ตะลอนเที่ยว : เมียนมา อีกประเทศหนึ่งที่น่าสัมผัส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/265514

ตะลอนเที่ยว : เมียนมา อีกประเทศหนึ่งที่น่าสัมผัส

ตะลอนเที่ยว : เมียนมา อีกประเทศหนึ่งที่น่าสัมผัส

วันอาทิตย์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระนอนตาหวาน

คนไทยรู้จักประเทศเมียนมา หรือพม่า มานานแสนนานแล้ว แต่ในการรับรู้ของแต่ละคน อาจจะมีทั้งในส่วนที่แสนปลาบปลื้มประทับใจ หรืออาจจะไม่ปลาบปลื้มเอาเสียเลย สำหรับกลุ่มคนที่ไม่ประทับใจพม่าก็คงจะเป็นเฉพาะผู้ที่อ่านประวัติศาสตร์ฉบับบิดเบือนที่ชอบนำเสนอเรื่องความสัมพันธ์ไทย-พม่าตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์แบบศัตรูคู่อาฆาต

แต่สำหรับคนที่ยอมรับความจริง และเข้าใจประวัติศาสตร์ตามแบบที่มันเป็น ก็จะเข้าใจดีว่าความสัมพันธ์ไทยกับพม่าในอดีต ก็คือหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ เป็นบทเรียนที่ต้องศึกษาให้ถ่องแท้ แต่ไม่จำเป็นต้องนำไปครุ่นคิดด้วยความอาฆาตแค้น

อย่างไรก็ตาม Mr.Flower ขอยืนยันว่าประเทศเมียนมา (ในเรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้จะขอเรียกว่าพม่า) มีความน่าสนใจมากในทุกแง่มุม แต่ในที่นี้จะขอพูดถึงเฉพาะโบราณสถานสำคัญๆบางแห่งที่คณะผู้อ่านแนวหน้าเพิ่งได้ไปเยือนมา

พุทธสถานสำคัญที่สุดแห่งแรกซึ่งทุกคนที่ได้ไปเยือนพม่าจะต้องไปกราบนมัสการ หรือไปชมให้ได้ก็คือ มหาสถานอันศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 5 ของพม่า พระมหาเจดีย์ชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง ตัวเจดีย์สร้างแบบศิลปะพม่า ตามประวัติกล่าวว่า เป็นสถานที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 8 เส้น พระมหาเจดีย์องค์นี้ถูกระบุว่าเก่าแก่ที่สุดในประวัติการสร้างเจดีย์ของโลก ส่วนรอบๆ พระมหาเจดีย์ก็จะอุดมไปด้วยเจดีย์สีทองอร่ามองค์เล็กนับร้อยๆ องค์ และยังมีอาคารเรือนยอดแบบศิลปะพม่าลายล้อมอย่างลงตัว ไม่มีใครปฏิเสธได้เลยว่า การได้ไปกราบนมัสการหรือชมพระมหาเจดีย์ชเวดากองแล้วจะมีความรู้สึกปลื้มปิติอย่างมหัศจรรย์ โดยเฉพาะผู้ที่ได้ไปกราบนมัสการในยามเย็นจนพลบค่ำ เพราะในยามที่พระมหาเจดีย์ต้องแสงไฟในยามค่ำแล้วจะสุกสว่างเปล่งประกายราวกับทองคำที่อร่ามเรือง

พระธาตุอินทร์แขวนยามคํ่า

พระมหาเจดีย์มุเตา หรือชเวมอดอร์ เมืองหงสาวดี อดีตราชธานีของมอญ ดังนั้นองค์พระมหาเจดีย์จึงเป็นศิลปะแบบมอญอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยอดเดิมของพระมหาเจดีย์องค์นี้หักโค่นลงมา เพราะแรงสะเทือนของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อประมาณเกือบ 100 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผู้ไปเยือนยังคงเห็นซากส่วนยอดพระเจดีย์ที่เก็บรักษาไว้ภายในบริเวณลานพระมหาเจดีย์ พระมหาเจดีย์ชเวมอดอร์นี้คือ 1 ใน 5 มหาสถานศักดิ์สิทธิ์ของพม่า ส่วนใครที่อ่านวรรณคดี เรื่อง ราชาธิราช ก็จะพบว่ามีการกล่าวถึงพระมหาเจดีย์องค์นี้ด้วย

พระธาตุอินทร์แขวน หรือไจ๋ท์ทิโย แห่งเมืองไจ๋ก์โถ รัฐมอญ พระธาตุองค์นี้มีความมหัศจรรย์มาก เพราะประดิษฐานอยู่บนก้อนหินขนาดสูง 5.5 เมตร เส้นรอบวง 17 เมตร โดยหินก้อนนี้ตั้งอยู่บนหินอีกก้อนหนึ่งในลักษณะหมิ่นเหม่มาก โดยทั้งหมดตั้งอยู่บริเวณริมหน้าผาของภูเขาที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร พุทธสถานแห่งนี้เป็นศูนย์ร่วมใจและแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งชาวมอญ พม่า และไทย โดยเฉพาะชาวมอญนั้นศรัทธาต่อองค์พระธาตุนี้อย่างมากมายจนเกินพรรณนา เพราะฉะนั้นผู้คนจึงหลั่งไหลไปกราบสักการะอย่างเนืองแน่นทุกวัน ทั้งๆ ที่การเดินทางขึ้นไปบนพระธาตุนี้ไม่ค่อยสะดวกสบายนักก็ตาม

การเดินทางไปพม่าครั้งนี้ พวกเราทุกคนไปกราบนมัสการและชมสถานที่อื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ วัดพระสี่ทิศ หรือเจดีย์ไจปุ่น ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพระมหาเจดีย์ชเวมอดอร์มากนัก พุทธสถานแห่งนี้มีอายุ 500 ปี โดยพระพุทธรูปทั้งสี่ทิศเป็นแบบมารวิชัย ซึ่งสร้างเพื่อระลึกถึงพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ เช่น สมเด็จพระสมณโคดม (ทิศเหนือ) พระพุทธเจ้าโกนาคมโน (ทิศใต้) พระพุทธเจ้ากกุสันโธ (ทิศตะวันออก) พระพุทธเจ้ามหากัสสปะ (ทิศตะวันตก)และที่ขาดไม่ได้คือการไปกราบนมัสการพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งหลายคนมักเรียกว่า พระนอนตาหวาน เพราะนัยน์ตาของพระนั้นหวานมากจนเกินบรรยาย

พระธาตุอินทร์แขวนยามรุ่งอรุณ

อันที่จริงยังมีเรื่องให้เขียนบรรยายอีกมาก แต่เนื่องจากพื้นที่ไม่เพียงพอ และประกอบกับต้องการนำเสนอภาพสวยๆ จากพม่าให้คุณได้ชมจนอิ่มใจ จึงขอเล่าแบบรวมรัดว่า ในทริปนี้ คณะของเรายังได้ไปเที่ยวเมืองพะอั่ง เมืองหลวงของรัฐกะเหรี่ยง เมืองที่มีความน่าสนใจมิใช่น้อย เมืองนี้มีแม่น้ำอิระวดีไหลผ่านเมืองค่อนข้างสงบมากกว่าย่างกุ้ง แต่ก็มีมนต์เสน่ห์น่าค้นหา เพราะเต็มไปด้วยร่องรอยของอารยธรรมและประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังได้ไปชมอีกสารพัดวัดในเมืองกะเหรี่ยง ได้ผ่านแม่น้ำสะโตง ได้ชมสุสานทหารสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆ กับสุสานทหารที่เมืองกาญจนบุรี แต่ทว่าในพม่าใหญ่กว่าในบ้านเรา และคณะยังได้ไปไหว้เทพทันใจ และเทพกระซิบ และไปวัดบารมีเพื่อกราบนมัสการพระอัฐิธาตุของครูบาอาจารย์ผู้ทรงศีล

แต่ที่คณะของเรารู้สึกสะเทือนใจมากก็คือการได้สนทนากับสามเณรีซึ่งเป็นลูกหลานของชนกลุ่มน้อย โดยสามเณรีกลุ่มนี้ (จำนวน 25 คน) มีอายุตั้งแต่ 8 ขวบถึง 12 ขวบ ทุกคนเป็นลูกกำพร้า พ่อแม่ตายเพราะการสู้รบบ้าง ตายเพราะโรคภัยไข้เจ็บบ้าง ดังนั้นจึงถูกนำตัวไปบวชเป็นสามเณรีเพื่อให้ได้รับการดูแลและการศึกษา คณะของเราจึงถวายปัจจัยเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยสามเณรีสวดมนต์ให้พรกับคณะของเรา แม้จะฟังไม่รู้เรื่อง แต่หลายคนน้ำตาซึมเพราะสังเวชในชะตาชีวิตของเพื่อนร่วมโลก

พระมหาเจดีย์ชเวดากอง 

ขออภัยครับ ไม่ได้ตั้งใจจะจบเรื่องการเดินทางไปเที่ยวพม่าด้วยเรื่องสะเทือนใจ แต่ยอมรับว่าหากคุณไปสัมผัสด้วย คุณก็คงมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน แต่เราทุกคนก็ต้องยอมรับความจริงของโลก ใช่ไหมครับ

หากคุณสนใจจะไปเที่ยวพม่าแบบเจาะลึกในบางแง่บางมุมของประวัติศาสตร์ และสัมผัสเพื่อนมนุษย์ในบางแง่บางมุม ติดต่อทัวร์คุณแหนได้ครับ Mr.Flower ยินดีพาคุณๆ ไปเที่ยว โปรดติดต่อ 091-7233615

ขอเรียนแจ้งให้ทราบว่า ทริปไหว้พระอยุธยา ทำบุญเลี้ยงภัตตาหารพระและเณร (ประมาณ 200 รูป) ที่วัดนิเวศธรรมประวัติฯ ชมพระราชวังบางปะอิน และพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ลพบุรี ในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ ที่นั่งเต็มแล้วครับ เพราะเราไปกันคณะเล็กๆ แต่หากคุณต้องการจะไปร่วมด้วย เราก็ยินดี แต่คุณต้องเดินทางด้วยตัวเองครับ

พระราชบัลลังก์จำลองในพระราชวังแห่งกรุงหงสาวดี

วัดพระสี่ทิศ

เณรน้อยที่วัดพระธาตุอินทร์แขวน

ฝูงชนหลั่งไหลขึ้นสู่พระธาตุอินทร์แขวนไม่ขาดสาย

วัดถํ้าเก๊ากูน เมืองพะอั่ง

พระมหาเจดีย์ชเวดากอง

พระมหาเจดีย์ชเวดากอง

พระนอนตาหวาน

สามเณรีชนกลุ่มน้อยในประเทศเมียนมา

พระพุทธรูปองค์นี้ เคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังกรุงมัณฑะเลย์

เทพทันใจ

เทพกระซิบ

Leave a comment