รัฐจัดวาง การศึกษาในเขตเศรษฐกิจพิเศษ นร.-นศ.เป็นทุนมนุษย์ในการขับเคลื่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241658

x

รัฐจัดวาง การศึกษาในเขตเศรษฐกิจพิเศษ นร.-นศ.เป็นทุนมนุษย์ในการขับเคลื่อน

วันพุธ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรองหัวหน้าคณะรัฐมนตรีส่วนหน้า กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การจัดการศึกษาในเขตเศรษฐกิจพิเศษ” ที่จัดขึ้นโดยวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ในวันที่ 12 ตุลาคม ณ ห้องประชุมสถาบันไทย-เยอรมัน นิคมอุตสาหกรรมอมตะนครจังหวัดชลบุรี โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บรรพต วิรุณราช คณบดีวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานปาฐกถาพิเศษว่า เกิดจากการที่วิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มีส่วนร่วมกับคณะทำงานของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการวิจัยค้นพบรายวิชาด้านบริหารธุรกิจที่สามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทย ซึ่งจากการวิจัยรูปแบบการพัฒนาเนื้อหาแบบบูรณาการเกี่ยวกับความรู้ที่ใช้ในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนับเป็นวาระสำคัญของประเทศสมาชิกในประชาคมอาเซียนในการรวมตัวเป็นครอบครัวเดียวกันด้วยวิสัยทัศน์ การสร้างประชาคมอาเซียนที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง โดยมีกรอบการทำงานรวมกันในสามเสาหลัก ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ที่จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน การลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมบทบาทของอาเซียนในเวทีโลก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บรรพต กล่าวต่อไปว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดเขตพัฒนาพิเศษของไทยจำนวน 10 เขตพื้นที่ ได้แก่ จังหวัดตาก สงขลา มุกดาหาร สระแก้ว ตราด เชียงราย กาญจนบุรี หนองคาย นครพนม และนราธิวาสที่มีชายแดนที่ติดต่อกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรกัมพูชา และมาเลเซีย เพื่อสร้างฐานการผลิตที่เชื่อมโยงกับอาเซียนและการพัฒนาชายแดน ดังนั้นการศึกษาจึงเป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาค และเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลไทย โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เห็นความสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา จึงได้มีการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติด้วยการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะในการทำงาน และการประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษต่อไป โดยมีพล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูล ในแต่ละจังหวัด เพื่อเป็นข้อมูลในการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน ให้เหมาะสมกับรายวิชาทางธุรกิจตรงตามความต้องการของพื้นที่อย่างเป็นระบบ ซึ่งพบว่า นักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา ถึงมัธยมปลาย จะต้องมีการเรียนทางบริหารธุรกิจ แบบสอดคล้อง ต่อเนื่องในด้านการตลาด การขายการผลิต การบัญชี การเงิน ทรัพยากรบุคคล และการสร้างเครือข่ายธุรกิจจนได้ออกมาเป็น 14 วิชา 78 บท จำนวน 1,051 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อนักเรียนจบมัธยมต้นก็สามารถประกอบอาชีพส่วนตัวได้ในเขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งเป็นระบบ SUPPLY CHAIN สอดคล้องต่อเนื่องในเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือเข้าทำงานในบริษัทในเขตเศรษฐกิจพิเศษได้ตามแผนการพัฒนายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อพัฒนาประเทศไปสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืนโดยเน้นการสร้างผลผลิตสำคัญ คือทุนมนุษย์ให้เป็นแกนหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยมีนักเรียนนักศึกษาเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน

Leave a comment