ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/289541

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือน Chateaux เมือง Maribor
ประเทศสโลวีเนีย นอกจากเมือง Ptuj แล้ว Maribor เป็นอีกเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านไวน์ เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของประเทศและมีประชากรมากถึง 95,000 คนนี้เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้น Lower Styria เมืองที่ถูกกล่าวขวัญถึงครั้งแรกในปี 1204 นี้เติบโตอย่างรวดเร็วหลังจากชัยชนะของพระเจ้า Rudolf I แห่งราชวงศ์ Habsburgต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ประชาชนส่วนใหญ่ของเมืองกว่า 80% พูดภาษาเยอรมัน เมืองนี้จึงมีชื่อเป็นภาษาเยอรมันว่า Marburg an der Drau
ระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ชาวสโลวีเนียส่วนใหญ่ที่อาศัยบริเวณนี้ถูกสงสัยว่าเป็นศัตรูกับจักรวรรดิออสเตรียส่งผลให้ประชาชนขาดความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน หลังการล่มสลายของจักรวรรดิ Austrian-Hungarian ในปี 1918 Maribor ซึ่งถูกครอบครองโดยทั้งกลุ่มสโลวีเนียนโครแอตและเยอรมันได้มีการจัดประชุมและสรุปว่าดินแดนส่วนนี้จึงควรเป็นของเยอรมันเนื่องจากประชาชนชาวเยอรมันในเมืองมีมากกว่า แต่ผู้นำที่เข้าประชุมชาวสโลวีเนียไม่ยินยอม จึงเกิดการแข็งข้อและยึดเมืองส่งผลให้ชาวออสเตรียเยอรมันที่พูดภาษาเยอรมันถูกขับออกจากพื้นที่ แต่ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่พูดภาษาเยอรมันซึ่งเรียกตัวเองว่า Green Guard ไม่ยินยอมจึงลุกขึ้นสู้และสามารถยึดเมืองคืนได้

อย่างไรก็ดีภายหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งสิ้นสุดลง Maribor ก็ตกอยู่ในมือชาวสโลวีเนียนอีก และกลายเป็นส่วนหนึ่งของดินแดน Kingdom of Serbs, Croats and Slovenes โรงเรียน องค์กรและสมาคมที่พูดภาษาเยอรมันถูกปิดหมดภายใต้การปกครองของยูโกสลาเวียซึ่งเป็นประเทศใหม่ที่ถูกสถาปนาขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แต่หลังทศวรรษที่ 1930 ชาวเยอรมันก็เริ่มกลับมามีบทบาทอีกครั้ง และยิ่งมีอิทธิพลมากขึ้นเมื่อนาซีเยอรมันเรืองอำนาจ
ในปี 1941 ดินแดน Lower Styria ก็ถูกครอบครองโดยนาซี และฮิตเลอร์ก็ได้ประกาศครอบครองดินแดนแห่งนี้รวมส่งทหารเข้ามาครอบครองประสาท อีกทั้งยังขับไล่ชาวโลวีเนียนออกจากเมือง เมืองนี้กลายเป็นคุกขังนักโทษชาวอังกฤษ ออสเตรีย และนิวซีแลนด์ให้กับเยอรมันระหว่างปี 1941-5 เนื่องจากเมืองนี้กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมอาวุธให้กับเยอรมันจึงกลายเป็นเป้าหมายของการถูกโจมตีทางอากาศส่งผลให้เมืองถูกทำลายมากถึง 47% หลังสงคราม Maribor กลายเป็นเมืองที่ถูกทำลายมากที่สุดของยูโกสลาเวีย หลังยูโกสลาเวียแตก ชาวเมืองตกงานมากถึง 25% เศรษฐกิจของเมืองนี้กระเตื้องขึ้นเล็กน้อยเมื่อสโลวีเนียเข้าเป็นสมาชิกอียูและใช้เงินยูโร

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองก็คือ city museumที่อยู่ใน Castle มิวเซียมประจำเมืองแห่งนี้มีขนาดเล็กมีของจัดแสดงไม่มาก สมบัติที่ดูล้ำค่าสุดน่าจะเป็นภาพเขียนของ Rambrandt เจ้าพ่อ Portrait นอกจากนี้ที่นี่ยังมี Art Galleryซึ่งมีภาพเขียนของศิลปินประจำชาติจำนวนหนึ่ง รวมทั้งภาพเขียนของศิลปินจีนอีกจำนวนเล็กน้อย
เนื่องจาก Maribor เป็นเมืองไวน์ที่สำคัญของประเทศ นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบไวน์จึงควรเข้าเยี่ยมเยือน Chateaux หรือ old wine house ที่ผลิตไวน์ประจำเมือง การเยือน Chateaux แห่งนี้คล้ายกับการเที่ยวมิวเซียมนั่นคือมีไกด์นำทางเป็นรอบๆ การบรรยายจะพูดถึงการผลิตไวน์ในเมืองนี้ซึ่งปัจจุบันผลิตได้ 1 ล้านลิตรสามารถส่งออกไปขายในเมืองต่างๆ แต่จำนวนนี้ลดลงจากสมัยก่อนที่เคยผลิตได้ถึง 10 ล้านลิตร ไฮไลท์ของการเยี่ยม Chateaux ก็คือ การเข้าไปเดินในถังไวน์ เนื่องจากถังไวน์ของเมืองมีขนาดใหญ่มาก และเป็นถัง stainlessฝาปิดมีขนาดใหญ่กว่าตัวคนหลายเท่าสามารถมุดเข้าไปดูได้สบายๆ ส่วนสำคัญสุดท้ายอยู่ที่การชิมไวน์ที่มีสนนราคา 4 เหรียญ 3 แก้ว นักท่องเที่ยวสามารถเลือกไวน์ที่ถูกใจโดยบอกรสชาติที่ต้องการชิมได้ ไวน์ที่อร่อยที่สุดราคาสูงสุดขวดละ 32 เหรียญ ขนาด 375 ซีซี เป็นไวน์หวานของเมือง Ptuj ส่วนพันธุ์องุ่นที่เป็นลักษณะเฉพาะของย่านนี้ก็คือพันธุ์ Renina ซึ่งสามารถผลิตไวน์ที่หอมหวานที่สุดในโลกนักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสลิ้มลองไวน์จากองุ่นพันธุ์นี้จะตรึงใจไปนานเท่านานเลยทีเดียว







