ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/244458

ปาฏิหาริย์!เมฆบังแดดให้ชาวท่าเรือ ขณะรวมใจแปรอักษรรอบพระนอนวัดสะตือ
13 พ.ย.59 ผู้สื่อสื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดสะตือ ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา พระครูปริยัติยาธิคุณ เจ้าอาวาสวัดสะตือ เจ้าคณะอำเภอท่าเรือ พระมหาสมบัติเจ้าคณะตำบลจำปา นายวิทิต ปิ่นนิกร นายอำเภอท่าเรือ นางศศิธร ปิ่นนิกร นายกกิ่งกาชาดอำเภอท่าเรือ นำพสกนิกรทั้งข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น พ่อค้า ประชาชน นักเรียน จำนวน 1,380 คน
พร้อมใจสวมเสื้อสีดำถือภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ร่วมกันแปรอักษรเพื่อแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คำว่า ๙ พ่อหลวงของแผ่นดิน อ.ท่าเรือ รอบองค์พระพุทธไสยาสน์ (พระนอน)หลวงพ่อโต อ่านพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกับยืนสงบนิ่งถวายอาลัย 89 วินาที และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีร่วมกันดังกึกก้อง

ซึ่งก่อนการรวมพลประชาชนที่มาเข้าแถวและรับพระบรมฉายาลักษณ์ แล้วไปยืนตามจุดที่กำหนดไว้ในการแปรอักษร ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนเปรี้ยง แต่ครั้นพอประชาชนเข้าประจำจุดเพื่อถ่ายภาพมุมสูง ปรากฎว่า เมฆที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าเหนือองค์พระพุทธไสยาสน์ ได้มาบดบังแสงของพระอาทิตย์ที่ร้อนผ่าว ให้มีร่มเงากับคนที่มาร่วมแปรอักษรได้คลายร้อน ทำให้คนที่มาร่วมแปรอักษรถึงกับขนลุกกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น คงเป็นเพราะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโตวัดสะตือ

สำหรับ วัดสะตือ ได้มีกำหนดจัดการแปรอักษรเพื่อแสดงความอาลัยเป็นเวลา 3 วัน คือ วันที่ 12-13-14 พ.ย. 59 สำหรับวันพรุ่งนี้วันที่ 13 พ.ย. เวลา 15.00 น. จะมีการแปรอักษรข้อความ ๙ ธ คือดวงใจ อ.ท่าเรือ โดยมีรูป เทียนอยู่ด้านหน้าเลข ๙ ส่วนวันที่14 พ.ย.59 เริ่มแปรอักษรข้อความ ๙ ปิดทองหลังพระ ในเวลา 18.00 น. เนื่องจากวันที่ 14 ตรงกับวันลอยกระทงด้วย จึงมีการจุดประทีปหอมในกระทงกระดาษ ร้อยดวงใจใส่กระทงน้อมส่งสู่สวรรคาลัย แปรอักษรเสร็จ จะเอากระทงเทียนหอมไปลอยเป็นสายหน้าเขื่อนพระรามหกซึ่งเป็นเขื่อนแห่งแรกในประเทศไทยและพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดชทรงเคยเสด็จฯมาที่เขื่อนแห่งนี้ โดยทางเขื่อนจะมีการประดับไฟสวยงามในยามค่ำคืน

