สกู๊ปพิเศษ : นั่งคุยกับ ‘หมู’ บัณฑิต แซ่โง้ว 15 ปีที่จับพลัดจับผลูเป็น MUZU

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/289141

สกู๊ปพิเศษ : นั่งคุยกับ ‘หมู’ บัณฑิต แซ่โง้ว 15 ปีที่จับพลัดจับผลูเป็น MUZU

สกู๊ปพิเศษ : นั่งคุยกับ ‘หมู’ บัณฑิต แซ่โง้ว 15 ปีที่จับพลัดจับผลูเป็น MUZU

วันศุกร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เกริ่นนำกันสักนิดกับที่มาของ “หมู” บัณฑิต แซ่โง้ว หรือ หมู MUZU (มูซู) ศิลปินจากสังกัด ไวท์ มิวสิค ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่โลดแล่นในวงการดีดสีตีเป่ามาร่วม 15 ปี มีผลงานซิงเกิ้ลมาแล้วมากมาย อาทิ หลอกตัวเอง, สวรรค์วิมาน, เข้ากันไม่ได้, ไม่เคย ฯลฯ เส้นทางนี้ใช่ความฝันของเขาหรือไม่ และอะไรทำให้เขากลายเป็นศิลปินเดี่ยวในนาม MUZU กับวิถีออนทัวร์ ที่เหลือเชื่อ!? เขาว่า…หมูขับรถพาคุณแม่เดินสายทัวร์คอนเสิร์ต ไปไหนไปกันเสร็จงานเที่ยวต่อกัน 2 คน!?

15 ปีที่โลดแล่น

“ผมอยู่กับไวท์มิวสิคมาตลอด ตั้งแต่ออกซิงเกิ้ลเป็นทางการ สมัยก่อนผมออกซิงเกิ้ล “เข้ากันไม่ได้” กับ “ไม่เคย” จะอยู่ข้างนอก และก็เป็นความบังเอิญทั้งสิ้น อย่างตอนทำ “เข้ากันไม่ได้” ตอนนั้นไปเป็น Lyric Producer อยู่กับ พี่ปุ้ม (พรพรหม
สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) เป็นงานแรกที่แกเรียกเข้าไป บอก…เด็กคนนี้ใช้ได้ แล้วก็ให้เป็น Lyric Producer เลย ตอนนั้นผมยังไม่รู้เลยว่า Lyric Producer คืออะไร ทำยังไง แต่เขาดูเรามาประมาณหนึ่ง พอเขาให้เป็น ผมก็เป็น ก็คอยถามแกว่าต้องทำยังไง แกบอกดูแลเนื้อทั้งอัลบั้ม แบบนี้ แบบนั้น ผมไม่ได้เรียนจบอะไรมาเลยครับ คือดั้นด้นทำงานเกี่ยวกับเพลงมาตลอด แล้วมีเพลงหนึ่งในอัลบั้มที่แกเรียกมาทำ ชื่อ Gen-X Academy เหลือแต่เรียบเรียง แต่ว่าเนื้อร้องกับทำนองถูกถอดไป โดยเจ้าของเพลง ด้วยเหตุผลบางประการ ผมมีหน้าที่ Lyric Producer ก็ต้องทำหน้าที่ซ่อมเพลงนี้ ผมก็เลยแต่งเนื้อใหม่หมดเลย เพื่อใส่ในดนตรีเพลงนั้น ซึ่งมันก็คือเพลง “เข้ากันไม่ได้” แล้วผมก็ร้องไกด์ไปให้เขา พี่เขาเลยบอก งั้นก็เป็นศิลปินเลยละกัน (หัวเราะ)”

จับพลัดจับผลูเป็น MUZU

“มูซู มาจาก พี่ปุ้ม นั่นแหละครับ เป็นคนตั้งให้ เมื่อตอนต้องลงเครดิตในปกซีดี ทุกคนมีชื่อ มีนิคเนม แนวสนุกสนานแบบนั้นกันหมด ผมไม่มี และผมก็ไม่อยู่พอดี พี่ปุ้ม เลยบอกให้พิมพ์ MUZU เลย ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าแปลว่าอะไร ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่กล้าถามเลยครับ (หัวเราะ) กลัวแกจะบอกว่า อยู่มาตั้งนานพึ่งมาถาม ไม่ไปค้นหาเลยเหรอ กลัวเจอตอบกลับมาแบบนี้ เลยไม่กล้าถามเลยครับ ผมเคยไปค้นดูนะครับ และก็มีน้องบางคนตอบมาในเฟซบุ๊ค ว่าภาษาเช็ค แปลว่า “แพะ” ผมก็ไม่รู้จริงหรือเปล่านะ เคยถามคนญี่ปุ่น เขาบอกเป็นศัพท์แสลง แปลว่า “ยาก” อะไรประมาณนั้น ถ้าเป็นความหมายนี้ อาจจะใช่ก็ได้นะครับ เพราะทุกอย่างที่ผมทำ ยากหมดเลย (หัวเราะ)”

เส้นชัยที่มุ่งมั่นจะไปให้ถึง

“15 ปีที่ผ่านมา โอ้โห..ไปไม่ถึงสักจุด (หัวเราะ) จริงๆ ตอนเด็กๆ ผมคิดอยากเป็นศิลปิน แสดงผลงานระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกีตาร์ ร้องเพลง ตอนที่เราอยู่กับตัวเอง เราพอจะมีแรงบันดาลใจ มีพลังเต็มเปี่ยม ที่คิดต่อไปว่าอยากไประดับโลก แต่พอปัจจุบันคิดว่ามีปัจจัยอะไรมากมายที่ทำให้เป็นจริงได้ยาก โดยเชิงกายภาพง่ายๆ ถ้าจะให้ร้อง หรือเล่น ผมสู้ไหว แต่ด้วยทางอื่น ทางการนำเสนอก็มีความยากของมัน คงต้องรอต่อไปครับ (หัวเราะ) วันนี้จุดสูงสุดก็ยังอยากเป็น ศิลปินระดับโลกอยู่นะครับ ผมยังอยากโกอินเตอร์ แต่ในแนวทางที่ให้ อยากให้ทุกคนรู้จักผลงานของผม รู้จักเพลงของผม”

มุมมองจากครอบครัว

“ที่บ้านไม่ได้ขัดข้องอะไรครับ กับงานตรงนี้ เพราะผมไม่ได้มีครอบครัวที่เป็นภรรยาหรือลูก ผมมีแต่คุณแม่คนเดียว ตอนนี้เลยไปไหนไปกัน สมมุติไปร้องเพลงต่างจังหวัด แทนที่จะนั่งเครื่องบินไป ผมก็เปลี่ยนมาขับรถไป แล้วก็ให้แม่ไปด้วย คือเริ่มจากผมมาอยู่กรุงเทพฯ นาน แล้วเพิ่งได้กลับบ้าน ที่ท่าฉลอม สมุทรสาคร จริงๆ ใกล้มากนะครับ แต่เมื่อก่อนรู้สึกไกลมาก(หัวเราะ) ต้องจากแม่มา แล้วนานๆ ทีถึงจะได้กลับไปหาแม่ เหมือนในเพลงคือมาตามหาฝัน แล้วท้ายสุดก็ไม่ได้ความสำเร็จอะไรท้วมท้น ได้แต่ประสบการณ์ที่เต็มเปี่ยมกลับไป แต่อย่างหนึ่งที่ขาดหายไปคือการดูแลแม่ ความใกล้ชิดกัน ผมก็คิดว่าแม่จะมีโอกาสสักกี่ครั้ง ที่ได้ไปเที่ยวเหมือนคนอื่น ทุกวันนี้ก็เลยพากันนั่งรถ ขับไปเรื่อยๆ ตามจังหวัดที่ผมไปทัวร์คอนเสิร์ต ผมเป็นลูกคนเดียวด้วย ก็ไปกัน 2 คนแม่ลูก เขาชอบมากครับ เพราะคนรุ่นนั้นไม่ค่อยได้เที่ยวแบบนี้หรอกครับ เหมือนเขาได้กลับมาเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง คุณแม่แข็งแรงมาก แล้วทุกคนชอบไม่เชื่อว่าเป็นแม่ ชอบหาว่าผมหน้าแก่กว่าแม่อีก (หัวเราะ)

ชีวิตรัก

“เรื่องครอบครัวที่เป็นแฟนหรือลูก ผมไม่มีครับ หรือเคยมีประสบการณ์ แต่พอปลดเรื่องทุกอย่างแล้วมันสบาย ไม่ได้ทิ้งใครนะครับ ผมเป็นคนถูกทิ้ง (หัวเราะ) ผมโอเคกับทุกอย่างตอนนี้มาก ไม่ว่าจะดนตรี หรืออะไร ดำเนินด้วยความอบอุ่นไปหมด ซึ่งดูเหมือนไม่เกี่ยวแต่น่าจะพอเข้าใจว่ามันเกี่ยวเนื่องกันหมด เพลงต่อจากนี้ของผม ก็จะเป็นอะไรที่มาจากความสุขตรงนี้ (ไม่ได้มองหาความรัก?) ไม่ได้รันทด ช้ำรัก จนไม่ได้เอาใครนะครับ ไม่ใช่ครับ คนละเรื่อง (หัวเราะ) แต่อยู่แบบนี้เป็นอะไรที่แฮปปี้มาก ผมมีคู่มาตลอดนะ เป็นคนที่มีแฟนน้อย แต่รวมระยะปีแล้วผมหยุดพักไปครึ่งปี ไม่ถึงปี ผมเพิ่งมารู้ตัวว่าไม่มีเรื่องพวกนี้เลยเมื่อไม่นานนี้เอง

ช่วงเวลาที่ขาดหาย

“ผมไม่ได้ใช้ความเป็นผู้ใหญ่มาหลายปีมาก เพราะเรื่องรักๆ เพราะเราเป็นคนอ่อนไหวเกินไป อันนี้ไม่ได้โทษใครนะครับ ผมคิดว่าถ้าผมกลับเป็นเด็ก แล้วไม่มีแฟน ตั้งแต่เริ่มแรกมา ผมอาจจะมุ่งมั่นและมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ เพราะวัยเด็กถ้าเราไม่มีอะไรมารบกวน เราจะมุ่งไปที่โกลด์ที่เราอยากไปให้ถึง ผมจะเป็นประเภทนั้น แต่ถ้ามีอะไรมาหวือหวาวุ่นวาย ผมก็จะอ่อนไหวไปตามสิ่งที่เข้ามา เหมือนแบบน่ารักไปหมด(หัวเราะ) ไม่ได้เจ้าชู้นะ แต่อ่อนไหวไปหมด (หัวเราะ) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร นี่ผมยกตัวอย่างแค่เรื่องเดียวนะ ตอนนี้จึงเป็นเวลาที่ผมให้กับตัวเองเต็มที่ มุ่งทำสิ่งที่เราอยากทำ ดื่มด่ำกับความสุขแบบนี้ครับ”

ภาพของ MUZU

“เป็นนักแต่งเพลง เป็นศิลปินแนวป๊อปร็อกครับ ช่วงแรกๆ ผมจะเป็น อิเล็กทรอนิกส์ R&B ช่วงหลังมานี้ถึงเป็นป๊อปร็อก บวกซาวนด์ดีไซน์”

ผลงานชิ้นล่าสุด

“ซิงเกิ้ล “สวรรค์วิมาน” จริงๆ เพลงนี้ผมแต่งไว้นานมากแล้วครับ 20 กว่าปีได้ ผมแต่งเพลงเก็บมาตลอดในหลายๆ ยุค บังเอิญว่าในที่ประชุมเขาได้ยินเพลงนี้ แล้วเขาชอบกัน ผมเองก็เห็นดีด้วย เลยได้ทำจนเสร็จออกมาเป็นซิงเกิ้ลสวรรค์วิมานที่ทุกคนได้ฟังกัน (แรงบันดาลใจของเพลงนี้?) ผมคิดว่าอยากทำเพลงที่มีคอร์ดเท่ๆ ย้อนไป 20 ปีตอนนั้นผมยังหางอึ่งอยู่เลยครับ ยังเด็กสำหรับการแต่งเพลง แต่ก็พอจะเป็นแล้วในเรื่องของการเรียบเรียงคำร้อง ทำนอง ทีนี้เราก็อยากก้าวไปอีกขั้น คือได้ยินคอร์ดฝรั่งเท่ๆ แล้วอยากทำแบบนั้นบ้าง ต้องบอกว่าเท่ในความคิดของผมตอนนั้นนะครับ เพราะในโลกนี้มีคอร์ดเป็น 100 แบบที่เท่ นี่ก็เป็นแบบหนึ่ง ที่เราไม่ค่อยได้ใช้กัน เพลงป๊อปทั่วไปไม่ค่อยลงคอร์ดแบบนี้ เพลงนี้อธิบายเป็นคำร้องของเพลงน่าจะชัดเจนที่สุด คือ “อยากจะบอกว่าเรื่องราวมันเศร้าอยู่เหมือนกัน แต่ฉันไม่รู้จะร้องหาสวรรค์วิมานอะไร ใจมันพัง แต่ยังคงมีเท้าให้ก้าวไป แม้ว่าช้ำแค่ไหน ก็คุ้มที่ได้รู้ว่าฉันก็ยังรักเป็น” ตอนสุดท้ายจะลงด้วยทัศนคติความเป็นผมตลอด ในหลายๆ เพลง เพลงนี้ก็เป็น “ถึงยังไงก็ยังรักเป็น” คือพยายามหาอะไรที่ดีๆ มาลงเป็นเชิงบวกให้กับคนฟัง”

ถึงวันนี้ หมู มูซู จะยังไม่เคยมีอัลบั้มเพลงเป็นของตนเอง แต่ความฝันของเขายังคงดำเนินต่อไป ด้วยความคิดที่ไม่เคยท้อถอย และมองโลกอย่างเข้าใจ จากคำพูดทิ้งท้ายที่เขาบอกว่า “วงการเพลงในปัจจุบันลำบากก็จริง แต่ผมคิดว่าคนที่เป็นศิลปินจริงๆ ก็ต้องมีทางนำเสนองานของตัวเองอยู่ดี เพราะไม่ว่ายุคไหน ศิลปิน หรืองานศิลปะ ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ ก็ต้องพบกับความยากลำบากในการนำเสนอ นี่แค่เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของโลกที่เราพบเจอ ซึ่งสมัย 100 ปีที่แล้ว แวนโก๊ะ คงมีความยากลำบากกว่าเราหลายเท่าครับ”

 

ลูกหมี

Leave a comment