พระองค์ภาฯ ทรงร่วมอภิปรายระดับสูงของUN ที่ New York ทรงเน้นย้ำความร่วมมือ เพื่อการป้องปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/277701

พระองค์ภาฯ ทรงร่วมอภิปรายระดับสูงของUN ที่ New York ทรงเน้นย้ำความร่วมมือ เพื่อการป้องปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

พระองค์ภาฯ ทรงร่วมอภิปรายระดับสูงของUN ที่ New York ทรงเน้นย้ำความร่วมมือ เพื่อการป้องปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในฐานะทูตสันถวไมตรีด้านการส่งเสริมหลักนิติธรรมและระบบงานยุติธรรมทางอาญาสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเข้าร่วมการอภิปรายระดับสูงของสมัชชาสหประชาชาติ ว่าด้วยอาชญากรรมที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร ที่สำนักงานสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานต่างๆ ของประเทศไทย อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทยเข้าร่วมงาน

งานดังกล่าวเป็นการประชุมระดับสูง จัดขึ้นเพื่อรำลึกในโอกาสครบรอบ 25 ปี ของเหตุการณ์ที่นายจีโอวาน นีฟาลคอนี (Mr.Giovanni Falcone)ผู้พิพากษาชาวอิตาลี ถูกลอบสังหารโดยกลุ่มองค์กรอาชญากรรม โดยมุ่งเน้นประเด็นการปฏิบัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร และพิธีสารแนบท้าย เพื่อให้ประเทศสมาชิกได้หารือเกี่ยวกับแนวโน้มและความท้าทายในการรับมือกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตลอดจนผลกระทบต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในที่ประชุมใหญ่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาได้ทรงกล่าวถ้อยแถลง ยกย่องความกล้าหาญและผลงานของผู้พิพากษาจิโอวานีฟาลคอนี และเจ้าหน้าที่รัฐที่เสียชีวิตจากการลงมือของอาชญากรรมที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร และทรงเน้นย้ำว่าวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 จะสำเร็จได้จะต้องมีการจัดการเสริมสร้างหลักนิติธรรมและความมั่นคงขึ้น ซึ่งในประเด็นดังกล่าวการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กรนับเป็นภารกิจสำคัญยิ่ง

ในการประชุมกิจกรรมคู่ขนาน เรื่อง “ความท้าทายจากองค์กรอาชญากรรมและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงกล่าวว่าการลงนามในสนธิสัญญาระหว่างประเทศย่อมไม่เพียงพอที่สำคัญคือประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน ควรมีการร่วมมือกันในลักษณะข้ามพรมแดนทั้งในการบังคับใช้กฎหมาย และการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายในทางอาญาแก่กันและกัน นอกจากนี้ ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือและคุ้มครองเหยื่อของอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงชุมชนด้วยเช่นกันพร้อมกันนี้ ทรงกล่าวถึงความเชื่อมโยงและเกื้อกูลกันระหว่างวิสัยทัศน์อาเซียนปีค.ศ.2025 กับวาระแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ซึ่งเอกสารทั้งสองฉบับจะช่วยวางกรอบแนวทางในอนาคตและเน้นย้ำถึงความจำเป็นของหลักนิติธรรม สันติภาพและเสถียรภาพ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

Leave a comment