ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/277685

เหงื่อ…ไม่ใช่ตัวการเกิดกลิ่นตัว ผื่นผิวหนัง เสมอไป
เมืองไทยเราเป็นเมืองร้อน ที่หลายๆ คน ชอบแซวว่ามี 3 ฤดู คือ ร้อน ร้อนมาก และร้อนมากที่สุด แม้จะเข้าหน้าฝนแล้วก็ยังไม่วายร้อนจัด สลับกับชื้นๆ แฉะๆ ทุกปีพอร้อนจัดบวกชื้น แบบนี้ภาพที่เห็นจนชินตาคือ เสื้อที่โชกไปด้วยเหงื่อ หน้าที่ชุ่มไปด้วยหยดน้ำ จนบางคน “เหงื่อหยดติ๋งๆ” จริงๆ ดูแล้วก็เป็นภาพที่ไม่สบายตาเอาเสียเลย
ศ.ดร.นพ.ประวิตร อัศวานนท์ ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่าเหงื่อนั้นเป็นทางระบายความร้อนที่สำคัญที่สุดของร่างกายเรา เวลาเราเป็นไข้พอเหงื่อออกอุณหภูมิลดลง เราก็รู้สึกสบายขึ้นถ้าเหงื่อเราไม่ออกอาจทำให้เสียชีวิตได้ ในต่างประเทศที่เขาชินกับอากาศหนาวมากๆ พอ “คลื่นความร้อน” มาแต่ละทีจะมีคนตายกันเป็นจำนวนมาก ในบางปีตายกันหลายร้อยคน ส่วนมากก็จะเป็นผู้สูงอายุซึ่งอยู่ในที่ที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ พออากาศร้อนมากะทันหันไม่คุ้นเคย เหงื่อออกไม่ทัน ก็เป็นเหตุให้เสียชีวิต
“ร่างกายเรามีต่อมเหงื่ออยู่ทั่วตัวนะครับ ประมาณกันว่ามีอยู่ราวๆ 2-4 ล้านต่อม คนที่เหงื่อออกเก่งๆ นั้น ออกได้หลายลิตรต่อชั่วโมง หรือ 10 กว่าลิตรต่อวันทีเดียว เวลาร้อนมากๆ หรือออกกำลังกายหนักๆ เราจึงกระหายน้ำเป็นสัญญาณว่าร่างกายเราเริ่มขาดน้ำแล้วอีกอย่างที่เราจะรู้สึกก็คือ เหงื่อออกมากๆ เราจะเพลียอันนี้เป็นเพราะเราสูญเสียเกลือแร่ไปกับเหงื่อมากนั่นเองครับ เกลือแร่ต่างๆ นั้นเป็นสิ่งจำเป็นกับร่างกาย เราจึงต้องคอยเก็บเกลือแร่ ไม่ให้ขับออกไปทางปัสสาวะและทางเหงื่อมากจนเกินไป ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญของไตและต่อมเหงื่อพอเหงื่อออกน้อยๆ เราเก็บเกลือแร่กลับได้ทันก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อเหงื่อออกมากๆ ออกเร็วๆ ต่อมเหงื่อเรารับมือไม่ไหว ก็เลยสูญเสียเกลือแร่เป็นปริมาณมากๆ ได้ ทำให้เราเพลีย จึงต้องมีการชดเชยด้วยการดื่มน้ำหรือดื่มเกลือแร่เวลาที่ออกกำลังกายหนักๆ”
ศ.ดร.นพ.ประวิตร กล่าวต่อว่า เหงื่อนั้นเป็นทางกำจัดสาร โลหะ และยารับประทานบางชนิด เช่น ยาฆ่าเชื้อรารวมทั้งยารักษามะเร็งบางตัว จะถูกร่างกายขับทางเหงื่อ แต่ยังมีคนอีกไม่น้อยที่เข้าใจว่าถ้าทำให้เหงื่อออกจะช่วยให้ลดความอ้วนได้ ซึ่งนั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด

“เรามักจะพบบ่อยๆ เวลาไปออกกำลังกายตามฟิตเนสต่างๆ จะมีคนตัวอ้วนๆ มานั่งในห้องซาวน่าหรือในห้องสตรีม เหงื่อแตกพลั่กอยู่เป็นครึ่งชั่วโมง ค่อนชั่วโมง แต่ไม่ออกกำลังกายใดๆ สองปีสามปีผ่านไปคนเหล่านี้ก็ยังคงนั่งในห้องซาวน่า และก็มีแต่จะอ้วนขึ้นๆ อย่างนักมวยนั้นเขาใช้วิธีรีดเหงื่อเพื่อลดน้ำหนัก ช่วงสั้นๆ ก่อนชั่งน้ำหนัก พวกนั้นเขาน้ำหนักเกินเป็นขีด พอเหงื่อออกน้ำหนักก็ลดลงอยู่ในพิกัด ชั่งน้ำหนักก็ผ่าน ก็แน่ละครับเหงื่อออก 1 ลิตร น้ำหนักก็ย่อมลดไป 1 กิโล แต่พอชั่งน้ำหนักเสร็จ ดื่มน้ำเข้าไปใหม่น้ำหนักก็ย่อมกลับมาเท่าเดิมนะครับ เพราะฉะนั้นการทำให้เหงื่อออกไม่ใช่วิธีลดน้ำหนัก”
อีกเรื่องหนึ่งพอได้ยินคำว่าเหงื่อหลายๆ ท่านก็มีคำว่า “กลิ่นตัว” ลอยมาทันที ทุกท่านคงเคยเดินตามคนที่เหงื่อออกมากๆ หรือขึ้นรถเมล์ที่แน่นๆ หรืออยู่ในที่ผู้คนแออัด คงไม่ต้องบรรยายว่ากลิ่นจากเหงื่อมนุษย์นั้นมันเป็นอย่างไร
“ความจริงเหงื่อที่ออกใหม่ๆ นั้น ไม่มีกลิ่นนะครับ ลองสังเกตดูว่าเวลาที่เราอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ บางทีจะมีเหงื่อออก แต่ตัวเราก็ไม่เหม็น หรือเวลาวิ่งรอบสวนลุม 2 รอบ เหงื่อท่วมตัว เราก็ยังไม่เหม็น แต่พอนั่งไปสักพักหนึ่ง ยิ่งถ้าเป็นพักใหญ่ๆ ทานข้าวด้วย นั่งรถกลับบ้านด้วย จะสังเกตว่าเริ่มมีกลิ่นไม่ค่อยดี อันนี้ก็เป็นเพราะบนผิวหนังเราจะมีแบคทีเรียอยู่ ซึ่งจะแปลงสารในเหงื่อบางอย่างทำให้มีกลิ่นขึ้นได้ โดยเฉพาะบริเวณร่มผ้า เช่น รักแร้ จะมีต่อมเหงื่อชนิดพิเศษทำให้เกิดกลิ่นได้มากกว่าบริเวณอื่น เพราะฉะนั้นถ้าไปพบแพทย์ก็อาจจะได้ยาฆ่าเชื้อมาทา หรือได้รับคำแนะนำให้ใช้สบู่ที่มีสารบางอย่างที่ฆ่าแบคทีเรียได้ กลิ่นตัวก็จะลดลง อีกส่วนที่ทำให้มีกลิ่นได้ คือ อาหาร คนบางชาติที่เขารับประทานเนื้อแกะ เนื้อแพะ หรือชีสบางประเภทเป็นประจำนั้น เวลาที่เขามาเมืองไทยทำให้เราได้กลิ่นตัวที่ค่อนข้างแรงกว่าปกติ”

ส่วนโรคที่มากับเหงื่อ นั่นคือ กลากและเกลื้อน ซึ่งเกิดจากเชื้อราคนละประเภท กลากนั้นชอบความชื้น ความแฉะ ความอับ เพราะฉะนั้นที่ไหนก็ตามที่มีความอับชื้นพอเหมาะ ราก็จะเจริญเติบโตทันที บริเวณที่พบกลากได้บ่อยคือ ขาหนีบและฝ่าเท้า รวมทั้งซอกนิ้วเท้า ส่วนเชื้อเกลื้อนนั้นชอบความมัน เหงื่อ และความร้อน และไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อจากภายนอก แต่เป็นเชื้อที่อยู่บนผิวหนังคนทุกคน จะสะอาดแค่ไหนก็มีทั้งนั้น ดังนั้นในหน้าร้อนที่ทำให้เหงื่อออกได้ง่าย ผิวมันมากขึ้น บวกกับเชื้อราร้ายที่อาศัยอยู่บนผิวหนังก็เป็นสาเหตุที่ให้เป็นเกลื้อน โดยบริเวณที่พบได้บ่อยคือ หน้าอก และหลัง อีกหนึ่งอาการทางผิวหนัง
อันเนื่องมาจากเหงื่อที่พบได้บ่อย ผื่นภูมิแพ้-ผิวหนังอักเสบบางประเภท และคนมักจะเข้าใจว่า “แพ้เหงื่อ” ซึ่งความจริงไม่มีใครแพ้เหงื่อตัวเอง แต่ผื่นดังกล่าว ร้อนจัดก็เป็น หนาวจัดก็เห่อ แห้งมากก็คัน หรืออากาศชื้นก็ยุบยิบ แต่ความเป็นจริง เหงื่อเป็นตัวกระตุ้นแต่ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดผื่นภูมิแพ้อย่างที่เข้าใจ
สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองเหงื่อออกมากกว่าปกติ ทั้งนี้ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อนว่าเหงื่อออกเป็นปกติ หรือผิดปกติ หากเหงื่อออกมากผิดปกติจริงก็มีวิธีรักษาหลายวิธี ทั้งยาทา ยารับประทาน การใช้กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ การฉีดยาโบทูลินั่มท็อกซิน การดูดไขมัน (และกำจัดต่อมเหงื่อ) ไปจนถึงการผ่าตัด ทั้งนี้ก็แล้วแต่ว่าเป็นแบบเฉพาะที่ หรือเป็นแบบทั้งตัว ไม่ควรวินิจฉัยเองแล้วไปหาวิธีรักษาผิดๆ นอกจากไม่หายแล้วอาจเกิดอันตรายได้โดยไม่รู้ตัว