ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/241091
กษัตริย์ทั่วโลกมาไทย
แสดงความไว้อาลัย‘ในหลวง’สวรรคต
รัฐบาลแจงยังไม่ถกถวายนาม‘มหาราช’
ปลุกคนไทยร่วมสร้างประวัติศาสตร์
22ตค.ร้องเพลง‘สรรเสริญพระบารมี’
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 ตุลาคม สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร (7 วัน) ถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
พระบรมฯทรงบำเพ็ญพระราชกุศล
ในการนี้ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเเละเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมศพ จากนั้นทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป ที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อน สวดถวายพรพระ จบ ทรงประเคนภัตตาหาร พระสงฆ์พระราชทานฉันเสร็จแล้ว ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ถวายอนุโมทนา เจ้าพนักงานนิมนต์สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหารขึ้นนั่งยังอาสนะ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล และสมเด็จพระวันรัต ถวายพระธรรมเทศนา จบ พระ 4 รูป สวดธรรมคาถา ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์และทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์อีก 89 รูป เท่าพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ
ก่อนหน้านั้น เวลา 07.17 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในวันที่ 7 ของการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการนี้ทรงถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ 8 รูป จากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหารและวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระศพ มาตั้งแต่ค่ำวันที่ 19 ต.ค. ในการนี้ ม.ล.สราลี กิติยากร ร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลด้วย
พระเทพฯเสด็จพิธีสวดพระอภิธรรม
ต่อมาเวลา 15.00น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีวัดอนงคารามวรวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
เวลา 18.48 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช มีพระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และ วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ
พระราชทานปริญญาบัณฑิตจุฬาฯ
เมื่อเวลา 07.30 น.สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2558 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-21 ตุลาคม ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การนี้ทรงมีพระราโชวาทแก่เหล่าบัณฑิตตอนหนึ่งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ข้าพเจ้ามาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะมีเหตุอันเป็นที่เศร้าเสียใจของคนไทยทั้งชาติ ขอแสดงความชื่นชมกับผู้ทรงคุณวุฒิและบัณฑิตทุกคน ผู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนสำเร็จเป็นบัณฑิต ย่อมต้องมีคุณสมบัติสำคัญคือ มีปัญญา แปลว่าความรู้ทั่วหรือรอบรู้ เช่นรู้หลักวิชาที่เล่าเรียนมา กับรู้ดีรู้ชั่วรู้เหตุรู้ผล รู้ว่าสิ่งใดควรทำไม่ควรทำ รู้ว่าสิ่งใดเป็นประโยชน์ไม่เป็นประโยชน์
ทรงขอพระบารมีในหลวงคุ้มครอง
ทั้งนี้ เมื่อบุคคลสำเร็จการศึกษาอบรมระดับสูง จนมีปัญญาความรู้ดังที่กล่าว ก็จะได้รับการยกย่องว่าเป็นบัณฑิตกันทุกคน แต่ความเป็นบัณฑิตจะมากน้อยเพียงใด จะเรียกว่าเป็นบัณฑิตแท้ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการประพฤติปฏิบัติของแต่ละคนด้วย บางคนมีความรู้ทั่วทุกอย่าง ทั้งในหลักวิชาและความรู้ชัดว่าสิ่งใดดีสิ่งใดชั่ว แต่เมื่อจะนำความรู้ไปปฏิบัติใช้ก็อาจนำไปใช้ในทางที่ผิด เป็นโทษเสียหาย ที่เป็นดังนี้เพราะขาดคุณธรรมสำคัญคือสติ ความรู้ตัว อันจะช่วยให้แต่ละคนมีความยั้งคิด ที่จะนำความรู้ไปใช้ในทางที่ถูกต้อง ไม่หลงผิด ทำพลาดด้วยความประมาทพลั้งเผลอ ด้วยเหตุนี้การมีปัญญาอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ ต้องมีสติกำกับประคับประคองการใช้ปัญญาให้เป็นไปในทางที่ถูกที่ควรด้วย ท่านทั้งหลายต่างก็สำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตทั่วกันแล้ว หากได้ประพฤติปฏิบัติตนอย่างผู้มีสติปัญญา ก็จะได้ชื่อว่าเป็นบัณฑิตแท้อย่างเต็มภาคภูมิ ขอพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คุ้มครองรักษาบัณฑิตทุกคนและทุกท่านที่มาร่วมในพิธีนี้ ให้มีความสุขสวัสดีจงทั่วกัน
ปชช.นับหมื่นยังหลั่งไหลถวายสักการะ
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศรอบพระบรมมหาราชวังว่า ยังคงมีประชาชนเดินทางมารอเข้ามาถวายสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมาหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าถวายความอาลัยตั้งแต่เวลา 08.00 น.และปิดการถวายสักการะเวลาในเวลา 11.00 น. เนื่องจากมีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร (7วัน) พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะถวายความอาลัยอีกครั้งในเวลา 15.00 น.และขยายเวลาถึง 17.00 น. ส่วนวันถัดไปจะเปิดตามปกติ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น.ไม่เว้นวันหยุดราชการ ทั้งนี้ มีประชาชนเข้าถวายสักการะถวายความไว้อาลัย รวมทั้งสิ้น 26,709 ราย สำหรับยอดเงินที่ประชาชนถวายเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลมีจำนวนทั้งสิ้น 468,360 บาท
คณะทูตเดินทางมาร่วมไว้อาลัยต่อเนื่อง
ส่วนที่ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง มีคณะทูตานุทูตจากนานาประเทศ อาทิ มอลต้า ตูนีเซีย สเปน มาดากัสการ์ คูเวต นามิเบีย และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ จำนวนมาก อาทิ ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน ผู้แทนธนาคารโลกภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้แทนสำนักงานบริการโครงการแห่งสหประชาชาติ เดินทางมาลงนามถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างต่อเนื่อง
ผู้ว่าฯกทม.ตรวจความเรียบร้อย
ขณะที่ภายในสนามหลวง ยังมีประชาชนจากต่างจังหวัดและปริมณฑลมาพักค้างคืนในเต็นท์ที่จัดไว้รองรับ ซึ่งช่วงเช้าวันนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.)เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยและพูดคุยกับประชาชนที่มาพักค้างคืน ส่วนประชาชนที่ต้องการไปพักที่อาคารกีฬาเวสน์1 สนามกีฬาไทยญี่ปุนดินแดง และบ้านพักอิ่มใจ ถนนแม้นศรี ทางกทม.จัดรถตู้รับส่งบริการ โดยสามารถมาลงทะเบียนได้ทุกวันเวลา 22.00 และ 24.00น. บริเวณเต็นท์ศูนย์ปฏิบัติการร่วมกทม. ที่ตั้งอยู่ตรงกลางท้องสนามหลวง คาดว่าสุดสัปดาห์นี้เป็นวันหยุดยาวจะมีประชาชนเดินทางมาเพิ่มจำนวนมาก กทม.จึงร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร1กองร้อย คอยดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน
แจกบัตรคิว3.7หมื่นใบ/วัน
ส่วนโดยรอบสนามหลวงยังคงมีหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงจิตอาสาไปตั้งเต๊นท์แจกสิ่งของ อาหาร รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาเข้าถวายสักการะ แสดงความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ กองพันเสนารักษ์ กองพลที่1 รักษาพระองค์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับหน่วยแพทย์ต่างๆนำรถวีลแชร์ประมาณ 100 คัน มาคอยบริการรับส่งผู้สูงอายุและคนป่วย โดยมีนักศึกษาวิชาทหาร นักเรียนโรงเรียนพระโขนงวิทยาลัยมาช่วยเข็นให้
ทั้งนี้ มีการแจกบัตรคิวให้ผู้ที่ร่วมลงนามถวายความอาลัยวันละ 37,000 คิว โดยจะแบ่งให้เข้าไปภายในพระบรมมหาราชวังได้ครั้งละ 100 คิว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน ไม่ต้องยืนตากแดดเป็นเวลานาน รวมถึงมีการแจกแผ่นพับระบุแผนที่รอบสนามหลวง ขณะที่ช่วงค่ำประชาชนบางส่วนที่มาไม่ทันเข้าร่วมลงนามแสดงความอาลัย ก็จะมากราบสักการะพระบรมศพตลอดแนวกำแพงพระบรมมหาราชวัง
กกต.ซื้อลองกองใต้แจกให้ปชช.
ในส่วนสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารกลาง ร่วมกับสมาคมแห่งสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนำผลไม้ลองกอง ซึ่งเป็นการสนับสนุนผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรชาวภาคใต้มาแจกประชาชนเป็นเวลา 30 วัน เพื่อทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
โดยนายสมชัยกล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานหลายภาคส่วนได้แจกน้ำดื่มและอาหารไปแล้ว กกต. จึงไปรับลองกองจากภาคใต้มาแจก เพราะนอกจากประชาชนจะได้ทานผลไม้ที่อร่อยแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรภาคใต้ด้วย ถือว่าได้ผลประโยชน์สองต่อ
ศิริราชปฎิญาณมุ่งพัฒนาการแพทย์
ขณะที่หน่วยงานต่างๆ จัดพิธีถวายสักการะและแสดงความไว้อาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พร้อมกิจกรรมทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล โดยช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่ลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก รพ.ศิริราช ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และอดีตคณบดีฯ พร้อมคณะแพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่และประชาชนร่วมทำบุญตักบาตรพระ 89 รูป และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี
โดยศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อรพ.ศิริราชสุดคณานับได้ เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดี ชาวศิริราชจะขอแปลงความเศร้าต่อการเสด็จสวรรคตของพระองค์ให้กลายมาเป็นพลัง ขอมุ่งมั่นพัฒนาการแพทย์ของประเทศ ทั้งด้านการผลิตแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์และความก้าวหน้าด้านการแพทย์ เพื่อนำความรู้ความสามารถมาดูแลสุขภาพคนไทยตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
อสส.-สธ.นำขรก.แสดงความไว้อาลัย
เช่นเดียวกับ ที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุดนำข้าราชการและเจ้าหน้าที่ประมาณ 1,000 คน ร่วมพิธีน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความไว้อาลัย โดยถวายเครื่องราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นได้ยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเป็นเวลา 9 นาที ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและร่วมลงนาม ถวายความอาลัยในสมุดลงนาม ที่อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โสภณ เมฆธน ปลัด สธ. นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่บำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ เจริญจิตภาวนา 9 นาที พร้อมกันนี้ ได้กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสวดอภิธรรมถวายพระบรมศพทุกวันพฤหัสบดีตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม-10 พฤศจิกายน ที่อาคาร 3 ชั้น 1 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
คิงเนเธอร์แลนด์ร่วมแสดงความอาลัย
ขณะที่บุคคลสำคัญและองค์กรระหว่างประเทศร่วมแสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์กษัตริย์แห่งเนเธอร์แลนด์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯราชองครักษ์ประจำพระองค์เป็นผู้แทนลงนามถวายความอาลัย และถวายสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สถานเอกอัครราชทูตประจำกรุงเฮก ด้วยความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยาวนานระหว่างราชวงศ์จักรีของไทยและราชวงศ์ออเรนจ์-นาสเซาของเนเธอร์แลนด์
ยูเนสโกส่งสารแสดงความอาลัย
ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)เปิดเผยว่า นางอิรินา โบโกวา ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ส่งหนังสือ ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านศธ.แสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยสาระสำคัญในหนังสือได้ถวายราชสดุดีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงความสำคัญต่อศตวรรษที่ 21 ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งความสมัครสมานสามัคคีของคนไทย ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงต่อการดำเนินงานขององค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ทรงอุทิศกำลังพระวรกายเพื่อส่งเสริมหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำประเทศชาติสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับอุดมการณ์และภารกิจสำคัญของยูเนสโก
ชวนรวมพลังร้องเพลงสรรเสริญฯ
ในส่วนของรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงว่า สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้รับการประสานจากม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เชิญชวนประชาชนร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและร่วมแสดงความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการรวมพลังร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ในวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม เวลา 13.00 น. บริเวณถนนหน้าพระลาน กำแพงพระบรมมหาราชวังและสนามหลวง ซึ่งเป็นการจัดทำขึ้นเพื่อบันทึกภาพประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงความรักอันยิ่งใหญ่ ความผูกพันและความอาลัยของประชาชนผู้จงรักภักดีทุกหมู่เหล่าจัดทำเป็นภาพยนตร์และวิดีทัศน์สำหรับฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ และสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ การถ่ายทำภาพยนตร์นี้จะเป็นการบันทึกเสียงเพลงที่ประชาชนขับร้องสด ร่วมกับวงดนตรี Siam Phiharmonic Orchestra และคอรัส 100 คน โดยมีอาจารย์สมเถา สุจริต เป็นผู้ควบคุมการบรรเลงและทีมงาน ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นผู้ถ่ายทำ สำหรับประชาชนที่ประสงค์ไปร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ต้องแต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำและนำเทียนสีขาวไปด้วย โดยนัดหมายซักซ้อมความเข้าใจที่สนามหลวงเวลา 10.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08 9949 5629
“บิ๊กป้อม”ถกศตส.ติดตามสถานการณ์
เมื่อเวลา 15.15 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมประชุมศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์(ศตส.) เพื่อติดตามสถานการณ์ระหว่างการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมถึงการดูแลอำนวยความสะดวกด้านต่างๆให้ประชาชนที่เดินทางมาจากทั่วสารทิศเพื่อร่วมถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัย
กษัตริย์-ผู้นำปท.แจ้งมาไทยร่วมอาลัย
ภายหลังการหารือ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธณะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการ ศตส.แถลงว่า ที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์สำคัญๆด้านต่างๆ ทั้งความมั่นคงการรักษาความสงบเรียบร้อย การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งภาพรวมทุกอย่างเป็นไปด้วยดี สถานการณ์เป็นไปอย่างปกติ หน่วยงานด้านความมั่นคงและการข่าวยังคงทำหน้าที่ระดับสูงสุด ขณะที่การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ศตส.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลทั้งเรื่องที่พัก อาหาร การแพทย์ สาธารณะสุข ขณะที่พล.อ.ประวิตรกำชับว่าให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริการขนส่งสาธารณะ โดยเพิ่มจุดจอดรถเป็น 8 จุด และเพิ่มการสัญจรทั้งทางบกทางน้ำ พร้อมดูแลความปลอดภัยประชาชนอย่างดีที่สุด ส่วนด้านการแพทย์ ได้จัดจุดบริการประชาชนไว้ 11 จุด มีโรงพยาบาลสนาม 2 จุดสามารถดูแลประชาชนได้ทั่วถึง
นายสุวพันธุ์ยังเปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้มีกษัตริย์และผู้นำต่างประเทศติดต่อจะเดินทางมาแสดงความอาลัย ประกอบด้วย สมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินีแห่งมาเลเซีย สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไน ผู้นำประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์และภริยา กัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย ฟิลิปปินส์ สาธารณะรัฐแซมเบีย สหรัฐอเมริกา เกาหลี สาธารณะรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์ มัลดีฟ แกมเบีย และญี่ปุ่น
ยังไม่ถึงเวลาถกทูลเกล้าฯ”มหาราช”
ด้านพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวหลังประชุมศตส.ว่า ที่ประชุมมีการหารือถึงการทูลเกล้าฯ “มหาราช”ต่อท้ายพระนามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชหรือไม่ว่า ไม่มีการหารือในที่ประชุมศตส. เนื่องจากคณะกรรมการชุดนี้ มีหน้าที่หารือถึงการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่จะเดินทางมาแสดงความอาลัยพระบรมศพ
ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องดังกล่าวหากจะขอทูลเกล้าถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลใช่หรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า นายกฯทำความเข้าใจกับประชาชนไปแล้วว่า คงเป็นไปในอีกระยะหนึ่งที่ต้องพูดคุยกันเรื่องดังกล่าวตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดกัน
คศช.ตั้งกอร.รส.ดูแลปชช.
วันเดียวกัน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)แถลงถึงการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เดินทางมาแสดงความอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า นายกฯเป็นห่วงอยากให้ประชาชนได้รับความสะดวกที่สุดในการเดินทางมาแสดงความไว้อาลัยพระบรมศพ จึงมอบให้พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ในฐานะเลขาธิการคสช.ตั้งกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.)บูรณาการกับทุกภาคส่วน โดยจะประชุมกันทุกวัน เวลา 11.00 น.และปรับเสริมให้งานอำนวยความสะดวกประชาชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับการดูแลประชาชนนั้น ตั้งแต่จัดขนส่งมวลชน การแจกสิ่งของทั้งอาหารน้ำดื่มและเครื่องอุปโภคบริโภคของทั้งภาครัฐและเอกชนผู้มีจิตอาสา การรักษาพยาบาล ระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็น เช่น ห้องสุขาหรือที่ทิ้งขยะ รวมทั้งที่พัก โดยเฉพาะวันที่ 28 ตุลาคม ซึ่งประเมินว่าจะมีประชาชนเดินทางเข้ามาจากทั่วสารทิศ ทางกอร.รส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมอำนวยความไว้แล้ว
จัดกำลังทหาร-ตร.กว่า3หมื่นดูแล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่สนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง มีกำลังทหารกองบัญชาการกองพลทหารที่1รักษาพระองค์ (พล.1รอ.)ที่วัดพระธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร 50 กองร้อย และเตรียมกำลังผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน150 กองร้อย โดยจัดหน่วยขึ้นตรง พล.1รอ.และกำลังสนับสนุนส่วนอื่นจากกองทัพบกเพิ่มเติมมีทหารประมาณกว่า30,000นาย ผลัดกันอยู่เวรตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลความเรียบร้อยทั้งสถานที่และลาดตระเวน อีกทั้ง มีกำลังตำรวจนครบาล 8สน.ผลัดละ 300 นาย เจ้าหน้าที่เทศกิจผลัดละ 200นาย
สตช.ประสานกองทัพดูแล28ต.ค.
ด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)กล่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสั่งย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเต็มที่ โดยมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในวันที่ 28 ตุลาคม ซึงในส่วนตำรวจสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มอัตรา โดยเฉพาะกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 และ 6 พร้อมสั่งให้ตำรวจสันติบาล กองบังคับการสืบสวน นำกำลังมาช่วยเพิ่มเติม ส่วนรถตู้ของตำรวจนครบาล จะให้บริการรับส่งประชาชนฟรี 3 เส้นทาง คือ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หน้าห้างมาบุญคลอง และวงเวียนใหญ่ ตั้งแต่เวลา08.00-16.00น. ส่วนประชาชนที่ต้องการเดินทางมายังพื้นที่รอบพระบรมมหาราชวัง โทรสอบถามเส้นทางได้ที่ สายด่วน บก.02 เบอร์ 1197, สายด่วนรับแจ้งเหตุ 191, และศูนย์ประชาบดี 1111
จัด11จุดบริการทางการแพทย์
วันเดียวกัน ที่สำนักการแพทย์ นางวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.)เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมทางการแพทย์ในงานพระราชพิธีพระบรมศพในการดูแลประชาชน ก่อนเผยว่า กทม.จัดหน่วยแพทย์ หน่วยปฐมพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และ ทีมสุขภาพจิต ในจุดบริเวณโดยรอบสนามหลวง 11จุด แบ่งระดับการให้บริการรวมทั้ง มีโรงพยาบาลสนาม ที่ดูแลโดยกรมแพทย์ทางบก และโรงพยาบาลราชวิถียืนยันความพร้อมในการดูแลประชาชนได้ทั่วถึง
ชาวเขาร่ำไห้รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ
สำหรับบรรยากาศทั่วประเทศหลายจังวัดยังมีพสกนิกรจำนวนมาก นำข้าวสารอาหารแห้งมาร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งที่ จ.เชียงรายจัดพิธีทางศาสนากลุ่มชาติพันธุ์เพื่อน้อมเกล้าฯถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีตัวแทนกลุ่มจากเผ่าต่างๆ ใน จ.เชียงราย ไม่ว่าจะเป็น ลาหู่ ลั๊วะ ม้ง ฯลฯ รวมประมาณ 500 คน เข้าร่วมพิธี ณ ศูนย์พัฒนาชาวเขา จ.เชียงราย หลายคนร้องไห้ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์
พสกนิกรมุ่งมั่นทำดีเพื่อพ่อหลวง
ขณะเดียวกันหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมใจจัดพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยเปิดลงนามและกล่าวแสดงความอาลัย พร้อมทั้งยืนสงบเป็นเวลา 9 นาที บางพื้นที่มีการแปรอักษรเป็นเลข๙ มีรูปหัวใจล้อมรอบ แสดงถึงความรักที่มีต่อพระองค์ ทั้งนี้ ทุกคนอยู่ในอาการโศกเศร้า และตั้งใจจะมุ่งมั่นทำความดี ยึดถือเศรษฐกิจพอเพียง ให้สมเป็นพสกนิกรใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ส่วนการแสดงน้ำใจต่อกันของคนไทยก็ยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการนำริบบิ้นสีดำมาแจกจ่าย การรับย้อมเสื้อสีดำ การเปิดบริการสกรีนเสื้อ ข้อความ “ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป”โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย การนำอาหารมาเลี้ยงประชาชน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
ภาพพระบรมฉายาลักษณ์เริ่มขาดแคลน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชหลายพื้นที่เริ่มไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนแล้ว จากการสอบถามที่ร้านมงคล999 เลขที่ 22/24 ถนนรถไฟ อ.เมือง จ.นครปฐมพบว่า มีประชาชนมาสอบถามเพื่อหาซื้อกันทุกวัน นับตั้งแต่ทราบข่าวในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต ซึ่งทางร้านขายหมดไปตั้งแต่วันนั้น ต่อมาสั่งมาใหม่แต่ก็ได้มาเพียง 10 ภาพ ซึ่งทางร้านจำหน่ายในราคาเดิม เพราะอยากให้ประชาชนได้มีพระบรมฉายาลักษณ์ไว้กราบไหว้โดยทั่วกัน
‘มนัส บุญจำนงค์’วิ่งแสดงความอาลัย
ด้านนายมนัส บุญจำนงค์ นักชกฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2008 และเหรียญเงิน 2008เผยว่า จะวิ่งจากบ้านเกิดของตนคืออ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคมไปถึงจนพระบรมมหาราชวัง เพื่อร่วมแสดงความไว้อาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ ทั้งนี้ ตนเป็นนักมวยเหรียญทองโอลิมปิกคนสุดท้ายที่ได้เข้าเฝ้าฯที่พระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รู้สึกเป็นบุญอย่างมาก โดยครั้งนั้นพระองค์ทรงตรัสกับทุกคนอย่างเป็นกันเอง หลังจากทราบว่าพระองค์สวรรคต ตนเสียใจมาก เมื่อได้ดูพระราชกรณียกิจก็น้ำตาไหลตลอด จึงตัดสินใจจะวิ่งแสดงความอาลัยถวายแด่พระองค์ท่าน
