ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/279288

สุดแรงยื้อ’พลอย’ยิ้มร่าได้ฤกษ์เซ็นใบหย่า’ปีเตอร์’
ดูเหมือนปัญหาเรื่องหย่าที่ตกลงไม่ลงตัวสักทีใกล้จะจบลงแล้วสำหรับ “พลอย พลอยพรรณ ทวีรัตน์” และ “ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล” เพราะล่าสุดได้ยินมาว่าทั้งคู่ได้คุยและนัดวันกันเรียบร้อยแล้ว พอได้เจอคุณแม่ซิงเกิ้ลมัมอย่าง “พลอย” ในงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “BetadineTM Natural Defense” ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ก็ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า
“วันนี้มาออกงานทั้งครอบครัว เด็กๆ โตขึ้นพอสมควร เวลาผ่านไปเร็วมาก ช่วงที่เขาเป็นเด็กๆ ก้าวเข้าสู่ช่วงเด็กโตใช้เวลาเร็วมาก พัฒนาการก็ดี พี่เขาเป็นคนหวงน้องมาก กลัวน้องจะเจ็บ แต่น้องเขาจะไม่สนใจใคร ตัวโตเขาฉายแววมาก เขาเป็นสายบันเทิงอยู่แล้ว แต่คนน้องนี่เขาจะไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไร ถามว่าเป็นห่วงลูกๆ เรื่องไหนก็ไม่ห่วงเลยเพราะว่าเราเป็นคนทำงานเยอะมาก ไปบินด้วย ก็พยายามไว้ใจคนที่เขาดูแลให้เรา เราจะได้ไม่ต้องมีห่วงเวลาที่เราไปบินไปทำงาน
ที่ก่อนหน้านี้น้องเข้ารพ. ก็ประมาณเดือนที่แล้วแต่ตอนนี้เรียบร้อยแล้ว แผลหายแล้ว แกะสะเก็ดแผลเองหมดเรียบร้อย น้องโดนไฟช็อตเท้า แต่ว่าโอเคแล้ว หายแล้ว มันเหมือนเป็นแผลโดนไฟไหม้ๆ นิดนึง จะเรียกว่าเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนเป็นแม่เลยไหมก็ไม่ต้องเป็นแม่หรอก ให้เป็นคนแก่ในบ้านหรือเป็นตัวเราเองเดินเหยียบสายไฟที่มันขาดบางทีมันก็เจ็บตัวได้ ไม่เกี่ยวว่าเราดูแลไม่เรียบร้อยหรอก คือมันเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในห้องพี่เลี้ยงลูก บางทีก็เหลือบ่ากว่าแรงที่เราจะเดินไปเช็คตามจุดหลายๆ อย่าง แต่ก็ให้พี่เลี้ยงเขาเช็คตามจุดที่มันแตกๆ ว่ามีอะไรที่มันอันตรายอีกไหม ก็ต้องระมัดระวังเยอะเลยเพราะบางทีอะไรที่เราคาดไม่ถึง มันก็อาจจะมีสิ่งที่ทำให้เราบาดเจ็บแบบนี้ได้ ถามว่าน้องกลัวที่จะเข้าใกล้อุปกรณ์พวกนี้ไหมก็ไม่รู้สึกอะไรเลย น้องบอกยังโดนได้อีกเรื่อยๆ เราเคยบอกเขาแล้วว่าไม่ควรเข้าใกล้ พูม่าเป็นคนที่บอกแล้วแต่ก็ยังทำ เอานิ้วเข้าไปจิ้มพัดลมเลือดออกก็ยังจะจิ้มอีก คือเขาเป็นคนแบบนี้ช่วยอะไรไม่ได้เลย ก็พยายามสอนแล้ว
สำหรับ “ปีเตอร์” ที่ถามว่าเขาพยายามเข้ามาช่วยดูแลมากขึ้นไหมคือเรื่องดูแลลูกเป็นหน้าที่ของเรา กับเรื่องนี้เขาอาจจะยุ่งเรื่องงานอยู่ เกี่ยวกับสามีอันนี้ขอไม่ตอบแล้วกัน จะบอกว่าเขาห่างไปอีกแล้วใช่ไหม อันนี้เอาตามที่เห็นแล้วกัน เดี๋ยวไว้สัมภาษณ์เขาเองดีกว่าเพราะเราคุยกันไว้แล้วว่าเราจะไม่เอาเรื่องของกันและกันมาพูดอะไรแบบนี้อีก กับข้อตกลงที่จะไม่พูดถึงกันก็จะได้มีพื้นที่ในการใช้ชีวิต อย่างเราจะได้ไปคิดถึงเรื่องงาน ดูแลลูกให้มากขึ้น เราก็ไม่มานั่งคุยถึงแต่เรื่องที่มันเป็นแง่ลบ มันผ่านมาแล้วและมันก็จบ ทุกคนก็มีหน้าที่การงานที่ต้องทำ มีชีวิตที่ต้องก้าวต่อไป พี่เขาก็ต้องไปทำงานหาเงินในส่วนของเขา
สำหรับเราตอนนี้โอเคไหม ส่วนตัวเราก็ทำงานหนักเหมือนเดิม เศรษฐกิจมันก็ขึ้นๆ ลงๆ เราก็ต้องทำเผื่อไว้อนาคตนิดนึง เพราะค่าใช้จ่ายมันก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ และบางทีรายรับมันก็ไม่ได้เท่าเดิมทุกเดือน แต่ว่าโชคดีมากที่ธุรกิจส่วนตัวมันก็ทำเงินได้ดีพอสมควร ที่เขามีช่วยโปรโมทด้วย วันนั้นก็มีให้เขาช่วยถือของให้นิดนึงเป็นตัวคอลลาเจน เขาก็บอกมาสิๆ เขาก็มีน้ำใจ เรายื่นใส่มือเขาเลย แล้วบอกช่วยกันหน่อย เพราะตอนนี้มันเริ่มติดกระแสติดตลาดมาก เราก็บอกเขาช่วยหน่อยนะตัวนี้กำลังทำเงินเลย จะได้เป็นค่าเทอม ถามว่าเฟลไหมที่กลายเป็นแบบนี้ คือเราไม่ได้มองอะไรเลย คิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าสิ่งที่เราต้องทำคือเราต้องยืนด้วยลำแข้งของตัวเองไม่ว่าอะไรมันจะเกิดขึ้น อันนี้คือสิ่งที่เราต้องทำอยู่แล้วและต้องทำต่อไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวเราเอง เพื่อนฝูง หรือไม่ใครก็ตาม เราทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ถ้าใครจะเข้ามาช่วยเหลืออันนั้นมันเป็นความโชคดี แต่ทุกวันนี้เราต้องใช้เท่าไหน เราต้องทำเท่านั้นเป็นในส่วนที่เราต้องรับผิดชอบเอง
กับในส่วนที่เขาต้องรับผิดชอบถามว่ายังส่งเสียสม่ำเสมอไหม อันนี้ไปถามเขาเองดีกว่า เรื่องนี้อันตราย อาจจะไม่พูดถึงกันและกันตลอดชีวิตนะ เรื่องนี้มันละเอียดอ่อนมาก ไม่งั้นถ้าต้องขึ้นโรงขึ้นศาลไม่เอาดีกว่านะ ถามว่าเราตกลงเรื่องนี้กันนานหรือยัง คือปกติเราพยายามจะเลี่ยงไม่พูดถึงสามีอยู่แล้ว พอตอนนี้มันมาถึงจุดที่เราใกล้จะปิดข่าวปิดงานของเราแล้ว เราก็ทำให้มันแข็งแรงและสตรองขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่เราต้องทำ สิ่งที่เราสัญญากันเอาไว้ ต้องรูดซิปปาก
เกี่ยวข้องกับการหย่าด้วยไหมไว้รอไปถามเขาเองดีกว่า คือเราตกลงกันแล้วลงตัว สัญญาก็ดี ก็เป็นธรรม คือเซ็นสัญญาก่อนที่จะเซ็นใบหย่าเพราะมันเกี่ยวเนื่องกับหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวของลูกเองด้วย ก็ใกล้จะไปเซ็นใบหย่ากันแล้ว นัดวันแล้วค่ะ ใกล้โสดแล้ว เรื่องสัญญาคือมันได้ดีที่สุดที่ตรงนี้ มันไม่มีใครที่จะได้อย่างที่ตัวเองต้องการทุกอย่างหรอกนะ เขาถอยบ้าง เราถอยบ้าง ประโยชน์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกมันคือตรงไหนก็คือแค่นั้น ข้อตกลงพอใจกันทั้งสองฝ่ายแล้ว สำหรับเราก็อยากได้ลูกเอางี้ดีกว่า ความรู้สึกในวันเซ็นใบหย่ามันคงเป็นแบบนี้เลย(หัวเราะ) ไม่ต้องบรรยายเลย มันเหมือนเชือกที่พันกันอยู่เป็นปมนานมากแล้ว คราวนี้มันก็จะคลายออกมาสักที มันก็สบายใจ สบายกาย สบายทุกอย่าง วันไหนสำนักไหนขอไม่บอกแต่ใกล้มากแล้ว”