ตะลอนเที่ยว : โลกน่าอยู่ เมื่อเราแบ่งปันความรักให้คนและสัตว์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279696

ตะลอนเที่ยว : โลกน่าอยู่ เมื่อเราแบ่งปันความรักให้คนและสัตว์

ตะลอนเที่ยว : โลกน่าอยู่ เมื่อเราแบ่งปันความรักให้คนและสัตว์

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กุศลธรรมประการหนึ่งตามแนวทางของพุทธศาสนิกชนคือ การไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต การงดเว้นจากปาณาติบาตคือ การไม่ฆ่าสัตว์ทั้งปวงโดยตัวเองและไม่ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า นับว่าเป็นการทำทานที่ยิ่งใหญ่ ไม่ก่อเวรก่อภัยให้กับสรรพสัตว์ทั้งปวง

คนเก่าคนแก่ที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์สั่งสอนอบรมลูกหลานว่า การไม่ฆ่าสัตว์และไม่กินเนื้อสัตว์จะส่งผลให้ผู้นั้นเป็นที่รักใคร่ของเหล่าทวยเทพ ตลอดถึงมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย, มีจิตใจเมตตากรุณา ตัดความอาฆาต และอารมณ์โหดร้ายฉุนเฉียวคับแค้นลงได้ ไม่มีการจองเวรจองกรรมต่อกัน, ปราศจากโรคภัยร้ายแรงเบียดเบียนร่างกาย, อายุมั่นขวัญยืน, ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากทวยเทพ เพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์, ในยามหลับจะนิมิตแต่สิ่งดีงามเป็นมงคล, ไม่พลัดหลงเข้าไปในแดนอบายภูมิ และเมื่อละสังขารจากโลก วิญญาณจะพบความสุขสงบในภพภูมิที่ดีงาม

นั่นคือความเชื่อส่วนตัวที่สมาชิกผู้ร่วมโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือ และ Mr.Flower มีร่วมกัน เมื่อเรามีความเชื่อมั่นเหมือนกัน เราจึงได้ร่วมทำโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือจากโรงฆ่าสัตว์ แล้วนำไปมอบให้เกษตรกรเลี้ยงดูจนกว่าสัตว์เหล่านั้นจะถึงอายุไขโดยธรรมชาติ

โครงการนี้เริ่มมาอย่างจริงจังได้ประมาณ 1 ปี 6 เดือน โดยเป็นการร่วมบริจาคเงินระหว่างผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้า เจ้าของ พนักงาน รวมถึงนักข่าวแนวหน้า นับตั้งแต่วันแรกที่ทำโครงการจนถึงปัจจุบัน คณะของเราไถ่ชีวิตโคกระบือมาแล้ว 45 ตัว มอบให้กับเกษตรกรในจังหวัดสุพรรณบุรี (อำเภอศรีประจันต์ และเดิมบางนางบวช) จังหวัดชลบุรี (อำเภอพนัสนิคม) จังหวัดขอนแก่น (อำเภอบ้านไผ่) จังหวัดนครปฐม (อำเภอบางเลน)

สำหรับจังหวัดสุพรรณบุรีนั้น โครงการได้ร่วมมือกับสหกรณ์การเกษตรศรีประจันต์เพื่อคัดเลือกเกษตรกรผู้มีความเหมาะสมจะรับโคกระบือไปเลี้ยง โดยมอบให้ไปทั้งหมด 19 ตัว ส่วนจังหวัดชลบุรี คณะของเรามอบให้โครงการสวนผักบำบัดของดาบตำรวจธรรมนูญ มานู หรือดาบตุ้ม จำนวน 14 ตัว ส่วนจังหวัดขอนแก่น มอบให้เกษตรกรอำเภอบ้านไผ่ โดยผ่านการประสานงานของเจ้าหน้าที่ของเครือ SCG (ปูนซิเมนต์ไทย) 1 ตัว และที่เหลืออีก 11 ตัว หม่อมไฉไล ยุคล ร่วมบริจาคแล้วนำไปเลี้ยงไว้ในสวนป่าของโรงแรมเรือ หรือชื่อเต็มๆ ว่า Mom Chailai River Retreat บางเลน

หลังจากมอบโคกระบือให้ผู้เลี้ยงดูแล้ว คณะของเราก็พยายามจะแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนพวกเขาเป็นประจำ โดยเฉลี่ยคือ 3 เดือนต่อครั้ง โดยจัดเป็นกลุ่มทัวร์เล็กๆ เพื่อไปไหว้พระในจังหวัดนั้นๆ แล้วแวะไปเยี่ยมเยียนทั้งผู้เลี้ยงและโคกระบือด้วย

ล่าสุดโคกระบือที่คณะของเราบริจาคได้ออกลูกมาแล้ว 4 ตัว โดยเมื่อสามเดือนก่อนคณะของเราได้ไปเยี่ยมลูกควายตัวน้อยอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ชื่อว่า เจ้าทอง เพราะมีขนสีทอง แต่สมาชิกใหม่อีกสามตัวนั้น คณะของเรายังไม่ได้ไปเยี่ยมพวกเขา ซึ่งคาดว่าน่าจะหลังเดือนตุลาคมปีนี้ไปแล้ว เราจะยกคณะไปเยี่ยมเขา

อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้มีผู้ร่วมโครงการหลายรายโทรศัพท์สอบถาม Mr.Flower ว่า ทำไมไม่เห็นแจ้งเรื่องไถ่ชีวิตโคกระบือให้ทราบอีก เลิกทำโครงการนี้แล้วหรือ ก็ขอเรียนให้ทราบว่า โครงการยังคงดำเนินต่อไป แต่เหตุที่ยังไม่ได้บอกบุญให้ทราบก็เพราะติดขัดปัญหาใหญ่คือ การเลือกสรรผู้ที่เหมาะสมจะรับโคกระบือไปเลี้ยง บางคนเห็นว่าคณะของเราให้โคกระบือโดยไม่คิดมูลค่าก็ต้องการจะได้ แต่เมื่อสอบถามว่ามีคนดูแลเขาหรือไม่ จะเลี้ยงดูเขาอย่างไร มีโรงเรือนให้เขาพักอาศัยหรือไม่ มีคนสุมไฟไล่ยุงและเหลือบให้เขาในช่วงเย็นหรือไม่ รวมถึงเมื่อบอกว่าต้องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมต้องมีผู้ค้ำประกันว่าจะไม่ขายและไม่ฆ่าโคกระบือที่ได้รับไปอย่างเด็ดขาด หากทำผิดสัญญาจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด หลายคนก็ไม่ยอมทำสัญญา เมื่อไม่ทำสัญญาก็ไม่สามารถมอบให้ได้


ชีวิตใหม่ที่เดิมบางนางบวช หลังพ้นจากโรงฆ่าสัตว์

ดังนั้น Mr.Flower จึงขอเรียนแจ้งให้สมาชิกที่รู้จักและมั่นใจว่าจะมีผู้ใดซึ่งเหมาะสมสามารถนำโคกระบือไปเลี้ยงดูได้เป็นอย่างดี โปรดติดต่อหมายเลข 091-7233615 ส่วนเรื่องการขอรับสมทบทุนบริจาคนั้นจะกระทำต่อเมื่อสามารถคัดเลือกผู้รับเลี้ยงที่เหมาะสมได้เรียบร้อยแล้ว

สัปดาห์นี้ขอนำภาพโคกระบือที่คณะของเราร่วมกันบริจาคไปยังที่ต่างๆ มาให้คุณได้ชมด้วยกัน หวังว่าคุณจะ
อิ่มเอมใจกับการร่วมแรงร่วมใจในโครงการนี้ แล้วพวกเราจะไปเยี่ยมเขาอีกในไม่ช้านี้


บ้านใหม่ของพวกเขาที่ศรีประจันต์

+


มีความสุขตามอัตภาพตามประสาแม่-ลูก ที่อำเภอพนัสนิคม


หม่อนไฉไล ยุคล กับวัวที่ไถ่ชีวิต

ชีวิตในคอกโรงฆ่าสัตว์

Leave a comment