ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย อานุภาพ เงินกระแชง 30 ส.ค. 2560 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1053155

ผลการปะทะคืนนั้น ทำให้ความรุนแรงต่อเนื่องถึงขั้นฝ่ายรัฐบาลเมียนมาจำเป็นต้องกวาดล้างครั้งใหญ่อีกระลอก ผลักดันชนกลุ่มน้อย มุสลิมโรฮีนจาในพื้นที่รัฐยะไข่ออกไปยังพรมแดนบังกลาเทศ แต่ก็เหมือนเดิมที่กองกำลังฝ่ายความมั่นคงบังกลาเทศพยายามสกัดกั้นการไหลบ่าของผู้ลี้ภัยหนีตายข้ามพรมแดนจากเขตที่เรียกว่า “เส้นปลอดทหาร”—ซีโร ไลน์”
ด้วยสภาพ “จนตรอก” ทำให้ชนกลุ่มน้อยเหล่านั้นต้องต่อสู้ดิ้นรนเท่าที่สามารถดำเนินการได้ นานาชาติและสื่อมวลชนต่างประเทศพยายามเข้าแทรกแซงช่วยเหลือรายงานข่าวให้โลกรู้ความเป็นมาเป็นไป แต่ก็ยาก เพราะแทบไม่ได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลเมียนมาหรือแม้แต่ฝั่งบังกลาเทศ ทั้งๆที่รัฐยะไข่คือถิ่นพำนักของ
ชาวมุสลิมโรฮีนจามากกว่า 5 แสนคน อาศัยอยู่พื้นที่แถบนั้นมานานหลายสิบปี
สถานการณ์บีบบังคับทำให้ “กองทัพกู้ชาติอารากัน โรฮีนจา”–ARSA จำเป็นต้องผงาดลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องตนเองและผู้คนร่วมเผ่าพันธุ์
17 ตุลาคม 2559 ชาวโลกเริ่มรู้จัก “กองทัพกู้ชาติอารากัน โรฮีนจา”–ARSA หรือนามภาษาอังกฤษ Faith Movement–“ขบวนการแนวร่วมแห่งศรัทธา” แถลงประกาศจุดยืนผ่านเครือข่ายออนไลน์นาน 5 นาที เนื้อหาระบุ
“ถึง…พลเมืองชาวอารากัน พลเมืองชาวเมียนมาและพลเมืองชาวโลก…นี่ไม่ใช่ความลับอีกต่อไปที่จะรับรู้ว่าชาวมุสลิมโรฮีนจาคือชนกลุ่มน้อยที่ถูกก่อกวนรังควานมากที่สุดบนโลกใบนี้…
…พวกเราอาศัยอยู่บนดินแดนนี้ (รัฐยะไข่) มานานกว่า 60 ปี เราต้องถูกเข่นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ถูกกระทำอย่างโหดร้ายป่าเถื่อนจากรัฐบาลเมียนมามาตลอด
…แม้ว่าชาวโลกส่วนหนึ่งไม่ปฏิเสธพวกเรา แต่สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่คือความล้มเหลวที่จะช่วยรักษาชีวิตพวกเรา ดังนั้น สถานการณ์ทำให้พวกเราจำเป็นต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและปกป้องตนเอง เพื่อนำไปสู่อิสรภาพและเสรีภาพ…”
แถลงการณ์ประกาศโดย “อาตา อัลเลาะห์” ผู้นำชาวโรฮีนจา บุรุษเกิดที่นครการาจี ปากีสถาน เรียนรู้เติบโตที่เมืองเมกกะ ซาอุดี– อาระเบีย ขณะที่แหล่งข่าวชาวโรฮีนจาสมาชิก ARSA ระบุเป้าหมายสูงสุดของชาวมุสลิม โรฮีนจาคือ…การก่อตั้งรัฐมุสลิมประชาธิปไตยโรฮีนจา…
อานุภาพ เงินกระแชง