สกว.ถกแนวทางแก้ “อาชญากรรมทางวิชาการ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244266

สกว.ถกแนวทางแก้ "อาชญากรรมทางวิชาการ"

สกว.ถกแนวทางแก้ “อาชญากรรมทางวิชาการ”

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.55 น.

นักวิชาการ ร่วมหารือวางมาตรการป้องกันการลักลอบคัดลอกวิทยานิพนธ์ โดยยกกรณีตัวอย่างล่าสุดของมหาวิทยาลัยย่านตลิ่งชันและรามคำแหงสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดการประชุมนำเสนอความก้าวหน้าโครงการวิจัย เรื่อง “ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของไทยในปริทรรศน์ประวัติศาสตร์”

โดยมี ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร เมธีวิจัยอาวุโส สกว. หัวหน้าโครงการฯ ดร.เตช บุนนาค ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายบริหาร ศ.ดร. ฉัตรทิพย์ นาถสุภา เมธีวิจัยอาวุโสสกว. ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช อดีตผู้อำนวยการ สกว. รศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สกว. ศ.ดร.สดชื่น ชัยประสาธน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สกว. ร่วมการประชุมและให้ความเห็นแก่งานวิจัย ภายใต้ชุดโครงการวิจัยดังกล่าว

ทั้งนี้ ก่อนเริ่มการประชุมเพื่อนำเสนอความก้าวหน้าโครงการวิจัย ดร.วินัย ได้มอบหมายให้ นางสาวกมลทิพย์ ธรรมกีรติ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช กล่าวถึงประเด็นเกี่ยวกับ “ลักวิทยา” (Plagiarism) ที่เกิดขึ้นในแวดวงวิชาการของประเทศไทย โดย นางสาวกมลทิพย์นำเอกสารทั้งชุดมาประกอบการอธิบายเพื่อป้องกันการกล่าวหาบุคคลอื่น ว่า ระหว่างการศึกษาเอกสาร เรื่อง “ปัตตานีในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ถึง ศตวรรษที่ 19” ซึ่งเป็นวิทยานิพนธ์ของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาอักษรศาสตร์มหาบัณฑิต มหาลัยย่านตลิ่งชัน และ รามคำแหง เพื่อประกอบงานวิจัย พบความผิดปกติของวิทยานิพนธ์ 2 เล่น คือ มีเนื้อหาคล้ายคลึงกัน ทั้ง สารบัญ วัตถุประสงค์ และเนื้อหาภายในเล่ม บางประเด็นมีการสลับประโยค และเปลี่ยนชื่อบางชื่อเพื่อให้ง่ายแก่ความเข้าใจ เช่น ศักราช และชื่อเมือง เพื่อให้มีความเป็นปัจจุบัน  ตนจึงได้สอบถามไปยังเจ้าของวิทยานิพนธ์ ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของทางมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่ง และมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ

อย่างไรก็ดี การคัดลอกวิทยานิพนธ์และมีการดัดแปลงเนื้อหา ในแวดวงวิชาการ ถือเป็นการกระที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะการกระดังกล่าวทำให้เกิดความผิดพลาดของข้อมูล และผลวิจัยที่คลาดเคลื่อน ในส่วนนี้ที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่า หน่วยงานทางด้านการวิจัยจะต้องมีการวางมาตรการในการป้องกันอย่างจริงจัง เนื่องจากการกระทำดังกล่าวถือเป็น “อาชญากรรมทางวิชาการ” ส่งผลเสียต่อแวดวงวิชาการ และจรรยาบรรณวิชาชีพ ทั้งนี้สมมติว่า ผู้กระทำการคัดลอกวิทยานิพนธ์เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ย่อมส่งผลต่อการถ่ายทอดจรรยาบรรณวิชาชีพแก่นิสิต นักศึกษา ขณะเดียวกันคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์เองก็ควรมีความรอบรู้ในหัวข้อที่ต้องรับผิดชอบตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

รศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สกว. อธิบายเพิ่มเติ่มว่า สกว.เป็นหน่วยงานซึ่งมีพันธกิจในการสนับสนุนการวิจัย และผู้ขอทุนวิจัย จะต้องกรองข้อมูลในใบสมัครให้ชัดเจน ทั้งในส่วนของหัวข้อการวิจัย วัตถุประสงค์ รวมถึงการนำผลงานวิจัยชิ้นนี้ไปขอการสนับสนุนจากองค์กรอื่นๆ

อย่างไรก็ตามแม้ว่าการให้กรอกเอกสารจากผู้ขอทุน แต่ก็มีผู้ขอทุนบางท่านไม่ได้แจ้งข้อเท็จจริงเหล่านี้ ในส่วนนี้ ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สกว. ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หน่วยงานวิจัยจะต้องมีความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการตรวจสอบผู้ที่มารับการสนับสนุน พร้อมทั้งบทลงโทษต่างๆที่จะต้องดำเนินการอย่างจริงจังขณะเดียวกัน หน่วยวิจัยมนุษยศาสตร์ สกว.ได้มีโครงการวิจัย “จริยธรรมวิชาชีพ” ซึ่งหากมีการนำเสนอประเด็นดังกล่าวแก่สาธารณะ ก็ขาดว่าจะเป็นประโยชน์ในแง่ของการสร้างการตระหนังทางวิชาชีพนั้นๆต่อไป

Leave a comment