ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/277884

สกู๊ปพิเศษ : ‘สัว-ศุภชัย’ มั่นใจ Five Four Records ครบ.. ทุกอารมณ์เพลง
เดินหน้ามาแล้ว 2 ปี กับการมีธุรกิจค่ายเพลงเล็กๆ ในชื่อ Studio 54 Records(สตูดิโอ ฟิฟตี้โฟร์ เรคคอร์ด) วันนี้4 ผู้บริหารหนุ่ม นิค-กีรติ, บอย-พิบูล,สัว-ศุภชัย และ อุ้ย อุกฤษพงศ์ ช่วยกันต่อยอดขยายตัวเองเป็นค่ายเพลงเต็มรูปแบบ ในชื่อFive Four Records (ไฟว์ โฟร์ เรคคอร์ด) พร้อมกับเพิ่มยอด ศิลปินดัง เข้าร่วมทีมมากมาย…“ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” ได้โอกาสพิเศษเจาะใจ 1 ในหัวเรือใหญ่ สัว-ศุภชัย กาญจนศักดิ์ชัยคลื่นลูกใหม่ที่ตั้งใจส่งเพลงไทยออกสู่สากล โดยเฉพาะในมณฑลจีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี!!
ผู้บริหารค่ายเพลง ที่ไม่ได้จบด้านดนตรี?
“ผมชอบดนตรีมาตั้งแต่เด็กแล้วครับผมเล่นดนตรีมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เริ่มจากแซกโซโฟนก่อน แล้วอายุ 13-14 ก็มาจับกีตาร์ทั้งเรียนและหัดเองมาเรื่อยๆ พอเรียนมหา’ลัยตอนนั้นอยู่ที่อเมริกา ใกล้กับเบิร์กลีย์ แล้วเบิร์กลีย์ก็เป็นมหา’ลัยที่สอนเรื่องดนตรีค่อนข้างจะอันดับ 1 ของโลก แต่ผมไม่ได้เรียนดนตรีนะครับผมจบวิศวะคอมพิวเตอร์(หัวเราะ) คือตอนนั้นรอบๆ มีแต่สังคมดนตรี แล้ว นิค(นิค กีรติ) เรียนอยู่ที่เดียวกันด้วย เวลาว่างเราก็ไปนั่งเล่นอยู่ในร้านกีตาร์แถวๆ นั้น ลองนั่นดูนี่ไปเรื่อย จนวันหนึ่งนิคเขาก็ไปซื้ออุปกรณ์อัดเพลงมาเราก็ชวนกันไปเล่นที่คอนโดฯนิค เล่นกันเป็นงานอดิเรก… พอเรียนจบกลับมา ช่วงนั้นนิคเขาก็ซื้ออุปกรณ์พวกนี้เก็บสะสมมาเรื่อยๆ จนมีวันหนึ่งเขาโทร.มาบอก ช่วยไปอัดกีตาร์ให้เขาหน่อย ผมก็ไปอัดให้เขา ก็สนุกดีครับ แล้วเราก็คิดว่านิคมีเพลงตั้งเยอะแยะ ทำไมไม่ลองปล่อยออกมาสนุกๆ สักเพลง เราก็ลองทำกัน แต่กว่าจะเสร็จก็มีเพลงหนึ่งมาคั่นก่อน ก็คือ มัดหมี่ (พิมดาว พานิชสมัย-ภรรยา) เพราะเขาเคยคุยไว้ว่าอยากจะทำเพลงหนึ่งมาก ชื่อ“Pictures in my mind” ก็เลยเอามาทำ เราก็เรียกเพื่อนๆ มาช่วยกันอัดดนตรี แล้วก็ส่งไปมาสเตอร์ ปล่อยกันสนุกๆ พอปล่อยได้ นิคเขาก็มีความมั่นใจมากขึ้น กับการปล่อยเพลง “ถาม” ที่เขาใช้เวลาทำร่วมปี พร้อมกับเปิดค่ายร่วมกันกับเพื่อน 4-5 คน”

ความเสี่ยง?
“ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าเป็นความเสี่ยงครับเราทำสนุกๆ คิดว่าเป็นหนึ่งในงานอดิเรกที่เราอยากทำ ดูสิว่าจะเป็นยังไง ก็ทำกันจนเริ่มมีคนเยอะขึ้น เริ่มขยายใหญ่ขึ้น (ห่วงเรื่องการร่วมหุ้นกับเพื่อนๆ บ้างไหม หลายที่วงแตก?) ผมเคยอยู่ในธุรกิจที่ลงทุนกับ Start Up มา ทำให้พอรู้ว่าจะคุม Start Up ยังไง ไม่ให้แตก ใช้ความรู้ตรงนั้นมาทำตรงนี้ แล้วแต่ละคนก็ผ่านงานบริหารมาแล้วในระดับหนึ่ง เราเริ่มมาจากสายธุรกิจกันหมดเลย เพราะฉะนั้นการทำธุรกิจตรงนี้ก็ไม่ยากครับ”
เหตุที่เปลี่ยนชื่อ?
“เราเริ่มจากชื่อ Studio 54 Recordsครับ แต่บางคนสับสนว่าเราเป็นค่ายเพลง หรืออะไรเพราะมีคนถามมาในเฟซบุ๊คตลอดเวลาว่ายูเป็นสตูดิโอ เป็นห้องอัดเหรอ เราก็เลยโอเค เราเป็นเรคคอร์ดเรโบ นะ ค่ายเราเริ่มโตขึ้น มีทีมงานมีศิลปินเพิ่มเข้ามา เพราะฉะนั้นเลยตกลงกันว่าเปลี่ยนชื่อให้สอดคล้องกับงาน ก็เลยมาเป็นไฟว์ โฟร์ เรคคอร์ด ดีกว่าครับ”
ความเปลี่ยนแปลงภายในค่าย?
“2 ปีที่ผ่านมา เราอาจจะเรียนถูกเรียนผิดมาเรื่อยๆ ตอนนี้เราค่อนข้างที่จะเป็นระบบมากขึ้นครับ ถึงแม้จะดึงคนจากวงการดนตรีมาช่วย แต่เราก็ยังต้องเรียนรู้เพิ่มเติมในหลายๆ เรื่อง ทั้งการบริหารงาน บริหารคนหรือค่าใช้จ่าย ซึ่งเราพร้อมที่จะเดินหน้ารับอะไรใหม่ๆ เพราะเราหวังว่าจะมีคนฟังเพลงของเราเพิ่มขึ้น ค่ายนี้เกิดจากความรักในดนตรีของพวกเรา เรามีความสุขในการทำตรงนี้ เพราะฉะนั้นเราอยากสื่อให้คนเห็น อยากให้คนมีส่วนร่วมกับพวกเรา”

ช่องทางเข้าถึงคนฟัง?
“หลักๆ ตอนนี้เราสื่อสารกับแฟนๆ ทางยูทูบ fivefourrecords กับเฟซบุ๊คFiveFourRecord เป็น 2 โซเชียลมีเดียหลักๆ เลยครับ แต่เวลาปล่อยเพลง เราก็ต้องวางระบบว่าเราจะออกมาในแคมเปญรูปแบบไหนเพื่อเก็บเสียงตอบรับมาปรับเปลี่ยน เพิ่มประสิทธิภาพให้กับงานของเรา โดยเราจะออกซิงเกิ้ลใหม่เดือนละเพลง ก่อนหน้านี้ก็มีเพลง “เธอแค่รับไป” ของ “วิน รัตนพล” ครับ (อดีตสมาชิกวงโปเตโต้) เป็นผลงานเดี่ยว single แรกของเขา และก็เร็วๆ นี้วันที่ 3 กรกฎาคม จะปล่อยเพลงชื่อ “ปัจฉิมนิเทศ” เพลงจากวงน้องใหม่ “Znowball” จากนั้นก็จะศิลปินดังอีกหลายท่าน ที่จะมาร่วมงานกับเรา แต่ตอนนี้ยังพูดไม่ได้ อีกสักพักน่าจะได้เห็นกันครับ”
เตรียมส่งเพลงไทย สู่ตลาดเพื่อนบ้าน?
“เรามีการเอาเพลงของ นิค (นิค กีรติ) ไปร้องเป็นภาษาจีน เพื่อขยายฐานไปที่เมืองจีนครับ โดยเดือน 9 เราน่าจะมีไปทัวร์คอนเสิร์ตกันที่เมืองจีนด้วย เรากำลังหาจังหวะปล่อยเพลงภาษจีนกันอยู่ เพราะเราต้องเตรียมการกันพอสมควร เพื่อให้ทุกอย่างลงตัว ที่เราสนใจตลาดเพลงจีน เพราะคนจีนค่อนข้างเปิดกว้างในการฟังเพลงภาษาอื่น เราคิดว่าเรามีช่องทางที่สามารถเข้าไปอยู่ในจุดๆ นั้นได้ แค่ได้คนฟัง15% ของคนจีนทั้งหมด ก็ร่วม 50 ล้านคนแล้วครับ เซี่ยงไฮ้ที่เดียวคนก็เกือบ 20 ล้านคนแล้ว แล้วเราโชคดีที่ผู้บริหารค่ายเพลงพูดภาษาจีนได้(หัวเราะ) บอย (บอย พิบูล)เขาพูดได้ครับ เลยรับหน้าที่ตรงนี้ไป และก็จะมีไปทางญี่ปุ่น เกาหลีด้วยครับ”
ซิงเกิ้ลเดี่ยวของ “สัว”?
“ของผม ตอนนี้ยังไม่มีแพลนเลยครับขั้นตอนในการวาง การปล่อย ค่อนข้างใช้เวลาเยอะผมอาจจะมีธุรกิจตัวอื่น ที่ปลีกเวลามาไม่ได้เยอะขนาดนั้น ตอนนี้เลยยังไม่มีแพลนครับ”

ตารางชีวิต?
“ถ้าในส่วนของงานบริหารค่ายเพลงนี่เสาร์-อาทิตย์ ตอนเย็นๆ ครับ(หัวเราะ)วันธรรมดาก็มีแวะเข้ามาบ้างครับ แล้วแต่จังหวะตอนแรกว่าเป็นงานอดิเรก แต่ตอนนี้เริ่มเป็นธุรกิจหนึ่งหลักพาร์ทหนึ่งของชีวิตแล้วครับ ต้องให้เวลามากขึ้น โฟกัสมากขึ้น”
เอกลักษณ์ของ ไฟว์ โฟร์ เรคคอร์ด?
“อยากให้นึกถึงผลงานที่เราตั้งใจสร้างสรรค์กันมากกว่าครับ เราอยากจะขยายงานที่มีคุณภาพให้คนในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้านได้ยอมรับ เราเป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่พยายามจะสร้างตัวเองให้มีคุณภาพ คือคุณภาพงานของเราต้องมาก่อน อยากให้คนฟังเห็นถึงความตั้งใจ ที่เราทำออกมาด้วยความรักจริงๆ ตอนนี้เรากำลังทำบ้านที่มีห้องอัดในตัว เพื่อให้เป็นสถานที่ที่ทีมงานและศิลปินได้มาแจมเพลงกัน มาแฮงค์เอ้าท์ มาสร้างสรรค์ผลงานกัน เราบริหารงานแบบครอบครัวให้ศิลปินหาแนวเพลงของตนเอง และให้อิสระเต็มที่ในการสร้างสรรค์งาน”
ชีวิตหลังแต่งงาน?
“ผมกับมัดหมี่แต่งงานกันมาปีกว่าแล้วครับ ปีนี้จะครบ 2 ปี ทุกอย่างลงตัวมากครับ (ใกล้จะมีทายาทหรือยัง?) ยังครับ(หัวเราะ) เรายังไม่อยากมี สักพักใหญ่ๆ เลยครับเดี๋ยวค่อยว่ากัน เพราะเรายังสนุกกับงานทุกอย่างกำลังก่อตัว และต้องใช้เวลาพอสมควรเพราะฉะนั้นตอนนี้ขอสร้างตัวกันก่อนครับ”
พอเข้าเรื่องหัวใจ “สัว” พูดน้อยขึ้นมาทันทีค่ะ เอาเป็นว่าใครที่ชอบความน่ารักของคู่นี้ คงต้องรอให้ทั้งคู่สนุกกับงานกันไปก่อน รวมถึงตามให้กำลังใจพวกเขาผ่านผลงานเพลง ที่เริ่มต้นจากกลุ่มเพื่อนรักทำในสิ่งที่รัก กับค่ายน้องใหม่ที่ฝีมือล้ำหน้าไปไกลอย่าง ไฟว์ โฟร์ เรคคอร์ด
ลูกหมู