ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มิ.ย. 2560 10:00
อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/987381

เอลิส ดาลล์มาจ์น หญิงชาวเบลเยียม วัย 30 ปี ถูกพบเป็นศพถูกสัตว์กัดแทะบนเกาะเต่าของไทย เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจระบุเป็นการฆ่าตัวตาย ขณะที่แม่ผู้ตายออกมาเรียกร้องขอข้อมูล และไม่เชื่อว่าลูกสาวจะปลิดชีพตัวเอง…
จากกรณี น.ส.เอลิส ดาลล์มาจ์น ชาวเบลเยียม วัย 30 ปี ถูกพบเป็นศพบนเกาะเต่า ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประเทศไทย เมื่อ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งตำรวจสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตายนั้น ล่าสุด มิเชล มารดาของเธอออกมาโพสต์ข้อความบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก เมื่อ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของลูกสาว เพราะไม่ได้รับข้อมูลจากตำรวจ และไม่คิดว่าลูกสาวจะฆ่าตัวตาย
ตามการสืบสวนของตำรวจไทยพบว่า น.ส.ดาลล์มาจ์น เดินทางจากเกาะพะงันไปเกาะเต่า ในวันที่ 19 เม.ย. แต่บังกะโลที่เธอพักอยู่เกิดไฟไหม้ เนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้เธอต้องหนีออกจากที่เกิดเหตุ และเดินไปหลายกิโลเมตรจนถึงอ่าวโตนด เพื่อรับประทานอาหาร และจองตั๋วเดินทางไปกรุงเทพมหานครผ่านจังหวัดชุมพร ในวันที่ 24 เม.ย. ซึ่งในวันดังกล่าว กระเป๋าเดินทางของเธอถูกส่งถึงจังหวัดชุมพรแล้ว แต่ตัวเธอกลับไม่มา ก่อนจะมีข่าวว่าเธอถูกพบเป็นศพอยู่บนก้อนหินในป่าใกล้อ่าวโตนด สภาพศพถูกคลุมด้วยเสื้อเชิ้ต มีร่องรอยถูกสัตว์กัดแทะ ตำรวจระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นการฆ่าตัวตาย ด้วยการแขวนคอกับต้นไม้

อย่างไรก็ตาม ตามรายงานของเว็บไซต์ ‘samuitimes’ นางมิเชล มารดาของ น.ส.ดาลล์มาจ์น ว่า เธอยังรอผลการชันสูตรศพขั้นสุดท้ายว่าลูกสาวเธอเสียชีวิตเพราะอะไร และไม่ได้รับการติดต่อจากตำรวจไทยอีกเลย นับตั้งแต่พิธีฌาปนกิจศพลูกสาวของเธอถูกจัดขึ้นในกรุงเทพมหานคร 14 วันหลังพบศพ
ทั้งนี้ ตามการเปิดเผยของ นางมิเชล ลูกสาวของเธอเดินทางไปอินเดีย, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เมื่อกว่า 2 ปีก่อน และเดินทางไปยังประเทศไทยเป็นประจำ โดยอาศัยอยู่บนเกาะพะงันนานกว่า 1 ปี ก่อนที่ในวันที่ 17 เม.ย. เธอได้คุยกับลูกสาวผ่านทางสไกป์ ซึ่ง น.ส.เดลมานจ์ ให้สัญญาว่าจะเดินทางกลับบ้าน ทำให้มิเชลไม่เชื่อว่าลูกสาวของเธอจะฆ่าตัวตาย โดยตั้งข้อสังเกตว่า ลูกสาวเธอจะซื้อตั๋วเดินทางไปกรุงเทพฯ ทำไม หากตั้งใจจะเข้าไปฆ่าตัวตายในป่า