ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/240599
วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เดินทางไปถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สถานทูตไทยประจำราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม โดยสมเด็จฮุนเซ็นได้แสดงความอาลัยและเสียดายอย่างที่สุดต่อการสูญเสียอันยิ่งใหญ่นี้ ต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาลและประชาชนไทย และขอบวงสรวงต่อดวงพระวิญญาณของพระองค์ให้ทรงสถิตอยู่ในสุคติภพทุกชาติตราบนิรันดร์
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศไทย ได้เผยแพร่แถลงการณ์ลงวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับการรายงานข่าวการสวรคตของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและการไว้อาลัยของชาวไทย โดยตำหนิสื่อต่างประเทศบางแห่งที่รายงานข้อมูลที่ผิดและยั่วยุ
“มีการรายงานข่าวว่า คนไทยนับพันมารวมตัวกันแสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมหาราชวัง จริงๆ แล้วจำนวนประชาชนที่เดินทางมานั้นมากมายเกินกว่าที่มีการรายงานไว้มาก ชาวไทยทั่วประเทศได้มารวมตัวกันเพื่อไว้อาลัยให้แก่การสูญเสียกษัตริย์ที่เป็นที่เคารพนับถืออย่างยิ่ง คนหลายแสนคนต่อแถวและรวมตัวกันในเส้นทางการเคลื่อนพระบรมศพ จากโรงพยาบาลศิริราช ไปยังพระบรมมหาราชวัง ขณะที่ประชาชนอื่นๆ ก็ชมการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ด้วยความเศร้าสลด หลายคนเฝ้ารออยู่บนบาทวิถีทั้งคืน เพื่อหาจุดที่พวกเขาจะสามารถแสดงความอาลัยครั้งสุดท้ายให้กับกษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่ง ผู้ซึ่งสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และถือเป็นเสาหลักทางจิตวิญญาณของประชาชนชาวไทย กษัตริย์ผู้ซึ่งเป็นทั้งหัวใจและจิตวิญญาณของชาติได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อประชาชนและประเทศของพระองค์
ในการเตรียมการไว้อาลัย ทางรัฐบาลได้พยายามอย่างเต็มที่ที่จะอำนวยความสะดวกให้คลื่นมหาชนจากทั่วประเทศที่จะเดินทางมาแสดงความจงรักภักดี โดยจำนวนผู้ที่จะเดินทางเข้ามาสักการะพระบรมศพนั้นคาดว่าจะมีจำนวนหลายล้านคน
พบว่า มีสื่อต่างชาติขนาดใหญ่ได้รายงานข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือผิดพลาด โดยมีการกล่าวหา สร้างความจูงใจและยั่วยุ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งความโศกสลดของคนไทยทั้งประเทศ การกระทำดังกล่าวไม่เพียงเป็นการขาดจริยธรรม และยังเป็นการกระทำซึ่งขาดความเป็นมืออาชีพ ขาดความเห็นอกเห็นใจต่อความรู้สึกของไทย และก้าวร้าวต่อวัฒนธรรมและประเพณีของไทย กระทรวงการต่างประเทศขอตำหนิการกระทำดังกล่าว อันสะท้อนให้เห็นถึงอคติของผู้เขียน และต้นสังกัดของพวกเขา ทั้งขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว” แถลงอย่างเป็นทางการของกระทรวงการต่างประเทศระบุ
วันเดียวกันที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์(ศตส.) แถลงภายหลังเป็นประธานประชุมศตส.กล่าวว่า เรื่องความมั่นคงยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ไม่ปรากฏสิ่งบอกเหตุหรือความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ขอให้ทุกฝ่ายสบายใจการฉวยโอกาสอะไรก็แล้วแต่ไม่ควรทำ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและสมพระเกียรติ บนความร่วมมือรวมใจของทุกฝ่าย
กระนั้นก็ตามอาจมีบางฝ่าย บางกลุ่มที่ยังทำเรื่องไม่เหมาะสม อาทิ จ.ภูเก็ต จ.พังงา จ.สุราษฎร์ธานี โดยแต่ละจังหวัดได้แก้ไขปัญหาแล้ว ว่าตามเหตุผลและกฎหมาย ส่วนการเผยแพร่ภาพและข้อความที่ไม่เหมาะสมในต่างประเทศ พบมี 6 ราย แต่ไม่ขอระบุชื่อ เป็นรายเดิมๆ ซึ่งการดำเนินการกับคนเหล่านี้ค่อนข้างยาก เพราะอยู่ต่างประเทศ
ด้าน พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา(สบ10) รักษาราชการแทน รอง ผบ.ตร.และโฆษกตร. เปิดเผยว่า ขอฝากเตือน และยืนยัน จะดำเนินคดีตามกฎหมาย หากพบผู้แสดงความคิดเห็นข้อความอันไม่เหมาะสมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงนี้อย่างเด็ดขาด พร้อมเห็นว่า ทุกคนต้องรู้หน้าที่ของตนเอง ขออย่าทำสิ่งที่ไม่สมควร
