ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/272378

แหวกฟ้าหาฝัน : National Art Gallery of Ljubljana
นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบภาพเขียน เมื่อได้มีโอกาสเยี่ยมเยือนเมืองใดก็ต้องหาโอกาสเข้า Art Gallery สักหนึ่งแห่ง ไม่เช่นนั้นมักรู้สึกว่ามาไม่ถึงเมืองนั้น ยิ่งนักท่องเที่ยวไปเมืองหลวงด้วยแล้ว การเยี่ยมเยือน National Art Gallery ยิ่งเป็นThe Must เลยทีเดียว National Art Gallery of Ljubljana ตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1918 ณ Kreslja Palace ในช่วงที่สโลวาเนียยังเป็นส่วนหนึ่งของประเทศยูโกสลาเวีย ก่อนย้ายมาอยู่ ณ สถานที่ตั้งปัจจุบันในปี 1925 อาคารนี้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1896 โดยเป็นที่ทำงานของ Ivan Hribar นายกเทศมนตรีผู้มีความกระตือรือร้นที่จะเปลี่ยนลูเบียน่าให้เป็นเมืองหลวงของชาวสโลเวเนีย อาคารที่ออกแบบโดย Frantisek Skabrout เพื่อใช้เป็นศูนย์วัฒนธรรมนี้ กลายเป็นสถานที่ตั้งของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรมหลายองค์กร อาคารนี้ได้รับการปรับปรุงครั้งแรกโดยต่อขยายในทศวรรษที่ 1990 โดย Edvard Ravnikar สถาปนิกชาวสโลเวเนีย และได้รับการต่อเติมเชื่อมสองอาคารอีกครั้งในปี 2001 โดยได้รับการออกแบบโดย Jurij Sadar และ Bostjan Vuga สถาปนิกชาวสโลเวเนียอีกเช่นกัน

เนื่องจากห้องภาพนี้เป็นห้องภาพของเมืองหลวงจึงเป็นห้องภาพที่ใหญ่สุดของประเทศ ที่นี่เก็บสะสมภาพตั้งแต่ยุคกลางถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ผลงานเด่นๆ ในห้องภาพแห่งนี้มีหลายชิ้น เช่น Madonna with Christ Child Blessing by Giovanni Francesco Da Rimini ในห้องภาพทุกแห่งที่ไม่ใช่ Contemporary Art Gallery ภาพที่ต้องมีไม่ขาดภาพหนึ่งนั่นคือภาพที่มีชื่อว่าMadonna and Child ที่นี่ก็เช่นกัน ภาพMadonna and Child ของศิลปินอิตาลีท่านนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพ Triptych แต่ถูกตัดทอนเหลือเพียงส่วนเดียวในคริสต์ศตวรรษที่ 17 แม้ปัจจุบันจะไม่มีใครทราบว่าเดิมภาพนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อโบสถ์ใดกันแน่ แต่แนวทางการวาดภาพและต้นกำเนิดของศิลปินทำให้นักวิจารณ์ภาพเชื่อว่าภาพนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อประดับโบสถ์ในเมืองโบโลญญ่า ประเทศอิตาลี ทั้งนี้เพราะแนวทางการวาดภาพนี้เสมือนหนึ่งภาพของศิลปินเดียวกันที่จัดแสดงอยู่ ณ National Gallery กรุงลอนดอน และกรอบภาพเป็นแนวทางศิลปะเฉพาะของเมืองโบโลญญ่า นักท่องเที่ยวที่ดูภาพเขียนยุคต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 ประจำจะรู้สึกได้ว่าภาพนี้เป็นผลงานที่โดดเด่นกว่าชิ้นอื่นๆ ตรงที่ การลงสีที่ดูฉูดฉาด และหน้าตาของ Madonnaที่ทันสมัยกว่าที่ศิลปินผู้อื่นวาดในช่วงเวลาเดียวกัน

The Death of Cleopatra by Felice Ficherelli ศิลปินยุคบาโรคชาวอิตาลี ภาพการเสียชีวิตจากงูกัดของคลีโอพัตรา กษัตริย์หญิงองค์สุดท้ายของอียิปต์หลังจากที่ Mark Anthonyพ่ายแพ้ต่อ Octavian ชิ้นนี้เป็นภาพที่ศิลปินวาดในช่วงท้ายของชีวิต แม้ศิลปินจะเขียนภาพในแนวทางศิลปะแบบบาโรค แต่ผลงานนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของแนวทางศิลปะยุคเรอเนสซองส์อย่างเต็มที่
Jesus Washing the Feet of the Apostles by Giovanni Stefano Danedi ศิลปินอิตาลียุคบาโรค ภาพพระเยซูล้างเท้าให้สาวกเป็นช่วงเวลาก่อนภาพอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูนี้นักวิจารณ์ศิลป์เชื่อว่าถูกเขียนขึ้นเพื่อประดับหอสวดมนต์ในโบสถ์แห่งใดแห่งหนึ่งในมิลาน ประเทศอิตาลี ผลงานชิ้นนี้แสดงอัจฉริยภาพของศิลปินได้อย่างเด่นชัด สังเกตจากสีหน้าและท่าทางของพระเยซูที่ดูรักใคร่และอ่อนน้อมต่อสาวกที่กำลังถูกล้างเท้า เหตุการณ์ตอนล้างเท้าให้กับสาวกนี้ถือเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่สำคัญในพระคัมภีร์เพื่อแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่าการรับใช้ผู้อื่นถือเป็นหลักคำสอนสำคัญ และเป็นการรับใช้พระเจ้าหนทางหนึ่ง และคนที่จะได้รับการยกย่องคือคนที่ยกย่องผู้อื่น นอกจากภาพทั้งสามนี้แล้ว ที่นี่ยังมีผลงานเด่นๆ อีกหลายภาพของศิลปินอื่นๆ ด้วย เช่น Diana and Actaeon by Martin Johann Schmidt และ Adoration ofThe Magi by Michelangelo Unterberger เป็นต้น

