โลกสดใสกายสุขสันต์ :สสส.กับการสร้างการมีส่วนร่วม หนุนภาคประชาสังคมให้เข้มแข็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241659

โลกสดใสกายสุขสันต์ :สสส.กับการสร้างการมีส่วนร่วม  หนุนภาคประชาสังคมให้เข้มแข็ง

โลกสดใสกายสุขสันต์ :สสส.กับการสร้างการมีส่วนร่วม หนุนภาคประชาสังคมให้เข้มแข็ง

วันพุธ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ภาคประชาสังคม (Civil Society Organization – CSO)” ที่มีการรวมกลุ่มกันทำประโยชน์เพื่อสังคมหมายถึง บุคคล กลุ่ม หรือองค์กรที่ไม่ใช่ของรัฐ หรืออาจจะมีร่วมกันกับภาครัฐ ร่วมด้วยช่วยกันเพื่อ ให้เกิดการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัจจุบันมีแนวโน้มว่าจะมีกลุ่มคน หรือองค์กรต่างๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นับเป็นนิมิตหมายที่มองเห็นว่า ประชาสังคมไทยกำลังจะเกิดความเข้มแข็งมากขึ้น

คุณกาญจนา ภัทรโชค รองอธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กล่าวถึงบทบาทของภาคประชาสังคม ผ่านเวทีเสวนา เรื่อง “ประชาสังคมเข้มแข็ง สู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์” ว่า การที่ภาคสังคมมีบทบาทต่อการขับเคลื่อนสังคมเป็นเพราะประเด็นหรือเรื่องราวที่ทำอยู่ในปัจจุบันเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกันจะอาศัยภาครัฐแก้ปัญหาฝ่ายเดียวก็ลำบาก จำเป็นต้องมีหลายฝ่ายทำงานร่วมกันซึ่งล้วนแต่มีเป้าหมายเดียวกันคือการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม แต่การพัฒนาเหล่านี้ต้องไม่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งสหประชาชาติได้กำหนดว่าหากจะแก้ปัญหาสังคมควรแก้ที่ปัญหาความยากจน สำหรับประเทศไทยมีการแก้ปัญหาความยากจนเป็นจำนวนมากแต่กลับมีความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งภาคประชาสังคมจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เพราะทำงานใกล้ชิดกับชุมชน และเจอประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่เรื่องแรงงาน สิ่งแวดล้อม และที่ดินทำกิน

ปัจจัยสำคัญอีกอย่างที่จะทำให้งานภาคประชาสังคมขยายตัวมากขึ้นคือ สื่อโซเชียลมีเดีย ที่จะทำให้บทบาทของภาคประชาสังคมออกสู่การรับรู้ของสังคมอันเป็นการ นำเสนอเรื่องราวต่างๆผ่านโซเชียลมีเดียให้มีการกระจายอย่างรวดเร็วและไร้ขีดจำกัด อีกทั้ง ยังมีส่วนทำให้งานของภาคประชาสังคมมีความคล่องตัวในการดำเนินงานสามารถเข้าถึงชุมชนได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับในส่วนของการทำงานร่วมกันระหว่างภาคประชาสังคมกับภาครัฐยังต้องมีความมุ่งหมายที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ต้องอย่าให้เกิดปัญหาในเรื่องขาดความไว้วางใจแก่กัน โดยเฉพาะประเด็นสิ่งแวดล้อม การมีเวทีให้ผู้แทนจากภาครัฐและภาคประชาสังคมได้แลกเปลี่ยนกันจึงเป็นวิธีทำให้ทั้งสองฝ่ายได้เรียนรู้กัน นอกจากนั้นภาคประชาสังคมยังต้องมีการพัฒนาตนเองและได้รับการสนับสนุนเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ควรเป็นองค์กรที่นำเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนร่วมกัน และควรได้รับการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ ทั้งภาษา การสื่อสาร การใช้โซเชียลมีเดียการพูดในที่สาธารณะ ทักษะการฟัง เป็นต้น

คุณชินชัย ชี้เจริญ ที่ปรึกษาวิชาการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แนะถึงการส่งเสริมความเข้มแข็งและการทำงานของภาคประชาสังคมในประเทศไทยว่าการส่งเสริมการทำงานของภาคประชาสังคมให้เข้มแข็งควรได้รับการหนุนเสริมที่เป็นระบบ ซึ่งภาคประชาสังคมยังทำงานร่วมกับหลายภาคส่วน จึงควรมีการทำงานที่ชัดเจน คือ 1.การหนุนเสริมต้องมีความชัดเจนในการกำหนดของเขตการทำงาน เพราะแต่ละส่วนมีกฎหมายรองรับที่ต่างกันการเชื่อมโยงกำหนดขอบข่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญ 2.บทบาทความรับผิดชอบของภาครัฐ ซึ่งภาคประชาสังคมจะต้องมีการกำหนดความรับผิดชอบพื้นฐานภาคของรัฐให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่หากรัฐไม่สามารถสนับสนุนด้านงบประมาณได้อย่างเต็มที่ก็ต้องอำนวยความสะดวกและสนับสนุนให้ภาคประชาสังคมทำงานอย่างเต็มที่ และ 3.การพัฒนาที่มีเป้าหมายร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคมจะต้องมีการกำหนดแผนงานให้สอดคล้องกันเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จของเป้าหมายร่วมกัน

นางสาวนันทวัน หาญดี แกนนำเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก จ.ฉะเชิงเทรา เล่าถึงการทำงานของภาคประชาสังคมในพื้นที่ให้ฟังว่า จากเดิมภาคตะวันออกมีองค์กรภาคประชาสังคมน้อยมาก การทำงานที่เกิดขึ้นเป็นการพัฒนาแบบประชาชนไม่มีส่วนร่วม ฉะนั้นแนวทางการทำงานทำให้การรับมือปัญหาค่อนข้างอ่อนแอ การนำเสนอปัญหาสู่สาธารณะยังมีข้อจำกัด ขาดแคลนงบประมาณในการดำเนินงาน คนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาเรียนรู้การทำงานภาคประชาสังคมยังมีน้อย โดยคนในพื้นที่มองภาคประชาสังคมเป็นตัวแทนของประชาชนที่เดือดร้อน แต่ขณะเดียวกันภาครัฐหรือสังคมทั่วไปกลับมองว่าเป็นกลุ่มที่ขัดขวางการพัฒนา ดังนั้นการทำงานร่วมกันจะต้องมีความไว้วางใจและทัศนคติที่ดีต่อกัน มองเห็นความสำคัญของภาคประชาสังคมอย่างแท้จริงและมองว่าเป็นการพัฒนาความเข้มแข็งประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม เพราะการที่ประชาชนสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมเสนอแนวทางการแก้ปัญหาหรือทิศทางการพัฒนาที่เหมาะสมต่อแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่ของตนเอง เพียงเพื่อต้องการให้เกิดการแก้ปัญหาให้ตรงจุด เพื่อแก้ปัญหาและกำหนดทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืน

ปัจจุบันสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่สนับสนุนและส่งเสริมการทำงานของภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ทั้งด้านกาย ใจ ปัญญา และสังคม ผ่านโครงการต่างๆ เช่น การสนับสนุนความเข้มแข็งและการมีสุขภาวะที่ดีในชุมชน ของสำนักส่งเสริมสุขภาวะชุมชน จึงนับได้ว่า สสส. เป็นตัวจักรสำคัญอย่างมากในเวลานี้ที่จะเป็นที่พึ่งในการนำพาให้ภาคประชาสังคมก้าวหน้าไปอย่างเป็นระบบ และเป็นหน่วยงานที่เข้าใจสามารถลงไปร่วมสนับสนุนภาคประชาสังคมได้อย่างไร้รอยตะเข็บของความขัดแย้ง

Leave a comment