งน้ำตาว่า วันนี้ตั้งใจมาถวายความอาลัย และถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ที่มุ่งหวัง แต่ถ้ามีเปิดให้ถวายสักการะพระบรมศพ ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทก็จะเดินทางมาอีก ครั้งหนึ่งชีวิต ได้เคยมีโอกาสได้เฝ้ารับเสด็จฯพระองค์ที่จ.สุโขทัย รู้สึกปลาบปลื้มที่สุด เมื่อพระองค์สวรรคตจึงถือเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ถ้าตายแทนได้อยากขอตายแทน หลังจากนี้ อยากขอให้คนไทยร่วมกันรักสามัคคีเพื่อพ่อหลวงผู้จากไปของเรา

วอนคนไทยสามัคคีเพื่อพ่อหลวง

ขณะที่นางจินตนา ประทุมศิริ วัย 58 ปี ผู้ป่วยสวมเฝือกที่เท้า ซึ่งเดินทางมาจากอ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีเผยว่า ตนเคยเฝ้ารับเสด็จฯครั้งหนึ่งที่วัดเชิงหวาย กทม. รู้สึกดีใจที่สุดในชีวิต ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณตลอดเวลาที่ทรงครองราชย์พระองค์ทรงห่วงใยและดูแลพสกนิกรอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย วันแรกที่ทราบข่าวร้าย จึงอัดอั้นตันใจไปหมด พูดไม่ถูก วันนี้จึงเดินทางมารอตั้งแต่ 6 โมงเช้า และดีใจมากที่ได้มาลงนามถวายความอาลัย อยากขอให้คนไทยรักกันมากๆ เพื่อพ่อหลวง ส่วนตัวจะตามรอยด้วยการประหยัดพอเพียงตามที่พระองค์สอน

ร่ำไห้สำนึกพระมหากรุณาธิคุณ

เช่นเดียวกับ นางบุญมี วงศ์เขียน อายุ 57 ปี เกษตรกรจากจ.แพร่กล่าวด้วยน้ำตาแห่งความเศร้าปนความปลาบปลื้มที่ได้มาถวายความอาลัยว่า มาลงนามเป็นวันที่สอง เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมมาถึง 09.00 น. แต่ประชาชนเดินทางมาจำนวนมากจึงพลาดโอกาส วันนี้จึงมาอีกครั้งตั้งแต่เช้า คนเยอะเหมือนเดิมและมีฝนตกหนัก แต่ตนก็ไม่เปลี่ยนใจ เพราะตั้งใจมาแล้วและได้ลงนามช่วงบ่าย ก่อนหน้านี้ที่พระองค์ประชวรตนทำได้แค่สวดมนต์ ขอพรให้พระอาการบรรเทา แต่พอทราบข่าวสวรรคต ตนเสียใจมาก จะหาพระมหากษัตริย์ที่ดีอย่างพระองค์คงไม่มีอีกแล้ว ทรงทำดีและเป็นตัวอย่างที่ดีให้ประชาชน ทรงสอนให้รู้จักอดทน อดออมและทรงดูแลประชาชนให้อยู่ดีกินดีอย่างทุกวันนี้ ถึงแม้พ่อหลวงจะสวรรคตแล้วจะขอน้อมนำคำสอนไปปฎิบัติในการดำเนินชีวิต

“ชมพู่-แชมป์”น้อมนำคำสอนพ่อมาใช้

ด้านนายชนาธิป ทองคำ หรือแชมป์ นักแสดงละครช่อง 3 จากเรื่องสายเลือดมังกรเดินทางมาร่วมถวายความอาลัยกล่าวว่า ตนกับเพื่อนๆพี่ๆในกลุ่มรวมเงินกันไปหาซื้อหาน้ำดื่ม และขนม ใส่รถมาแจกประชาชนที่มาถวายความอาลัยและสักการะพระบรมศพ ถือเป็นการช่วยทำความดีเพื่อพ่อในช่วงที่ทุกคนยังโศกเศร้า จากนี้จะน้อมนำคำสอนพ่อมาปฏิบัติ เริ่มจากทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด และทำดีต่อคนรอบข้าง แต่อยากให้คนไทยรักสามัคคีกัน เพื่อให้เราผ่านพ้นเวลาแห่งความเศร้าไปด้วยกัน

ส่วนชมพู่ – อารยา เอ ฮาร์เก็ต เผยว่า เมื่อวานเดินทางมาสักการะพระบรมศพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และลงนามถวายความอาลัยแล้ว แต่เข้ามาไม่ทัน เพราะคนเยอะมาก วันนี้จึงตั้งใจมาตั้งแต่ 06.30 น.รอเข้าแถวกว่า 2 ชั่วโมงจึงได้เข้าสักการะพระบรมศพและลงนามถวายความอาลัยอย่างที่ตั้งใจ โดยตั้งจิตอธิษฐานขอให้จิตวิญญาณและพระบารมีของพระองค์ท่านอยู่กับคนไทยไปนานๆ ตลอดทั้งชีวิตของตนไม่เคยได้เข้าเฝ้าใกล้ๆพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งที่ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ ครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสสุดท้ายที่พอจะสามารถถวายความเคารพต่อพระองค์ได้ สำหรับคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศที่ตนน้อมนำมาใช้คือ เรื่องการพูด ที่พระองค์เคยรับสั่งว่าอะไรที่ไม่เป็นความจริงอย่าไปพูด เพราะจะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น

เช่นเดียวกับ นายจิรายุ ตั้งศรีสุข หรือเจมส์ ดารานักแสดงที่มาร่วมลงนามถวายความอาลัยกล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 9 สวรรคต ตั้งใจมาถวายความอาลัยก่อนไปทำงานที่ต่างประเทศ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และตั้งใจจะดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริของพระองค์เรื่องการทำ ไร่ นา ปลา ผัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวัน มีประชาชนและหน่วยงานต่างๆนำน้ำเย็น ผ้าเย็น ขนมมาเดินแจกให้ประชาชนที่เดินทางมาร่วมถวายความอาลัยรับประทานฟรี และช่วงบ่ายที่ฝนตกหนักมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิต่างๆนำร่ม แผ่นพลาสติก ถุงดำมาแจกให้ใส่ป้องกันน้ำเข้าอุปกรณ์มือถือ

ก.ท่องเที่ยวจัดรถรับส่งฟรี4เส้นทาง

ขณะเดียวกัน หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาร่วมถวายสักการะ ถวายอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ โดยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยว่า กระทรวงท่องเที่ยวฯร่วมกับภาครัฐและเอกชนจัดรถบริการรับส่งฟรีใน 4 เส้นทางคือ สนามศุภชลาสัย-สนามหลวง อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ฝั่งรพ.ราชวิถี)-สนามหลวง สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่-สนามหลวง และสถานีขนส่งสายใต้เก่า (ตลิ่งชัน)-สนามหลวง เริ่มบริการวันที่ 17-24 ตุลาคม 08.00-15.00 น.โดยมีรถออกทุกชั่วโมง

กกท.-สนามศุภฯเปิดลงนาม

นอกจากนี้ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)ยังจัดเตรียมสถานที่ร่วมลงนามถวายอาลัยในสมุดหลวงลงนามถวายอาลัย พร้อมเชื่อมสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจถ่ายทอดพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพประจำวันตลอด 100 วัน เพื่อให้ประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางไปร่วมในพระพิธีฯได้มีส่วนร่วม เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป เช่นเดียวกับที่ด้านหน้าสนามกีฬาศุภชลาสัย ซึ่งเปิดตั้งโต๊ะลงนามถวายความอาลัย เพื่อรองรับประชาชนที่อยู่ในบริเวณโดยมาบุญครอง สยามสแควร์และพื้นที่ใกล้เคียง

พสกนิกรทั่วไทยร่วมใจทำบุญ

ในส่วนภูมิภาค ทุกจังหวัดพร้อมใจจัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ อย่างพร้อมเพรียง โดยที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทุกหมู่เหล่าและประชาชนนับพันคนร่วมทำบุญตักบาตร อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ โดยมีพระราชสีมาภรณ์ รักษาการเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีสงฆ์ จากนั้น ผวจ.นครราชสีมานำประชาชนทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ 90 รูป

ที่จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณวัดบ้านหนองโคลน ต.สระทอง อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ประชาชนทำบุญตักบาตรเนื่องในวันออกพรรษา พร้อมสวดมนต์น้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมกันนี้ ประชาชนที่มาทำบุญยังร่วมกันนั่งสมาธิตั้งจิตภาวนา ขอให้ดวงพระวิญญาณเสด็จสู่สวรรคาลัย

กาฬสินธุ์ทำบุญถวาย“ในหลวง”

ส่วนที่วัดประชานิยม จ.กาฬสินธุ์ พระเทพสารเมธี (บัวศรี ชุตินฺธโร) เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นประธานฝ่ายสงฆ์รับบิณฑบาตเนื่องในวันออกพรรษา โดยมีพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักบาตรเนืองแน่น และโอกาสเดียวกันนี้ยังเป็นการทำบุญเพื่อน้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ทั้งนี้ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ตราดจัดสวดพระอภิธรรม7วัน

วันเดียวกัน ชาว จ.ตราด ได้ร่วมกันทำบุญเนื่องในวันออกพรรษา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ที่ วัดไผ่ล้อม อ.เมือง จ.ตราด โดยพระครูวิเชียร รองเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ได้เชิญชวนให้ผู้มาร่วมทำบุญร่วมนั่งสมาธิ 9 นาที เพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับดวงพระวิญญาน ทั้งนี้ ทุกวัดใน จ.ตราด ร่วมสวดพระอภิธรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เป็นเวลา 7 วัน

ขณะที่ วัดพระแม่รับสารตราด บ้านท่าเรือจ้าง คริสตศาสนิกชนในพื้นที่ จ.ตราด นำโดยคุณพ่อบาทหลวงไพรัช จักรวาลธนรักษ์ ร่วมประกอบพิธีสวดบูชาขอบพระคุณ อธิษฐานภาวนาวอนพระผู้เป็นเจ้า ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ซึ่งมีคริสตศาสนิกชนชาว จ.ตราด แต่งกายไว้ทุกข์พาบุตรหลานเข้าร่วมพิธี

ชุมพรตักบาตรถวายในหลวงรัชกาลที่9

ขณะเดียวกัน ที่ จ.ชุมพร นายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตร ถวายเป็นเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยนายณรงค์ กล่าวว่า จ.ชุมพร ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อย่างล้นพ้นหาที่เปรียบไม่ได้ จากที่ทรงพระราชทานโครงการตามพระราชดำริ สร้างแก้มลิง ขุดคลองหนองใหญ่ พระราชทานโครงการขุดคลองหัววัง-พนังตัก เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองชุมพร และพื้นที่โดยรอบอย่างถาวร

เมืองคอนทำบุญถวายพระราชกุศล

ที่ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนางวาสนา ทิพญพงศ์ธาดา นายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชน ทำบุญตักบาตร เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ แสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีพระเทพวินยาภรณ์ รองเจ้าคณะภาค 16-17-18 (ธรรมยุติ) เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นประธานสงฆ์ ทั้งนี้ จ.นครศรีธรรมราช กำหนดพิธีทำบุญระหว่างวันที่ 15-21 ตุลาคมนี้

มุสลิมเมืองคอนสวดดุอาฮฺถวาย

ขณะที่ นายลือชา เปี่ยมสุวรรณ กรรมการสภาทนายความ ภาค 8 พร้อมด้วยนายมนัส พงศ์ยี่หล้า รองนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช เดินทางไปยังมัสยิดซอลาฮุดดีน ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จัดเตรียมสถานที่ทำบุญและสวดดุอาฮฺ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เมื่อครั้งที่เคยเสด็จพระราชดำเนินมาประทับบนแท่นมิมบัร (แท่นบรรยายธรรม) มัสยิดซอลาฮุดดีน หรือมัสยิดท่าช้าง และใช้เงินส่วนพระองค์ซื้อที่ดินเพื่อจัดสร้างมัสยิด จนตราบถึงปัจจุบัน

พสกนิกรสงขลาร่วมพิธีถวายอาลัย

วันเดียวกัน ที่ ศาลากลางจังหวัดสงขลา ประชาชนได้ร่วมลงนามถวายความอาลัย ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยนายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผวจ.สงขลา ได้กล่าวถวายความอาลัย และให้ทุกคนร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที จึงเสร็จสิ้นพิธี ทั้งนี้ จ.สงขลา เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมลงนามถวายอาลัย พร้อมทั้งจัดพิธีบำเพ็ญกุศลพระบรมศพทุกวัดทั่ว จ.สงขลา ในเวลา 15.52 น.เป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคมเป็นต้นไป

ยายที่พิจิตรเก็บความทรงจำสูงสุด

ที่ จ.พิจิตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้พบนางเหลือง หนูทอง อายุ 78 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 92/3 หมู่ 17 ต.หนองโสน อ.สามง่าม จ.พิจิตร ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวในอดีตผ่านรูปที่ติดอยู่ในบ้าน ว่าเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2513 ครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ มาพระราชทานความช่วยเหลือ ชาว ต.หนองโสน กว่า 400 ครอบครัว ที่ได้รับความเดือดร้อนจากวาตภัย โดยตนสูญเสียควายแม่-ลูก จากฟ้าผ่า เมื่อความทราบถึงพระองค์ ก็ทรงพระราชทานกระบือเพศผู้ 2 ตัว คือ เจ้ามิ่ง กับเจ้าขวัญ สร้างความยินดีมิรู้ลืม นอกจากนี้ยังได้สัมผัสพระวรกายของพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ขณะที่เสด็จไปบนบ้านพระราชทาน ได้มีโอกาสกราบพระบาท เช็ดรองพระบาท สัมผัสพระบาทและพระชงฆ์ (น่อง)

แม่เฒ่าเผยเป็นข่าวร้ายที่สุดในชีวิต

นางเหลือง กล่าวถึงความรู้สึกหลังจากทราบข่าวเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ว่าเป็นข่าวร้ายที่สุดในชีวิต ทำอะไรไม่ถูก ความรู้สึกเหมือนเสียพ่อที่เป็นที่รักไป สิ่งที่ขอได้คือขอให้พระองค์เสด็จสู่สรวงสวรรค์ ซึ่งการดำเนินชีวิตจากนี้จะยึดแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบอาชีพทำขนมไทย สร้างรายได้ในหมู่บ้าน

แรงงานเมียนมาร่วมตักบาตรถวาย

ที่ วัดเทพนรรัตน์ ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร กลุ่มแรงงานข้ามชาติ สัญชาติเมียนมา กว่า 2,000 คน ได้ร่วมกันยืนเข้าแถวเป็นแนวยาวกว่า 2 กิโลเมตร ทำบุญตักบาตร แด่พระสงฆ์ 49 รูป ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ซึ่งนอกจากแรงงานชาวเมียนมา ก็มีคนไทยร่วมทำบุญด้วยเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

Leave a comment