(อะไรที่) บิล เกตส์ อยากแก้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์ 28 ก.ย. 2560 05:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1082034

ความผิดพลาดเป็นของคู่กับคน คนไหนไม่เคยทำผิด อาจหมายถึงไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ผิดแล้วจะกลับไปแก้ไขได้หรือไม่ บางเรื่องก็ทำได้ แต่บางเรื่องอาจไม่มีโอกาสเลย

เรื่องนี้บิล เกตส์ มหาเศรษฐีใจบุญชาว อเมริกัน วัย 61 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ รู้ซึ้งเป็นอย่างดีและอยากแก้ไขใหม่ ถ้ายังทำได้ บิล เกตส์ ที่ยังเป็นอีกคนที่ยังมีบทบาทและทรงอิทธิพลมากที่สุดของวงการอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพราะระบบปฏิบัติการวินโดว์และผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆของไมโครซอฟท์ยังมีคนใช้อยู่มากและเปิดรับความล้ำหน้าของเทคโนโลยีสมัยใหม่ในปัจจุบันอยู่ตลอด ได้บอกรู้สึกเสียดายกับการมีแป้นชุดคำสั่งบนคีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์ คือ แป้นชุดคำสั่ง “คอนโทรล-อัลเตอร์เนต-ดีลิต” (Ctrl-Alt-Delete)

ทุกวันนี้ แป้นชุดคำสั่งนี้ยังใช้กันอยู่ เพื่อ ยกเลิกงานในส่วนนั้นๆที่ไม่ต้องการและเพื่อต้องการปิดแล้วเปิดเครื่องใหม่หรือรีบูตเครื่อง

ส่วนที่รู้สึกผิดหรือเสียดายที่มีแป้นชุด คำสั่งนี้ บิล เกตส์ เห็นว่า มันควรจะจบแค่ปุ่มเดียว ไม่ต้องกาง 3 นิ้วแล้วกดแป้นคำสั่งให้เมื่อย

มหาเศรษฐีโลกไซเบอร์เปิดใจเรื่องนี้ในงานประชุมเศรษฐกิจโลกเวทีหนึ่งในมหานครนิวยอร์กของสหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้ ว่า ไม่แน่ใจว่าจะสามารถย้อนเวลากลับไปเปลี่ยนแปลงสิ่งเล็กๆน้อยๆในชีวิตโดยไม่กระทบหรือทำให้สิ่งอื่นๆเสี่ยงได้หรือไม่ แต่ถ้าหากทำได้ ก็อยากจะแก้แป้นชุดคำสั่งนี้นี่แหละให้เหลือแค่ปุ่มเดียว

แป้นชุดคำสั่ง Ctrl-Alt-Delete พัฒนาขึ้นโดยนายเดวิด แบรดลีย์ วิศวกรของไอบีเอ็ม บริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ที่ผลิตและทำตลาดฮาร์ดแวร์และส่วนอื่นๆของเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีรวมทั้งธุรกิจเทคโนโลยีอื่นๆ โดยตั้งใจทำขึ้นเพื่อใช้เป็นทางลัด (shortcut) เพื่อรีบูตเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีของไอบีเอ็มและยังใช้ได้อยู่จนถึงทุกวันนี้

แต่ปัจจุบัน เทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุดของไมโครซอฟท์ ไม่มีแป้นชุดคำสั่ง Ctrl-Alt-Delete อยู่แล้ว

เป็นความในใจของบิล เกตส์ ที่คงรู้สึกไม่ดีมานานเลยต้องพูดออกมา แม้จะกลับไปแก้ไขอะไรส่วนนี้ไม่ได้แล้ว เพราะเทคโนโลยีพัฒนาไปเร็ว ตอนนี้ทุกค่ายต่างขายความสะดวกรวดเร็ว ปุ่มเดียวรู้กัน เป็นดีที่สุด.

เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์

 

Leave a comment