ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/240285
วันเสาร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 21.05 น.
15 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเตชทัต ศรีสำราญ อายุ 57 ปี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการสำนักงานจังหวัดราชบุรี อดีตช่างภาพประจำสำนักงานจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นบุคคลในภาพที่ปรากฏอยู่ภายในภาพถ่ายในการถวายงานอย่างใกล้ชิดใต้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และยังมีผลงานที่บันทึกภาพการเสด็จพระราชดำเนินของพระองค์ท่าน พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินอย่างไม่เป็นทางการในการทรงเปิดโครงการแก้มลิงหนองใหญ่ จังหวัดชุมพร ด้วยกล้องของตนเองและล้างอัดใส่อัลบั้มไว้กว่า 100 รูป รวมแล้ว 18 ปีเศษ
โดย นายเตชทัต ศรีสำราญ เล่าถึงเหตุการณ์ความประทับใจในครั้งนั้นว่า “เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2541 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ในการทรงเปิดโครงการแก้มลิงหนองใหญ่ ตำบลบางลึก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร โดยมี ดร.สุรพล กาญจนจิตตรา อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร(ปัจจุบันเสียชีวิต) เป็นผู้ถวายรายงาน จากภาพที่ปรากฏตนเองอยู่ภายในภาพ ซึ่งถูกบันทึกภาพโดยช่างภาพในจังหวัดชุมพรได้มอบมาให้ตนได้เก็บไว้เป็นที่ระลึก ในขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศทรงเสด็จทอดพระเนตรแปลงผักของราษฎรที่ใช้น้ำจากโครงการแก้มลิงหนองใหญ่ ในขณะนั้นตนเองได้ตามเสด็จมาเพื่อบันทึกภาพด้วยกล้องฟิล์มเพื่อทำรายงานให้สำนักงานจังหวัดชุมพร พระองค์ทรงทอดพระเนตรเป็นเวลา 15 นาที โดยทอดพระเนตรรอบๆ พร้อมทรงตรัสกับผู้แทนโครงการแก้มลิงหนองใหญ่ด้วยประโยคสั้นๆ โดยพระองค์ทรงห่วงใยในราษฎร์ที่ประสบกับภัยพิบัติน้ำท่วม จากนั้นพระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปยังพลับพลาที่ประทับเพื่อทรงกดปุ่มเปิดผ้าแพรคุมป้าย ขณะนั้นตนเองได้บันทึกภาพในขณะที่พระองค์ทรงเปิดและนำมาอัดใส่กรอบประดับไว้ที่ผนังของบ้าน ซึ่งเป็นภาพอันประทับใจที่ตนเองได้บันทึกไว้ด้วยตนเอง เพื่อไว้เป็นที่จารึกของครอบครัวที่ครั้งหนึ่งตนเองได้มีโอกาสถวายงานอย่างใกล้ชิด
นายเตชทัต กล่าวอีกว่า ปัจจุบันตนเองได้แต่งงานและมีบุตรธิดา 3 คน ซึ่งครอบครัวได้นำพระราชดำริมาใช้ในการดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียง เป็นข้าราชการในใต้เบื้องพระยุคลบาทตลอดมา เมื่อรู้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เสด็จสวรรคต ตนเองและครอบครัวต่างมีความเศร้าโศกเสียใจอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้าที่ได้เฝ้าติดตามพระอาการประชวรของพระองค์มาโดยตลอด จากนี้ตนเองและครอบครัวจะสวดมนต์ภาวนาให้พระองค์ท่าน และจะเก็บพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ไว้จนตราบนานเท่านาน









