ตะลอนเที่ยว : ก้าวไปด้วยกัน แบ่งปันความเจริญรุ่งเรือง : CLMVT

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275998

ตะลอนเที่ยว : ก้าวไปด้วยกัน แบ่งปันความเจริญรุ่งเรือง : CLMVT

ตะลอนเที่ยว : ก้าวไปด้วยกัน แบ่งปันความเจริญรุ่งเรือง : CLMVT

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มิติใหม่ของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงเสริมสร้างมิตรภาพได้บังเกิดขึ้นแล้วในกลุ่มประเทศ CLMVT หรือ Cambodia(กัมพูชา) Lao PRD (ลาว) Myanmar (เมียนมา) Vietnam (เวียดนาม) Thailand (ไทย) โดยมิติใหม่ที่ว่านี้จะมุ่งเน้นให้ประเทศเพื่อนบ้านของไทยทั้ง 4 ประเทศ ได้มีโอกาสนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยว อาหารการกิน ศิลปวัฒนธรรม ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทย แล้วท่องเที่ยวต่อไปยังประเทศรอบๆ บ้านของไทย

สาเหตุสำคัญที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชูประเด็นการท่องเที่ยวในกลุ่ม CLMVT ขึ้นมา ก็เพราะตระหนักดีว่าเมื่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยแล้ว ก็อยากจะให้นักท่องเที่ยวได้ไปชมความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้านของไทยด้วย

มีคำถามว่า การทำโครงการเช่นนี้จะไม่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหนีไปเที่ยวประเทศอื่น แล้วไม่สนใจท่องเที่ยวในประเทศไทยหรือ คำตอบที่ได้จากผู้บริหารหลายคนของททท.คือ “ไม่อย่างแน่นอน” แต่การส่งเสริมเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยได้รับการชมเชยว่าเป็นประเทศที่ไม่เห็นแก่ตัว เพราะไทยคิดถึงเพื่อนบ้าน และพยายามส่งเสริมให้เพื่อนบ้านได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวด้วย ซึ่งนับเป็นการส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวแบบแบ่งปัน แล้วก้าวเดินไปด้วยกัน (Moving Towards Shared Prosperity)


จากซ้ายไปขวา ยุทธศักดิ์ สุภสร (ผู้ว่าฯททท.) กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร (รมว.การท่องเที่ยวฯ)
พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร (รองนายกรัฐมนตรี) กลินท์ สารสิน (ประธานบอร์ด ททท.) พงษ์ภาณุ
เศวตรุนทร์ (ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ)

นานาชาติได้ประจักษ์แล้วว่าการท่องเที่ยวคือกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้และความมั่งคั่งอย่างเป็นรูปธรรมให้กับประเทศต่างๆ ในกลุ่ม CLMVT และเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่ารายได้จากการท่องเที่ยวช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนทั้งในเขตเมืองและในชนบท

ธนาคารโลกรายงานว่า กลุ่ม CLMVT มีรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 62 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2015 โดยประเทศไทยทำรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2015 เป็นจำนวน 78 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดในกลุ่ม CLMVT เมื่อคิดรายได้โดยเฉลี่ยแล้ว จะพบว่าทุกประเทศในกลุ่มนี้สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวคิดเป็น 15 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้จากการส่งสินค้าออกของแต่ละประเทศ แต่สำหรับกัมพูชาแล้วจะพบว่ามีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงมากถึง 28.5 เปอร์เซ็นต์ โดยกัมพูชามีรายได้จากการท่องเที่ยว 3.41 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยว 48.53 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 17.6 เปอร์เซ็นต์

ยกตัวอย่างจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปท่องเที่ยวในกลุ่ม CLMVT ในปี 2016 รวมทั้งหมดประมาณ 13 ล้านคน พบว่าเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยประมาณ 9 ล้านคน เข้าไปเที่ยวเวียดนามประมาณ 3 ล้านคน เข้าไปเที่ยวกัมพูชา 8 แสนกว่าคน เข้าไปเที่ยวลาว 5 แสนคน และเข้าไปเที่ยวพม่า 1 แสน 5 หมื่นคน


จากซ้ายไปขวา สีลา ฮุล (รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยว กัมพูชา) วงเดือน แก้วสุลีวง (กระทรวงข่าวสาร วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ลาว) ไน ไน โอ (กระทรวงการโรงแรมและการท่องเที่ยว เมียนมา) วู่ นาม (รองปลัดกระทรวงการจัดการการการท่องเที่ยว เวียดนาม) และ ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านการสื่อสาร การตลาด ททท.) ร่วมเสวนาหัวข้อ “CLMVT: Moving towards Shared Prosperity”

ถ้าหากดูจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยภาพร่วมที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในกลุ่ม CLMVT ในปี 2016 จะพบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในไทยมากกว่า32 ล้านคน เข้าไปในเวียดนาม 10 ล้านคน เข้าพม่า 3 ล้านคน เข้าลาวกว่า 4 ล้าน เข้ากัมพูชา 5 ล้านคน หรือกล่าวโดยภาพรวมจะพบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศกลุ่ม CLMVT มากกว่า 54 ล้านคน

มีคำถามว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปเที่ยวชมอะไรใน CLMVT คำตอบคือ มีหลายสิ่งหลายอย่างให้ชม ให้กิน และให้ซื้อ เช่น ให้ชมก็ได้แก่สถานที่ท่องเที่ยวทั้งเชิงธรรมชาติ เชิงศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และสถานที่ท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น อย่างเช่นสวนสนุก เป็นต้น ส่วนให้กิน ก็มีหลากหลายทั้งอาหารนานาชนิด และผลไม้อีกสารพัดอย่างซึ่งมีให้กินได้ตลอดปี ส่วนให้ซื้อก็ได้แก่สินค้าพื้นเมืองของแต่ละชนชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

นอกจากนี้ใน CLMVT ยังถือเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยโบราณสถานสำคัญ ซึ่ง UNESCO เลือกสรรให้เป็นสถานที่มรดกโลก (World Heritage Sites) ล่าสุด UNESCO คัดเลือกแหล่งโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในกลุ่มประเทศ CLMVT ให้อยู่ในทำเนียบมรดกโลกแล้ว 18 แห่ง และยังมีโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ
ที่น่าจะมีโอกาสได้รับคัดเลือกเป็นมรดกโลกอีก 39 แห่ง ขอยกตัวอย่างในไทย เช่น จ.เชียงใหม่ วัดพระมหาธาตุ,จ.นครศรีธรรมราช ปราสาทหินพิมาย จ.นครราชสีมา, ปราสาทพนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ จ.บุรีรัมย์, แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และพระธาตุพนม จ.นครพนม เป็นต้น

การท่องเที่ยวแบบแบ่งปัน เพื่อความก้าวหน้าร่วมกันของสมาชิกกลุ่ม CLMVT ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากรัฐบาลไทย และมีการย้ำเจตนารมณ์เรื่องนี้ภายในงาน Thailand Travel Mart Plus 2017 (TTM+2017) ซึ่งจัดขึ้นในจังหวัด
เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 14-16 มิถุนายน 2560 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของไทยทั้ง 4 คือ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม

Leave a comment