ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/284632

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือน Queen of Cave ที่ Postojna
ถ้ำ Postojna ที่มีความยาว 24,340 เมตร ใกล้เมือง Postojna เมืองทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสโลเวเนีย ซึ่งได้ชื่อว่า Queen of Cave แห่งนี้เป็นถ้ำที่มีความยาวเป็นอันดับสองของประเทศ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ การเดินทางจากลูเบียน่าไปที่ถ้ำไม่ยากมากหากไปโดยรถบัส แต่หากไปโดยรถไฟก็อาจต้องเดินไกลสักหน่อย แต่ก็อยู่ในระยะที่เดินได้ เพราะถ้ำห่างจากสถานีกิโลเมตรเศษ ระหว่างทางไม่ค่อยมีทิวทัศน์น่าสนใจ และค่อนข้างร้อน ถ้ำที่เปิดใน
ฤดูร้อนนี้ด้านหน้าจะมีส่วนขายตั๋วและร้านขายของจัดไว้อย่างสวยงาม ค่าตั๋วขายเป็น combo set คู่กับปราสาท Predjama ที่อยู่ห่างจากถ้ำไป 9 ไมล์ พร้อมค่ารถบัสไปกลับรวม 30 ยูโร

ก่อนเข้าถ้ำ
การเที่ยวถ้ำที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนถึงปีละกว่า 36 ล้านคนแห่งนี้ นักท่องเที่ยวต้องเตรียมตัวมาให้พร้อมสรรพเพราะภายในถ้ำจะหนาวมาก อุณหภูมิตั้งแต่ 8-12 องศาแล้วแต่ช่วงเวลา อย่างไรก็ดี ทางถ้ำมีเสื้อให้เช่าใส่อยู่ แต่ทางที่ดีนักท่องเที่ยวควรเตรียมไปเองจะง่ายกว่า รองเท้าที่สวมใส่ก็ควรสบายๆ ไม่แนะนำให้ใช้รองเท้าส้นสูงแหลม การเที่ยวถ้ำนั้นจะจัดเป็นรอบๆ ตามที่พิมพ์บนตั๋ว นักท่องเที่ยวต้องเผื่อเวลาเดินจากที่ขายตั๋วไปยังปากถ้ำพอสมควร เพราะมีร้านรวงมากมายคอยดักไว้ การเข้าแถวเพื่อเข้าเยี่ยมเยือนจะมีหลายภาษาให้เลือกเอาที่ชอบใจ

คนเดินในถ้ำ
ถ้ำที่ถูกกล่าวถึงครั้งแรกโดย Johann Weikhard von Valvasor นักผจญภัยนั้นเดิมเชื่อว่าน่าจะมีมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 แล้ว เพราะภาพวาดบนฝาผนังถ้ำย้อนไปถึงปี 1213 ที่นี่เริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวคนแรกที่เยี่ยมเยือนคือ Archduke Ferdinand ต่อมาในปี 1814 รัฐบาลได้เพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวมากขึ้นด้วยการติดไฟภายใน และถ้ำแห่งนี้เลยเป็นสถานที่แรกของประเทศที่มีไฟฟ้าใช้ ถ้ำแห่งนี้ได้ถูกจัดเตรียมให้พระเจ้าแผ่นดินเสด็จครั้งแรกในปี 1818 เมื่อพระเจ้าฟรานซิสที่ 1 แห่งจักรวรรดิออตโตฮังกาเรียนมีพระประสงค์จะเสด็จมาเยือน การเสด็จในครั้งนั้นทำให้เจ้าหน้าที่ได้ค้นพบส่วนของถ้ำเพิ่มขึ้นอีก

ทางเดินในถ้ำ
เนื่องจากถ้ำแห่งนี้มีความยาวมากถึง 5 กิโลเมตร ไกด์ทัวร์สมัยนั้นจึงกดดันให้รัฐบาลทำการวางระบบรางเพื่ออำนวยความสะดวกมากขึ้น นักโทษชาวรัสเซียจึงเป็นแรงงานสำคัญในการสร้างสิ่งก่อสร้างภายในถ้ำในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1แต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองนั้น ถ้ำแห่งนี้กลายเป็นที่เก็บน้ำมันมากถึงกว่าพันบาร์เรลของกองทัพนาซีส่งผลในเดือนเมษายน 1944 ถ้ำแห่งนี้ตกเป็นเป้าของการจู่โจมจนไฟไหม้ไปหมด รัฐบาลจึงได้เปลี่ยนมาใช้รถไฟที่ใช้ไฟฟ้าในปี 1945 และเปิดให้บริการกับประชาชนเป็นระยะทาง 5.3 กิโลเมตร เดือนมิถุนายน 2015 เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลถ้ำได้ค้นพบทางน้ำที่เชื่อมถ้ำแห่งนี้ไปกับถ้ำ Planina ทำให้ระบบถ้ำเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 24 กิโลเมตร

บรรยากาศในถ้ำ
การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจะเริ่มต้นด้วยการขึ้นรถไฟที่มีคิวยาวมาก และต้องลุ้นว่าตกลงเราจะได้ไปรอบนี้มั้ยโดยเฉพาะในช่วงกลางฤดูร้อนที่คนมาร่วมเข้าคิวจำนวนมหาศาล ทางรถไฟที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ไม่ได้เป็นของธรรมชาตินี้จะไปจรดกับเส้นทางของถ้ำที่เป็นธรรมชาติภายในซึ่งจะมืดกว่า และดูมีความเสียหายอยู่อันเป็นผลจากการโดนระเบิดในสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากนั้นนักท่องเที่ยวจะได้ไปเยือนห้องโถงใหญ่ห้องแรกเรียกว่า Gothic Hall และฟังคำบรรยาย ก่อนเดินตามไกด์ไปตามทางแคบๆ ที่ไม่ได้น่ากลัวมากและเดินไม่ลำบากมากนักจนไปจรดอีกห้องโถงที่เรียกว่า Congress Hall ซึ่งแต่เดิมเป็นห้องเต้นรำ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังจะเดินผ่านทางเดินที่ตกแต่งด้วยประติมากรรม และสะพานรัสเซียเข้าสู่ห้องโถงสีแดงและสีขาว ก่อนจบทัวร์นักท่องเที่ยวจะผ่านตู้ปลาขนาดใหญ่ที่มีปลาหน้าตาแปลกที่เรียกว่า human fish ใน Concert Hall ก่อนจบทัวร์ด้วยการนั่งรถไฟย้อนกลับไปที่ปากทาง เป็นอันสิ้นสุดทัวร์ที่แสนประทับใจในเวลาชั่วโมงครึ่ง

รถไฟในถ้ำ