แหวกฟ้าหาฝัน : Royal Castle พระราชวังหลวงกรุงวอร์ซอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295024

แหวกฟ้าหาฝัน : Royal Castle พระราชวังหลวงกรุงวอร์ซอร์

แหวกฟ้าหาฝัน : Royal Castle พระราชวังหลวงกรุงวอร์ซอร์

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 15.00 น.

พระราชวังหลวงกรุงวอร์ซอร์หรือที่ประทับของราชวงศ์โปลนั้นตั้งอยู่กลางจัตุรัสในย่านเมืองเก่า ย้อนไปถึงปี 1339 เมื่อมีบันทึกจากทูตของพระสันตะปาปาว่าพระเจ้า Casimir III แห่งโปแลนด์มีความขัดแย้งกับราชวงศ์เยอรมันสิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 13 ในช่วงที่ Conrad IIดุ๊กแห่ง Mosavia ปกครองวอร์ซอร์ท่านก็ดำริที่จะสร้างพระราชวังขึ้นเป็นที่พำนัก เมื่อดุ๊กคนต่อมาขึ้นเถลิงอำนาจ ท่านก็ปรับปรุงวังใหม่ให้ก่อสร้างด้วยอิฐ นับจากนั้นมาที่นี่ก็ถูกรุกรานหลายครั้งโดยชาวสวีเดน Brandenburgian, ชาวปรัสเซียและกองทัพของราชวงศ์รัสเซีย

หลังจากการจลาจลในเดือนพฤศจิกายนของคริสต์ศตวรรษที่ 19 พระราชวังนี้ก็กลายเป็นศูนย์กลางสำนักงานของซาร์แห่งรัสเซีย ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 กองทัพนาซีก็ใช้พระราชวังแห่งนี้ก็เป็นที่ทำการของผู้ปกครองชาวเยอรมัน และในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองพระราชวังแห่งนี้ก็กลายเป็นที่อยู่ของ Ignacy Moscicki ประธานาธิบดีโปแลนด์ ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สองที่กองทัพนาซีได้ทำลายส่วนของพระราชวังไปหลายส่วน เช่น เพดาน ทำให้ภาพปูนเปียกที่มีชื่อว่า The Creation of the World ของ Bacciarelli เสียหาย หลังจากนาซีสามารถครอบครองพระราชวัง พวกเขาได้ปล้นและเผาพระราชวังแห่งนี้จนราบคาบ เคราะห์ดีที่เจ้าหน้าที่มิวเซียมแห่งชาติของโปแลนด์บางคนสามารถเคลื่อนย้ายสมบัติบางอย่างไปก่อนที่พระราชวังจะถูกเผาจนหมด

หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงรัฐบาลโปแลนด์ได้เริ่มทำการชุบชีวิตพระราชวังโดยนำเอาทรัพย์สมบัติที่เก็บซ่อนไว้กลับมา ในปี 1949 สภาโปแลนด์ได้ผ่านกฎหมายเพื่อสร้างพระราชวังขึ้นใหม่ให้เป็นอนุสรณ์ที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของโปแลนด์โดยแต่งตั้งให้ Jan Dobrowski, Piotr Bieganski, และ Jan Zachwatowicz เป็นสถาปนิกรับผิดชอบในการออกแบบทั้งอาคารและเฟอร์นิเจอร์

พระราชวังอันเป็นที่กำเนิดของรัฐธรรมนูญฉบับแรกของยุโรป และเป็นฉบับที่สองรองจากรัฐธรรมนูญของสหรัฐในวันที่ 3 พฤษภาคม ปี 1791 นี้ ถูกปรับปรุงใหม่ตั้งแต่ปี 1965 โดยได้นำเอาสมบัติเก่า ๆ ที่เคลื่อนย้ายไปก่อนที่พระราชวังจะถูกไฟไหม้ เช่น ของตกแต่งภายในบางอย่าง สมบัติในห้องสมุด และหลังคาทองแดงกลับมาจัดตั้งใหม่และขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ของโปแลนด์ ส่วนการบูรณะในช่วงระหว่างปี 1971-84 โดยคำสั่งของคณะกรรมการชาตินั้นได้รับเงินสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาเกือบทั้งหมด

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนพระราชวังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 1980 แห่งนี้จะได้ชื่นชมกับห้องต่างๆ มากมาย แต่ส่วนใหญ่เป็นของที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ ยกเว้นของตกแต่งบางอย่าง เช่นห้อง Jegiellonian ซึ่งเป็นห้องของ Sigismund Augustus ราชวงศ์ที่มีต้นกำเนิดจาก Lithuaniaซึ่งปกครองโปแลนด์ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14-16ส่วน Houses of Parliament อันเป็นห้องที่มีการเซ็นสนธิสัญญาสำคัญได้รับการตกแต่งโดยGiovanni Battista di Quadro และส่วนRoyal Apartment ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของ Stanislaw Augustus Poniatowski นอกจากห้องต่างๆ แล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้ชื่นชมกับ ผลงานสำคัญของ Rembrandt ที่โปแลนด์เป็นเจ้าของคือ The Father of the JewishBride และ The Jewish Bride ซึ่งเคยเป็นของ Countess Karolina Lanckornska สมกับที่เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวถึงปีละกว่า 5 แสนคน

Leave a comment