ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/241392
วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.09 น.
23 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร ว่า คุณเยาวลักษณ์ พัวพิทย์ศิริกุล ในวัย 74 ปี ต.บ้านบุ่ง อ.เมือง จ.พิจิตร เล่าถึงความทรงจำสูงสุดของชีวิตที่ยังไม่มีวันลืม เมื่อครั้งมีโอกาศรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง พร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ สนามโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2521 เวลาประมาณ 15.45 น. เพื่อเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่จังหวัดพิจิตร รวมทั้งพระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้านรวม 61 รุ่น
ในครั้งนั้น คุณเยาวลักษณ์ ได้มีโอกาสรับเสด็จอย่างใกล้ชิดในฐานะรองประธานลูกเสือชาวบ้านรุ่น “ภัทรมหาราช” มิรู้ลืมพระราชทานกระแสพระราชดำรัสด้วยคำสามัญคล้ายพ่อสอนลูกขอให้ประชาชนมีความเสียสละ มีความรัก ความสามัคคี เพื่อความสงบสุขที่ยั่งยืน ผ่านไปเกือบ 40 ปี ครอบครัวคุณเยาวลักษณ์ ยึดเป็นธงชัยของการดำเนินชีวิต ปัจจุบันมีฐานะที่มั่นคง ครอบครัวอบอุ่น บุตรชายต่อยอดคำสอนพ่อ ดำเนินธุรกิจขนาดเล็กผลิตน้ำดื่มและเปิดร้านจำหน่ายสินค้าในตลาดเก่าวังกรดแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดพิจิตร

คุณเยาวลักษณ์ พัวพิทย์ศิริกุล เล่าถึง บรรยากาศการรับเสด็จมีประชาชนจำนวนมากต่างเดินทางมารับเสด็จ เพื่อชื่นชมพระบารมีแม้ว่าจะเดินทางมาลำบาก เนื่องจากการเดินทางไม่สะดวกเหมือนในปัจจุบันแต่ก็มีประชาชนนับหมื่นคนเดินทางมารับเสด็จ กระแสพระราชดำรัสที่ทรงมอบให้ประชาชนที่มารับเสด็จจับใจความได้คือ ทรงให้มีความเสียสละ ความรัก ความสามัคคี เพราะสิ่งนี้จะทำให้เกิดความสงบสุขในบ้านเมือง

ช่วงที่จำมิรู้ลืมคือช่วงที่เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด ขณะนั้น นายปรีชา พัวพิทย์ศิริกุล สามีของตนเองซึ่งขณะนี้เสียชีวิตไปแล้วเป็นประธานลูกเสือชาวบ้านและตนเองเข้ารับพระราชทานธงลูกเสือชาวบ้านจากพระหัตถ์ ทรงตรัสทักทายแบบคำพูดของสามัญชน สร้างความตื้นตันมิรู้ลืม
นายศราวุธ พัวพิทย์ศิริกุล บุตรชาย กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดก็เห็นบิดา มารดา ดำเนินชีวิตโดยยึดแนวพระราชดำริอยู่อย่างพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นหลักมาโดยตลอด ในฐานะพ่อค้าในชุมชน ไม่ทำกิจการเกินกำลังของครอบครัว ทำให้ครอบครัวของเรามีฐานะที่มั่นคง ปัจจุบันตนเองยังคงยึดแนวทาง ซึ่งนายปรีชา พัวพิทย์ศิริกุล บิดาของตนซึ่งเสียชีวิตมาใช้โดยตลอด ประกอบกิจการผลิตน้ำดื่มขนาดเล็กและเปิดร้านจำหน่ายสินค้าในตลอดวังกรด ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดพิจิตร มีชีวิตที่มั่นคงอยู่อย่างมีความสุข

