ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/302570

แหวกฟ้าหาฝัน : Holy Trinity ใน Ethnographic Museum เมือง Warsaw
In The Beginning
โดยทั่วไปมิวเซียมเกือบทุกแห่งไม่เพียงมีของจัดแสดงแบบถาวรหรือที่เรียกว่าPermanent Exhibition แล้ว มิวเซียมมักดึงดูดนักท่องเที่ยวและคนพื้นเมืองด้วยนิทรรศการ หรือที่เรียกว่า Exhibition เพื่อให้คนพื้นเมืองมาเยี่ยมเยือนให้บ่อยขึ้น เพิ่มพูนความรู้และเพิ่มรายได้ให้กับมิวเซียมEthnographic Museum เมือง Warsawก็เช่นกัน ที่นี่มักมีการจัดแสดงนิทรรศการอย่างสม่ำเสมอ เช่น เรื่อง Holy Trinity หรือเรื่องราวของพระเจ้าที่มีอยู่ 3 ภาค อันเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ของจัดแสดงเป็นภาพเขียนและงานประติมากรรมโดยมีการอ้างถึงเรื่องราวในพระคัมภีร์เป็นช่วงๆเช่น
1.ในบทปฐมกาลเขียนไว้ว่า พระเจ้าเป็นผู้สร้างสวรรค์และโลก พระองค์ทรงเห็นว่าสิ่งที่พระองค์สร้างเป็นสิ่งที่ดี ในนิยายปรัมปรา สิ่งที่เกิดขึ้นมักตรงกันข้าม ปีศาจจะต่อสู้กับพระเจ้าในรูปแบบต่างๆ แม้แต่ร่างกายของมนุษย์ชายหญิงที่ต่างกันก็เป็นผลมาจากการที่ปีศาจใส่เต้านมและอวัยวะเพศให้ในขณะที่พระเจ้ามองไม่เห็นด้วย

Adam and Eve
2.ในตอนที่เทพได้มาปรากฏตัวให้โจเซฟเห็นและแจ้งให้โจเซฟ นางมารีและพระบุตรหนีไปอียิปต์ (Flight to Egypt) และอยู่ที่นั่นจนกว่าพระองค์จะอนุญาตให้กลับมา พระองค์ได้แสดงอัศจรรย์ช่วยชีวิตโจเซฟและครอบครัวด้วยแมงมุมโดยให้เขาและครอบครัวซ่อนในถ้ำและให้แมงมุมชักใยปกคลุมไว้ ท้องของแมงมุมยังปรากฏภาพไม้กางเขน และพวกมันก็ยังทำให้เกิดฝนและสภาพอากาศที่เลวร้ายทำให้ทหารของกษัตริย์เฮโรดไม่สามารถจะมาทำร้ายพระบุตรได้
3.ส่วนตอนที่จอห์นปรากฏตัวครั้งแรกและให้บับติสมาด้วยน้ำนั้น (Baptise Christ) การบับติสมาครั้งนั้นเป็นการปรากฏครบของพระเจ้าตรีเอกานุภาพ (Holy Trinity) ครั้งแรกต่อสาธารณชน ในนิยายปรัมปรากล่าวว่า หลังจากที่โจเซฟถูกยิวทำร้ายอย่างสาหัส พวกเขาเลยเปลี่ยนเป็นชาวโปล ในนิทรรศการก็มีภาพพระเยซูได้เดินทางมาจากนาซาเรธและได้รับการบาติสมาด้วยน้ำจากจอห์นที่จอร์แดนด้วยเช่นกัน แต่เป็นรูปแบบที่ดูแปลกตา
4.หลังจากที่พระเยซูเสร็จจากการรับประทานอาหารมื้อสุดท้ายของพระองค์ร่วมกับสาวกแล้ว (Last Supper) พระองค์ก็ลงไปนั่งที่พรม และนำผ้าขนหนูมาคาดที่เอว พระองค์เทน้ำลงในอ่างและลงมือล้างเท้าให้กับสาวกและเช็ดเท้าให้กับพวกเขาด้วยผ้าขนหนูที่พระองค์คาดเอว เหตุการณ์นี้ได้เป็นเครื่องยืนยันว่า การเป็นคริสเตียนคือการรับใช้พี่น้อง มิใช่การอยู่เหนือหรือใช้ผู้อื่น และชาวคริสต์ทั่วโลกถือให้วันนั้นเป็นวันอาบน้ำครั้งแรกหลังจากฤดูหนาวอันยาวนาน การได้สัมผัสน้ำไม่เพียงเป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าร่างกายสะอาด แต่ยังดีกับสุขภาพด้วย

Baptise Christ
5.จูดาสผู้ทรยศแจ้งกับทหารที่จะมาจับพระเยซูว่า เขาจะส่งสัญญาณชี้ตัวด้วยการจูบชายคนนั้น ทหารก็ลงมือจับชายคนนั้นเลย เมื่อเขาพบกับพระเยซู เขาก็ลงมือตามที่สัญญากับทหารทันที แม้ในพระคัมภีร์จะมิได้มีการกล่าวถึงสีของหนวดเคราและผมของจูดาส แต่ภายหลังชาวโรมเชื่อว่าผู้ทรยศจะมีหนวดเคราและผมสีแดง ดังนั้นเมื่อใดที่วาดชายผู้ใดมีหนวดเคราและผมแดง ก็เป็นการชี้ถึงผู้ทรยศเมื่อนั้น
6.พระเยซูกล่าวกับสาวกว่า พระองค์จะเดินทางไปเยรูซาเลม และบุตรมนุษย์จะถูกนำไปพบกับหัวหน้าสงฆ์และถูกตัดสินประหารด้วยการตรึงกางเขน และพระองค์จะฟื้นหลังจากนั้น 3 วัน ภาพเขียนส่วนใหญ่จะเขียนถึงตอนที่พระเยซูถูกทรมานบนกางเขนและเดินผ่านฝูงชนไปจนถึงจุดตรึงกางเขน (Passion of Christ)

7.เทพธิดากล่าวกับหญิงนั้นว่า ไม่ต้องกลัว เราทราบว่าเธอกำลังหาพระเยซูที่ถูกตรึงกางเขน แต่พระองค์ไม่อยู่แล้ว (Empty Tomb) พระองค์ทรงเป็นอย่างที่พระองค์เคยกล่าวไว้ก่อนแล้ว ตามมาสิ มาดูสถานที่ที่พระองค์เคยถูกวางไว้หลังตรึงกางเขนกัน แท้ที่จริงแล้วในพระคัมภีร์ไม่มีการพูดถึงการฟื้นคืนชีพของพระเยซู มีแต่การเน้นถึงหลุมศพที่ว่างเปล่า และการพบกันระหว่างพระเยซูและสาวกเท่านั้น
นักท่องเที่ยวที่มีความรู้เรื่องในเรื่องราวเกี่ยวกับพระคัมภีร์เป็นอย่างดีสามารถที่จะเข้าถึงนิทรรศการได้อย่างลึกซึ้ง แต่การที่ภัณฑารักษ์ได้จัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับแต่ละตอนไว้อย่างละเอียด ก็ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มีความรู้เกี่ยวกับพระคัมภีร์ก็ยังสามารถที่จะดูได้อย่างสนุกเช่นกัน