ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/241577

วังเลื่อนเปิดถวายบังคม พระบรมศพ เริ่ม29ตค.วันละ1หมื่นคน
วังเลื่อนเปิดถวายบังคม
พระบรมศพ
เริ่ม29ตค.วันละ1หมื่นคน
พระบรมฯรับสั่งดูแลพสกนิกร
ทรงย้ำเป็นแขกของพระองค์
ประชาชนไว้อาลัยเนืองแน่น
ปักหลักต่อคิวยาวกว่า3กม.
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2559 เวลา 07.03 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่สิบเอ็ด จากนั้นทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารเป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบสมภังค์ แสดงปางห้ามญาติหรืออภัยมุทราด้วยพระหัตถ์ขวาเพียงข้างเดียว ที่หน้าพระแท่นนพปฏลมหาเศวตฉัตร จากนั้นประเคนสำรับภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหารวิหารและ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 23 ตุลาคม 2559 แล้วเสด็จกลับ
ต่อมา เวลา 11.00 น. ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมวัดบวรนิเวศวิหาร และจักวรรดิราชาวาส วรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรม
พระเทพฯเสด็จบำเพ็ญพระราชกุศล
จากนั้นเวลา 19.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช มีพระพิธีธรรมจากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรม
พระบรมฯเสด็จบำเพ็ญพระราชกุศล
ต่อมา เวลา 21.00 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช
พระบรมฯพระราชทานให้ประชาชน
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งทรงมีความห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ และลงนามแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่กองงานในพระองค์ นำอาหารและน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน โดยเจ้าหน้าที่ได้ตั้งโต๊ะบริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามประตูมณีรัตน์
โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่า อาหารพระราชทานมี 3 เวลา ประกอบด้วย อาหารเช้า เป็นข้าวเหนียวหมูทอด พร้อมนม มื้อกลางวันเป็นก๋วยเตี๋ยวไก่ต้มยำและข้าวหมูแดงหมูกรอบ มื้อเย็นเป็นแกงส้มและกระดูกหมูทอด ส่วนอาหารว่าง เป็นซาลาเปาและขนมไทย โดยจัดเตรียมไว้มื้อละ 5,000 ชุดหรือวันละ 15,000 ชุด
รับสั่งทุกคนเป็นแขกของพระองค์
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารมหาดเล็กฯ คนหนึ่ง เปิดเผยว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรับสั่งว่า พสกนิกรที่มาเป็นแขกของพระองค์ ฉะนั้น ต้องทำให้พสกนิกรได้รับความสะดวกสบายที่สุด ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด จึงได้พระราชทานอาหารโดยรับสั่งว่า ต้องดี ต้องอร่อย เมนูปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมแต่ละวัน เช่น ข้าวขาหมูตรอกซุง ข้าวแกงต่าง ๆ ก๋วยเตี๋ยว ซึ่งจะนำมาจากร้านที่มีชื่อเสียง 2 เจ้า ๆ ละ 2,500 ชุด แจกร่วมไปกับน้ำดื่มและน้ำสมุนไพรที่เตรียมไว้ 500 ลิตร เช่น น้ำเก๊กฮวย กระเจี๊ยบ พร้อมขนมจากร้านที่มีชื่อเสียง และขนมจากร้านสวัสดิการข้าราชบริพารในพระองค์ เช่น ซาลาเปานพเก้า ตลอดจนผลไม้ต่างๆ นอกจากนี้ ยังจัดแพทย์อาสามาให้บริการอีกด้วย
พสกนิกรต่อคิว3กม.ถวายอาลัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงถวายความอาลัยพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่ เวลา 08.05 น.โดยมีประชาชนจำนวนมากพาครอบครัวมาเข้าแถวรอเพื่อเดินทางเข้าแสดงออกถึงความจงรักภักดีอย่างเนืองแน่น แม้จะต้องเข้าแถวต่อคิวกันยาวกว่า 3 ก.ม. ก็ไม่มีใครยอมถอย
พระองค์โสมฯเสด็จทอดไก่
เมื่อเวลา 13.57 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะอุปนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก ทรงรถด้วยพระองค์เอง เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ พร้อม หม่อมหลวงสราลี กิติยากร มายังรถหน่วยเคลื่อนที่ “เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ที่บริเวณด้านหน้าของกรมศิลปากร การนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี ทรงทอดไก่หมักสูตรพิเศษของพระองค์เอง เป็นครั้งที่ 3 เพื่อจัดเป็นเมนูข้าวเหนียวไก่ทอด โดยมี ม.ล.สราลี มาร่วมแจกจ่ายข้าวเหนียวไก่ทอดให้กับประชาชนที่มาเข้าแถวรอรับประทานกันเป็นจำนวนมาก สร้างความปลื้มปิติให้กับประชาชนอย่างมาก
ทรงประทานกำลังใจให้คนไทย
พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงมีรับสั่งว่า ขอบใจคนไทยทุกคนที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมทั้งทรงมีรับสั่งให้กำลังใจแก่กลุ่มจิตอาสาที่นำอาหาร น้ำ เครื่องดื่ม สิ่งต่างๆ มาบริการให้กับประชาชนบริเวณรอบๆ ท้องสนามหลวง และการที่พระองค์เสด็จฯ มาทอดไก่นั้น ก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ที่อยากจะมอบให้กับประชาชนชาวไทยทุกคน นอกจากนี้ ยังประทานกำลังใจให้คนไทยทุกคนคลายจากเศร้าโศกต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ประชาชนคนไทยทุกคนต้องเข้มแข็ง และนำหลักธรรมมายึดปฏิบัติในการดำเนินชีวิต แล้วทุกอย่างจะผ่านพ้นไปด้วยดี
พสกนิกรเผยสุดปลาบปลื้ม
นายธนาตย์ หวีวงมา อายุ 48 ปี ชาวบ้าน ต.นครไทย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ซึ่งเดินทางมาทำงานอยู่ที่ จ.ระยอง ได้พาครอบครัวมาร่วมแสดงความอาลัย และได้มีโอกาสเข้ารับประทานข้าวเหนียวไก่ทอด ว่า รู้สึกปลื้มใจมากที่ได้มีโอกาสรับประทานไก้ทอดจากฝีมือพระองค์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ
นางบุปผา อ่อนลา อายุ 42 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี ที่มาต่อแถวรับข้าวเหนียวไก่ทอดกับเพื่อนๆ บอกความรู้สึกว่าดีใจและปลื้มปิติมาก ไม่เคยเฝ้าฯ รับเสด็จพระองค์โสมฯอย่างใกล้ชิดแบบนี้มาก่อน ซึ่งแม้อากาศจะร้อนอบอ้าวแต่ก็ทรงไม่ท้อ นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างยิ่ง
น.ส.หทัยกาญจน์ อายุ 20 ปี ชาวกรุงเทพฯ ที่มาเป็นจิตอาสาเดินแจกน้ำดื่มและช่วยเก็บขยะ บอกว่า รู้สึกปลาบปลื้มที่ได้รับประทานอาหารทรงปรุงจากพระองค์โสมฯ มื้อนี้จึงเป็นมื้อที่อร่อยที่สุด
“พีช พัชระ”ขอสานต่อพระราชปณิธาน
ที่บริเวณประตูมณีนพรัตน์ นายธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ผู้บริหารโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา นำขนมเพรสตี้และครัวซองต์มาแจกจ่ายให้ประชาชน ก่อนพาครอบครัวมาร่วมลงนามถวายความอาลัย โดย นายพชร จิราธิวัฒน์ หรือ พีช อายุ 23 ปี ดารานักแสดง เผยว่า พวกเราคนไทยต่างรู้สึกเสียใจ เจ็บปวดเหมือนกัน แต่ในฐานะคนไทยเราจะสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ท่านในเรื่องของความสามัคคี ที่ราต้องเรียนรู้ที่จะเสียสละส่วนตนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม หากเราได้มากก็ช่วยเหลือผู้อื่นให้มาก โดยไม่เพียงแค่กำลังทรัพย์ แต่พละกำลังและพลังความคิดก็นำมาช่วยเหลือสังคมได้ด้วย โดยส่วนตัวในฐานะนักแสดง พระองค์ท่านเคยมีพระราชดำรัสถึงอาชีพของพวกเราว่า “เราเป็นนักแสดง สิ่งที่เราต้องทำคือต้องสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ของทุกคน”
ชาวกรุงประทับใจคำสอนในหลวง
น.ส.สายสุรีย์ จึงแย้มปิ่น ที่เดินทางมาจาก พระราม 4 กทม. พร้อมด้วย น.ส.สาธิตา สันติ วรวุฒิ ชาวประชาชื่น กทม. และ น.ส.กัลยา เข็มเพชร รัชดา กทม.เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กล่าวตรงกันว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระปรีชาสามารถหาคนที่จะเสมอเหมือนได้ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมาย และทรงให้ความใกล้ชิดกับประชาชน สิ่งที่ประทับใจมากคือคำสอนที่ทรงสอนเรื่องความพอเพียง ความอดทน ความพยายาม ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่พระองค์มีต่อปวงชนชาวไทย ทุกคำที่พระองค์ท่านตรัสไว้สามารถทำให้ประชาชนได้คิด นำไปปฏิบัติได้
จิตอาสาช่วยบริการประชาชน
ส่วนบริเวณเต๊นท์โดยรอบบริเวณสนามหลวง ก็ยังคงมีจิตอาสามากมาย ที่นำทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และผลไม้ ยาดม มาแจกทั้งในบริเวณเต้นท์และเดินแจกบริเวณรอบๆ ท้องสนามหลวง และบริการนำถุงดำมาให้ทิ้งขณะ ซึ่งแม้จะมีอุปสรรคในการเดินทางมาบ้าง เพราะจิตอาสาบางรายเดินทางมาจากต่างจังหวัด แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดความย่อท้อ เพราะตั้งใจมาทำความดีเพื่อพระองค์ท่าน นอกจากนี้ยังมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อยที่ได้วางดอกไม้แสดงความอาลัยบริเวณริมกำแพงพระบรมหาราชวัง ซึ่งดอกไม้ที่นำไปวางไว้นั้น ทางเจ้าหน้าที่ กทม. จะนำไปจัดวางตกแต่งอย่างสวยงามที่สวนสราญรมย์
ตำรวจดูแลความปลอดภัยเต็มที่
ด้านการดูแลความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเครื่องสแกนวัตถุต้องสงสัย เพื่อตรวจจับสิ่งแปลกปลอม 8 จุดโดยรอบท้องสนามหลวง จุดละ 3-4 เครื่อง โดยประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
พ.ต.ต.วันเผด็จ หงษ์ทอง สวป.สน.หัวหมาก ผู้รับผิดชอบจุดตรวจบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เปิดเผยว่า แต่ละจุดจะมีเจ้าหน้าที่ 10-15 นาย คอยตรวจและอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชม. ยังไม่พบสิ่งแปลกปลอมและอันตรายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ ตำรวจนครบาลและภูธร จะทำหน้าที่ได้ดูแลประชาชนอย่างเต็มความสามารถ
ขณะที่ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ได้ออกตรวจความเรียบร้อยตั้งแต่ก่อน 08.00 น. และได้เน้นย้ำถึงการทำงานร่วมกันระหว่างทหาร ตำรวจ และเทศกิจเพื่อรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. โดยจนถึงตอนนี้ยังไม่มีรายงานความผิดปกติแต่อย่างใด
ยอดลงนามทั่วประเทศร่วม3ล้านราย
ทั้งนี้ ในเวลา 16.00 น. สำนักพระราชวังปิดการสักการะพระบรมศพหน้าพระฉายาลักษณ์ และลงนามถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมจำนวนประชาชนที่มาลงนามถวายความอาลัย 46,051 ราย รวม 10 วัน 334,934 ราย มีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลทั้งสิ้น 1,182,595 บาท รวม 10 วัน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 6,662,549.25 บาท
ขณะที่กระทรวงมหาดไทยได้สรุปยอดสะสมการลงนามแสดงความไว้อาลัย ของพสกนิกรทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 14-23 ตุลาคม จำนวนทั้งสิ้น 2,944,934 ราย
ผู้นำหลายประเทศร่วมถวายอาลัย
นอกจากนี้ ตลอดทั้งวัน ผู้นำประเทศและผู้นำองค์กรระหว่างประเทศ เดินทางมาวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง จากนั้น ลงนามถวายความอาลัย ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง ต่อเนื่องตามลำดับ เวลา 11.15 น. นายคริสโตเฟอร์ เจ. โลอิแอค อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชล เวลา 13.45น. นายโทนี่ ตัน เคง ยัม ประธานาธิบดีสาธารณรัฐสิงคโปร์ และนางเมรี ตัน ภริยา เวลา 14.20น. นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว และนางนาลี สีสุดลิด ภริยา รวมทั้งผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ นายลี ซุงโฮ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี นางลอเรนต์ เมลลัน รักษาการผู้แทนภูมิภาค สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เตรียมปรับสถานที่รับของจิตอาสา
ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการปฏิบัติงานของกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) ว่า งานอำนวยความสะดวกในส่วนกระทรวงกลาโหมโดยกองทัพบก คือการจัดสร้างสะพานแบรี่แบบเอ็ม 2 เพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจรเสริมในการข้ามคลองหลอดบริเวณหลังกระทรวงกลาโหมได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งหลังจากทำเสร็จแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะนี้ประชาชนสามารถใช้เพื่อเดินข้ามคลองหลอดเข้ามายังพื้นที่ท้องสนามหลวงได้แล้ว ส่วนการบริหารจัดการอาหารและเครื่องดื่มที่ผู้มีจิตอาสานำมาสนับสนุน ในเบื้องต้นเพื่อความเหมาะสม กรุงเทพมหานคร(กทม.) อาจขอปรับไปใช้สถานที่ใดที่หนึ่งในบริเวณใกล้เคียงท้องสนามหลวง ซึ่งเบื้องต้นอาจเป็นที่ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนามม้านางเลิ้ง) เพื่อเป็นจุดนัดพบเริ่มต้นก่อนกระจายต่อเข้าในพื้นที่
เดิน-ปั่นจักรยานสักการะในหลวง
ส่วนบรรยากาศความเคลื่อนไหวในจังหวัดต่างๆ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกพล ตั๋น อายุ 39 ปี ชาว จ.ลำพูน เดินเท้าจาก จ.พิษณุโลก เพื่อสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ พระบรมมหาราชวัง ระยะทางกว่า 400 กม. ซึ่งขณะนี้เดินทางมาถึง จ.นครสวรรค์แล้ว
ขณะที่ นายศุภผล ลักษณะพันธ์ ชาวจ.ยะลา วัย 52 ปี ซึ่งเริ่มปั่นจักรยานออกจาก จ.ยะลา เมื่อช่วงเช้ามืดวันเดียวกัน เพื่อไปถวายสักการะพระบรมศพ ได้เดินทางถึงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แล้ว และจะพักค้างคืนที่ อ.หาดใหญ่ ท่ามกลางแรงใจของประชาชนทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ
รวมพลังศิลปะวาดภาพ “ร.9”
ขณะเดียวกัน ที่ขัวศิลปะเชียงราย ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นศูนย์รวมศิลปินชาวเชียงราย ได้มีการจัดกิจกรรมรวมพลังศิลปินขัวศิลปะ “วาดภาพเพื่อพ่อ” เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ นำศิลปินภาคเหนือ ร่วมในการวาดภาพสดบนผืนผ้าใบขนาด กว้าง 2.50 เมตร ยาว 17 เมตร ทั้งนี้ ด.ช.นัทธกร ศรีพะลาน อายุ 6 ขวบ ศิลปินตัวน้อยที่ จ.อุดรธานี ได้วาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่เสด็จพระราชกรณียกิจต่างๆ เพื่อร่วมถวายความอาลัย ขณะนี้วาดได้ 6 รูปแล้ว และจะวาดต่อไปเรื่อยๆ
กลุ่มบิ๊กไบค์เดินสายทำความดี
ขณะที่กลุ่มผู้รักการขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (บิ๊กไบค์) กว่า 200 คัน เดินทางกว่า 600 กม. นำต้นผ้าป่าสามัคคีที่ทำขึ้นมาทอดถวาย และมอบให้กับ ร.ร.บ้านโดนออง และนำสิ่งของเครื่องเขียน อุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้า รองเท้า และอื่นๆ มอบให้ด้วย เพื่อเป็นการทำความดีตามรอยพ่อ
เสี่ยร้านขายเสื้อสะสมปฏิทินในหลวง
นายสมเกียรติ บุญช่วย อดีตทหารรักษาพระองค์ ปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านมะยม ขายเสื้อผ้าในตลาดเทศบาลเมืองตราด เปิดเผยถึงการเก็บสะสมปฏิทินที่มีรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากห้างร้านต่างๆ นำมาแขวนไว้ในร้านกว่า 100 ชิ้น เพื่อแสดงความจงรักภักดี ว่าได้เก็บสะสมรูปในหลวงมาตลอด โดยเฉพาะในปีใหม่ธนาคารต่างๆ จะแจกปฏิทิน จนปัจจุบันมีปฏิทินกว่า 300 ชิ้น ที่เก็บสะสมไว้ และอยากจะฝากถึงเด็กรุ่นใหม่ทุกๆ คนให้ดูแบบอย่างในหลวงที่ท่านได้ทำไว้ ทั้งการอดทน ความพากเพียง ซึ่งพระองค์ท่านทรงงานหนักมาโดยตลอด ซึ่งเด็กรุ่นใหม่จะไม่ค่อยได้เห็นมากนัก
เลื่อนให้เข้าถวายสักการะ29ต.ค.
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 16.00น. สำนักพระราชวังแจ้งว่า ได้รับพระราชานุญาต ในการเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดังนี้ 1.ในวันที่ 28 ตุลาคม 2559 สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายความอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-16.30 น. อีกหนึ่งวัน
2.พระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายหลังพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป เวลา 08.00-21.00น.ทุกวัน (ยกว้นช่วงมีพระราชพิธีบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท)
ขอความร่วมมือแต่งกายสุภาพ
การแต่งกาย โปรดแต่งกายสุภาพไว้ทุกข์สีดำ ชุดชาวเขาสำหรับชาวเขา ชุดลูกเสือสำหรับลูกเสือ ชุดนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ถูกต้องตามระเบียบของสถานศึกษานั้นๆ สุภาพบุรุษ ขอความกรุณาสวมเสื้อมีปกสีดำ กางเกงขายาวสีดำ งดเว้นกางเกงยีนส์ รองเท้าหุ้มส้น สีดำ สุภาพสตรี ขอความกรุณาสวมชุดสุภาพที่ดำ มีแขน ไม่รัดรูป กระโปรงยาวคลุมเข่าหรือผ้าถุง งดเว้นกระโปรงยีนส์ รองเท้าหุ้มส้นสีดำ นอกจากนี้สำนักพระราชวังยังแจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป จะไม่มีการลงนามถวายความอาลัย
ให้เข้าถวายสักการะวันละหมื่นคน
น.ส.ตรีดวง อภัยวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า สำนักพระราชวังแจ้งว่า ในช่วงแรก จะเปิดให้ประชาชนเข้าถวายบังคมพระบรมศพ รอบละ 100 คน จำกัดจำนวน 10,000 คนต่อวัน จากที่รองรับได้ทั้งหมดเกือบ 40,000 คน เพื่อทดลองระบบการจัดการก่อนเปิดให้เข้าเต็มความจุ หลังจากระบบการจัดการลงตัวแล้ว สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางไปด้วยตัวเอง ทางกระทรวงมหาดไทยได้จัดรถรับส่งตามภูมิภาคต่างๆ วันละไม่เกิน 5 จังหวัด นอกจากนี้ กทม.ได้จัดเต๊นท์เพิ่มเติม ภายในบริเวณท้องสนามหลวงอีก 21 เต๊นท์ รองรับประชาชนได้ 1,800 ที่นั่ง และมีเต๊นท์สำหรับคนชราและผู้พิการโดยเฉพาะอีก 1 เต๊นท์ ขณะที่รถสุขาเคลื่อนที่ จอดให้บริการรอบท้องสนามหลวงทั้งหมด 36 คัน พร้อมกันนี้ ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด ไว้บริเวณรอบท้องสนามหลวงแล้ว หากประชาชนพบเห็นบุคคลน่าสงสัย หรือพบการเอารัดเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งกองอำนวยการได้ที่ โทร. 09 6870 7242 หรือสายด่วน กทม. 1555
กอ.รส.พร้อมอำนวยความสะดวก
ขณะที่ พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลความเรียบร้อยและการจราจรโดยรอบพระบรมหาราชวัง กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรองรับประชาชนที่จะเดินทางสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ ว่า ทาง กอ.รส.จะอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะพระบรมศพได้ประมาณ 1 หมื่นคนต่อวัน พร้อมทั้งจะพยายามจัดคิวให้เป็นระเบียบมากที่สุด และจะมีการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อหาวิธีให้ประชาชนได้เข้าไปสักการะพระบรมศพให้ได้มากที่สุด
แนะเขียนโน๊ตติดตัวเด็ก-คนแก่
ส่วนสถานการณ์ภาพรวมโดยรอบพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวงในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ยังคงมีปัญหาเรื่องการจราจรที่คับคั่ง ประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก เกินข้อจำกัดที่เจ้าหน้าที่จะรับไหว แต่ทุกอย่างก็ได้รับการคลี่คลายอย่างรวดเร็ว เพราะความร่วมมือของประชาชน ส่วนตัวขอชื่นชมทีมแพทย์และจิตอาสาที่คอยช่วยเหลือประชาชนที่เป็นลมจำนวนมากได้ทันเวลา พร้อมกันนี้ ขอฝากไปถึงผู้ปกครองที่นำบุตรหลานเดินทางมายังท้องสนามหลวง ให้เขียนชื่อและนามสกุลติดไว้กับตัวเด็กเพื่อป้องกันการพลัดหลง รวมถึงผู้สูงอายุควรเขียนชื่อโรคประจำตัวและนำยารักษาโรคติดตัวมาด้วยเพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง สำหรับสะพานเบลีย์ จะมีการก่อสร้างเพิ่มเติมหรือไม่ คงต้องดูจากจำนวนของประชาชนที่เดินทางมาอย่างต่อเนื่อง
เตรียมประชุมรับคลื่นมหาชน28ตค.
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะเลขานุการ ศตส. ให้สัมภาษณ์ว่า ในส่วนของการอำนวยความสะดวกประชาชนที่มาเข้าถวายสักการะและแสดงความอาลัยพระบรมศพนั้น ทำได้รวดเร็วและเป็นระบบขึ้น ประชาชนสามารถเข้าไปเป็นจำนวนมากขึ้น เฉลี่ยวันละประมาณ 31,000 คน โดย กอร.รส. จะดูแลการปฏิบัติในภาพรวม ขณะนี้ ศตส. และทุกฝ่ายกำลังวางแผนการปฏิบัติสำหรับวันที่ 28 ตุลาคม เป็นต้นไป คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาจำนวนมากทุกวัน จึงมีการประชุมร่วมกับสำนักพระราชวัง ในวันที่ 24 ตุลาคม และในวันที่ 26 ตุลาคม เวลา 9.00 น. ศตส.จะประชุมพิจารณาแผนและความพร้อม สำหรับการดูแลประชาชนจากต่างจังหวัด ได้จัดระบบนำประชาชนเข้ามาอีกทางหนึ่งเพื่อให้โอกาสผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาด้วยตนเองสามารถเดินทางมาได้ ทั้งนี้ ขอขอบคุณทุกฝ่าย รวมทั้งพี่น้องประชาชนที่ได้ช่วยกันและร่วมมือกันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ก็ขอให้ช่วยกันรักษาความงดงามเช่นนี้ต่อไป
14องค์กรสื่อร่วมแสดงความอาลัย
วันเดียวกัน นายวันชัย วงศ์มีชัย นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า 14 องค์กรวิชาชีพสื่อ ได้ร่วมประชุมหารือ เตรียมจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายใต้แนวคิด “พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 กับวงการสื่อมวลชน” เนื่องจากทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการสื่อมวลชนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ทำการของหลายองค์กรสื่อ สร้างขึ้นในที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงวางศิลาฤกษ์ในวันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม 2512 และเสด็จเปิดอาคารในวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 2514 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการสื่อมวลชนหาที่สุดมิได้ อีกทั้งทรงมีพระราชดำรัสในวโรกาสต่างๆ ต่อสื่อมวลชนเสมอมา
เปิดลงนามถวายสักการะ29ต.ค.
ดังนั้น เพื่อแสดงความกตัญญูต่อพระองค์ท่าน 14 องค์กรวิชาชีพสื่อจึงร่วมกันกำหนดจัดกิจกรรม ภายใต้แนวคิด “พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 กับวงการสื่อมวลชน” ชื่องาน “รวมคนสื่อ แสดงความอาลัยพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9” โดยจะมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ตลอด 1 ปี อาทิ การจัดนิทรรศการภาพข่าว การจัดกิจกรรมบริจาคโลหิต การจัดพิมพ์หนังสือรวมบทกวีแสดงความอาลัย การจัดพิมพ์พระราชดำรัสที่เกี่ยวกับสื่อมวลชน เบื้องต้นจะเปิดให้ลงนามถวายสักการะตั้งแต่ 29 ตุลาคม ที่สมาคมนักข่าวฯ เป็นต้นไป
นายกฯปราศรัยวันสหประชาชาติ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวปราศรัยเนื่องในวันที่ 24 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันสหประชาชาติ โดยองค์การสหประชาชาติ (UN) มีวัตถุประสงค์ในการทำหน้าที่เป็นองค์การสากลระหว่างประเทศ ในการบรรเทาทุกข์และแก้ไขปัญหาของโลก จรรโลงสันติภาพและความมั่นคง ปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน รวมทั้งสร้างเสริมความเจริญรุ่งเรืองแก่มวลมนุษยชาติ ภายหลังจากที่สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง
นานาชาติยกย่องทรงเป็นผู้นำที่แท้จริง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อปลายเดือนกันยายน ตนได้ไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 71 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ และได้กล่าวถึงการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาประเทศ อีกทั้งได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านความร่วมมือทวิภาคีและไตรภาคี และการเชื่อมโยงหุ้นส่วนด้านการพัฒนาผ่านกรอบความร่วมมือภูมิภาคต่างๆ เช่น อาเซียน BRICS และ ACD และในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ประธานสมัชชาสหประชาชาติได้กล่าวถวายคำไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และที่ประชุมของประเทศสมาชิก 193 ประเทศได้ยืนสงบนิ่ง เพื่อถวายพระเกียรติด้วย นานาประเทศล้วนประจักษ์ในพระปรีชาสามารถในด้านการพัฒนา และมีอีกหลายประเทศที่กล่าวถวายการยกย่องว่า ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นผู้นำอย่างแท้จริง
ตัวแทนสหรัฐฯร่วมแสดงความอาลัย
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มีถ้อยแถลงผ่านเว็บไซต์ว่า นายแดเนียล อาร์. รัสเซลล์ ผู้ช่วย รมต.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการเอเชีย มีภารกิจเยือนประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 24-25 ตุลาคม จากนั้นในวันที่ 26 ตุลาคม จะเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ รวมถึงเข้าพบเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยเพื่อหารือความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี และประเด็นอื่นๆ ในภูมิภาค ก่อนจะเดินทางไปเยือนกัมพูชาต่อไป