ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/296289

แหวกฟ้าหาฝัน : National Museum วอร์ซอร์
ขึ้นชื่อว่า National Museumนั่นหมายความว่าที่นี่ต้องเป็นมิวเซียมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศและเป็น The must ที่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบมิวเซียมต้องไปให้ได้เมื่อไปถึงประเทศหรือเมืองนั้นๆ National Museum วอร์ซอร์ประเทศโปแลนด์ ก็ไม่ผิดหวังโดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวขามิวเซียม มิวเซียมที่ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1862 ในฐานะ Museum of Fine Arts และปัจจุบันเป็นมิวเซียมที่เก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์นี้มีของสะสมมากถึง 830,000 ชิ้น ของจัดแสดงมีตั้งแต่ยุคโบราณไม่ว่าจะเป็นอียิปต์ กรีก หรือโรมันมากถึง 11,000 ชิ้น และผลงานด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพถ่าย เหรียญและงานพิมพ์ยุคต่างๆ เรื่อยมาจนถึงผลงานของศิลปินชาวโปลศิลปินพื้นเมืองตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีผลงานศิลปะของศิลปินต่างชาติไม่ว่าจะเป็นอิตาเลียน ฝรั่งเศส ดัชท์ เยอรมันหรือแม้แต่รัสเซียก็มีเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญที่นี่ยังมีผลงานศิลปะดังๆ ที่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์แห่งเยอรมนีเคยปล้นจากประเทศต่างๆ มาสะสมไว้อีกต่างหากด้วย
หลังจากที่โปแลนด์ประกาศอิสรภาพและเปลี่ยนชื่อ Museum City of Fine Arts เป็น National Museum ในปี 1918 มิวเซียมนี้ก็ได้รับของสะสมเพิ่มขึ้นมากมาย รวมทั้งของสะสมเก่าๆ จากเทศบาลเมือง มูลนิธิ TheMianmowski มหาวิทยาลัยวอร์ซอร์ และ The Society for the Protection of Historical Monument นอกจากนี้ที่นี่ยังได้ก่อตั้งแผนก Museum of the Polish Army ขึ้นเพื่อเก็บสะสมอาวุธต่างๆ ด้วย ในช่วงแรก ภัณฑรักษ์หมดเวลาไปกับการหาสถานที่ก่อตั้งมิวเซียมจนสิ้นปี 1923 รัฐบาลก็เลือกสถานที่ได้และตัดสินใจให้ Tadeusz Tolwinski เป็นสถาปนิกออกแบบ แต่กว่าที่อาคารของมิวเซียมจะสร้างเสร็จก็ใช้เวลากว่า 4 ปี และใช้เวลาอีก 3 ปีกว่า จะได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 1938 โดยมี Stanisław Lorentz เป็นผู้อำนวยการ

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มิวเซียมต้องประสบปัญหาเฉกเช่นเดียวกับมิวเซียมอื่นๆ ทั่วโลกในเรื่องการย้ายทรัพย์สมบัติเพื่อหลบภัย ไม่เพียงแต่สมบัติของมิวเซียม แต่ยังรวมของ Royal Castle ด้วย ไม่เพียงส่วนใหญ่ของอาคารจะถูกทำลายไปในช่วงสงคราม ทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่ก็ถูกกองทัพนาซีปล้นไปด้วย ซ้ำร้ายภายหลังการจลาจลภายในประเทศยังทำความเสียหายกับมิวเซียมอีกต่างหาก ผู้อำนวยการมิวเซียมได้บันทึกไว้ว่า การถูกทำลายของโปแลนด์และชาวโปล การทำลายล้างชาวยิวในโปแลนด์ และการย้ายเขตแดน การถูกขับไล่ และความโหดเหี้ยมทั้งหลายได้ถูกทิ้งร่องรอยไว้แล้วที่มิวเซียมแห่งนี้
ในช่วงที่ Lorentz เป็นผู้อำนวยการนั้นเขาได้พัฒนามิวเซียมให้ก้าวหน้าอย่างมาก โดยมีการปรับปรุงการจัดแสดง และมีการนำแขกรับเชิญสำคัญๆ เยี่ยมชมเอง นอกจากนี้เขายังเป็นผู้นำเข้าผลงานศิลปะดังๆ เช่น ภาพเขียนของ Bernardo Bellotto หรือ Canaletto แห่งโปแลนด์เข้ามาจัดแสดง รวมทั้งแจกันจาก Gołuchów Castle ภาพเขียนจาก Wilanów ภาพ Lady with an Ermine ของ Leonardo Davinci รวมทั้งผลงานศิลปะนานาชาติเข้ามาสะสมไว้อีกด้วย การเติบโตอย่างรวดเร็วของมิวเซียมสิ้นสุดลงในทศวรรษที่ 1980 จากเหตุผลทางการเมือง และLorentz ก็ถูกปลดในเวลาต่อมาจากกฎอัยการศึก

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนจะสามารถสัมผัสได้ถึงความใหญ่โตของสถานที่และความอลังการของสะสมที่มีอยู่ ของสะสมส่วนที่น่าสนใจมีหลากหลายมาก นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานสะสมคริสต์ศตวรรษที่ 19 จะได้ดูอย่างเต็มอิ่ม แต่หากต้องการดูจนครบทุกช่วงเวลา คงต้องเผื่อเวลาไว้ไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว
