แหวกฟ้าหาฝัน : National Art Gallery of Ljubljana

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/272378

แหวกฟ้าหาฝัน : National Art Gallery of Ljubljana

แหวกฟ้าหาฝัน : National Art Gallery of Ljubljana

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบภาพเขียน เมื่อได้มีโอกาสเยี่ยมเยือนเมืองใดก็ต้องหาโอกาสเข้า Art Gallery สักหนึ่งแห่ง ไม่เช่นนั้นมักรู้สึกว่ามาไม่ถึงเมืองนั้น ยิ่งนักท่องเที่ยวไปเมืองหลวงด้วยแล้ว การเยี่ยมเยือน National Art Gallery ยิ่งเป็นThe Must เลยทีเดียว National Art Gallery of Ljubljana ตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1918 ณ Kreslja Palace ในช่วงที่สโลวาเนียยังเป็นส่วนหนึ่งของประเทศยูโกสลาเวีย ก่อนย้ายมาอยู่ ณ สถานที่ตั้งปัจจุบันในปี 1925 อาคารนี้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1896 โดยเป็นที่ทำงานของ Ivan Hribar นายกเทศมนตรีผู้มีความกระตือรือร้นที่จะเปลี่ยนลูเบียน่าให้เป็นเมืองหลวงของชาวสโลเวเนีย อาคารที่ออกแบบโดย Frantisek Skabrout เพื่อใช้เป็นศูนย์วัฒนธรรมนี้ กลายเป็นสถานที่ตั้งของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรมหลายองค์กร อาคารนี้ได้รับการปรับปรุงครั้งแรกโดยต่อขยายในทศวรรษที่ 1990 โดย Edvard Ravnikar สถาปนิกชาวสโลเวเนีย และได้รับการต่อเติมเชื่อมสองอาคารอีกครั้งในปี 2001 โดยได้รับการออกแบบโดย Jurij Sadar และ Bostjan Vuga สถาปนิกชาวสโลเวเนียอีกเช่นกัน

เนื่องจากห้องภาพนี้เป็นห้องภาพของเมืองหลวงจึงเป็นห้องภาพที่ใหญ่สุดของประเทศ ที่นี่เก็บสะสมภาพตั้งแต่ยุคกลางถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ผลงานเด่นๆ ในห้องภาพแห่งนี้มีหลายชิ้น เช่น Madonna with Christ Child Blessing by Giovanni Francesco Da Rimini ในห้องภาพทุกแห่งที่ไม่ใช่ Contemporary Art Gallery ภาพที่ต้องมีไม่ขาดภาพหนึ่งนั่นคือภาพที่มีชื่อว่าMadonna and Child ที่นี่ก็เช่นกัน ภาพMadonna and Child ของศิลปินอิตาลีท่านนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพ Triptych แต่ถูกตัดทอนเหลือเพียงส่วนเดียวในคริสต์ศตวรรษที่ 17 แม้ปัจจุบันจะไม่มีใครทราบว่าเดิมภาพนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อโบสถ์ใดกันแน่ แต่แนวทางการวาดภาพและต้นกำเนิดของศิลปินทำให้นักวิจารณ์ภาพเชื่อว่าภาพนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อประดับโบสถ์ในเมืองโบโลญญ่า ประเทศอิตาลี ทั้งนี้เพราะแนวทางการวาดภาพนี้เสมือนหนึ่งภาพของศิลปินเดียวกันที่จัดแสดงอยู่ ณ National Gallery กรุงลอนดอน และกรอบภาพเป็นแนวทางศิลปะเฉพาะของเมืองโบโลญญ่า  นักท่องเที่ยวที่ดูภาพเขียนยุคต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 ประจำจะรู้สึกได้ว่าภาพนี้เป็นผลงานที่โดดเด่นกว่าชิ้นอื่นๆ ตรงที่ การลงสีที่ดูฉูดฉาด และหน้าตาของ Madonnaที่ทันสมัยกว่าที่ศิลปินผู้อื่นวาดในช่วงเวลาเดียวกัน

The Death of Cleopatra by Felice Ficherelli ศิลปินยุคบาโรคชาวอิตาลี  ภาพการเสียชีวิตจากงูกัดของคลีโอพัตรา กษัตริย์หญิงองค์สุดท้ายของอียิปต์หลังจากที่ Mark Anthonyพ่ายแพ้ต่อ Octavian ชิ้นนี้เป็นภาพที่ศิลปินวาดในช่วงท้ายของชีวิต แม้ศิลปินจะเขียนภาพในแนวทางศิลปะแบบบาโรค แต่ผลงานนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของแนวทางศิลปะยุคเรอเนสซองส์อย่างเต็มที่

Jesus Washing the Feet of the Apostles by Giovanni Stefano Danedi ศิลปินอิตาลียุคบาโรค ภาพพระเยซูล้างเท้าให้สาวกเป็นช่วงเวลาก่อนภาพอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูนี้นักวิจารณ์ศิลป์เชื่อว่าถูกเขียนขึ้นเพื่อประดับหอสวดมนต์ในโบสถ์แห่งใดแห่งหนึ่งในมิลาน ประเทศอิตาลี  ผลงานชิ้นนี้แสดงอัจฉริยภาพของศิลปินได้อย่างเด่นชัด สังเกตจากสีหน้าและท่าทางของพระเยซูที่ดูรักใคร่และอ่อนน้อมต่อสาวกที่กำลังถูกล้างเท้า เหตุการณ์ตอนล้างเท้าให้กับสาวกนี้ถือเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่สำคัญในพระคัมภีร์เพื่อแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่าการรับใช้ผู้อื่นถือเป็นหลักคำสอนสำคัญ และเป็นการรับใช้พระเจ้าหนทางหนึ่ง และคนที่จะได้รับการยกย่องคือคนที่ยกย่องผู้อื่น นอกจากภาพทั้งสามนี้แล้ว ที่นี่ยังมีผลงานเด่นๆ อีกหลายภาพของศิลปินอื่นๆ ด้วย เช่น Diana and Actaeon by Martin Johann Schmidt และ Adoration ofThe Magi by Michelangelo Unterberger เป็นต้น

Leave a comment