มูลนิธิชีววิถีย้ำต้องแบน’พาราควอด’เท่านั้น เผยผิดหวังคสช.ไม่กล้าหักนายทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/317627

มูลนิธิชีววิถีย้ำต้องแบน'พาราควอด'เท่านั้น เผยผิดหวังคสช.ไม่กล้าหักนายทุน

มูลนิธิชีววิถีย้ำต้องแบน’พาราควอด’เท่านั้น เผยผิดหวังคสช.ไม่กล้าหักนายทุน

วันอังคาร ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2561, 22.15 น.

30 ม.ค.61 นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (Biothai) กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติไม่ยกเลิกการนำเข้าสารกำจัดศัตรูพืช “พาราควอต” (Paraquat) แต่กลับโดยให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ไปศึกษาใหม่ ว่าเป็นมติที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะเป็นเพียงการกลับไปยังจุดเดิมที่มีการพูดคุยกันมานานกว่า 1 ปีแล้ว

นายวิฑูรย์ กล่าวต่อไปว่า ขณะที่ผลการศึกษาของกระทรวงสาธารณสุขก็ชัดเจนถึงผลกระทบทั้งด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยมีรายงานผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากการใช้สารพาราควอต หรือเกิดการอุบัติเหตุจนต้องสัมผัสสารชนิดนี้ ทางการแพทย์พบว่าผู้ป่วยจากสาเหตุนี้มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 20 ซึ่งถือว่าอันตรายมาก ปัจจุบันมี 53 ประเทศที่ห้ามใช้ในประเทศแล้ว โดยล่าสุดคือบราซิล ซึ่งเคยประกาศให้ใช้ได้เฉพาะเครื่องจักรฉีดพ่นเท่านั้น ปัจจุบันก็ประกาศห้ามนำเข้าและห้ามใช้แล้ว รวมไปถึงประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนก็ห้ามด้วยเช่นกัน

“มติ ครม. ที่อกมาเป็นการยืดเวลาชัดเจน เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน เพราะท้ายที่สุดก็โยนให้ ข้าราชการ3 กระทรวงไปตกลงกันเอง แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่กล้าหาญเพียงพอในการปกป้องชีวิตเกษตรกร และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งบอกว่าเป็นรัฐบาล 4.0  แต่งให้ประเด็นที่สหประชาชาติ เรียกร้องให้หยุดละเมิดกลับไม่ได้รับความสนใจ” ผอ.มูลนิธิชีววิถี กล่าว

นายวิฑูรย์  ยังย้ำอีกว่า ประเด็นเรื่องของการใช้พาราควอตในเชิงสุขภาพได้ข้อยุติมานานแล้ว โดยกระทรวงสาธารณสุข เห็นว่าสารชนิดนี้มีผลกระทบต่อสุขภาพ  ขณะที่กระทรวงเกษตรเองก็มีข้อเสนอทางออก แต่กลับโยนกลับไปให้ถกเถียงกันใหม่ จึงเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้มีความกล้าหาญเพียงพอพึ่งไม่ได้ จึงขอเรียกร้องประชาชนให้ออกมากดดันหน่วยงานและภาคเอกชนที่จัดจำหน่ายสารเคมีชนิดนี้เพื่อบอกว่า เราไม่ต้องการสารพาราควอต ที่ทำลายสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ชี้แจงถึงมติ ครม. ดังกล่าวว่า กล่าวว่า การให้ยกเลิกการนำเข้าสารพาราควอต  ได้สั่งให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปรึกษาหารือกันเพราะต้องฟังเสียงจากทุกฝ่าย ทั้งนี้ฝ่ายเกษตรกรเองยังมีปัญหาเรื่องของทางออกในการใช้สารวัชพืชต้องหาสารอื่นทดแทน แต่เรายังไม่สามารถหาสารอื่นทดแทนได้ ขณะเดียวกันต้องหาแนวทางป้องกันสารพาราควอตในการใช้ให้เกิดความปลอดภัยได้อย่างไร

“ผมห่วงพี่น้องเกษตรกร และผู้บริโภค ก็อยู่ที่ว่าจะใช้สารนี้ได้อย่างไร หากมีความจำเป็นต้องใช้ ซึ่งผมจะหาทางลดการใช้สารเคมีเหล่านี้ได้อย่างไร  ถ้าไม่นำเข้าจะใช้วิธีไหนได้บ้าง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

อนึ่ง..ก่อนหน้านี้เมื่อ 21 ธ.ค. 2560 สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย เคยจัดเสวนาเรื่อง “สารเคมีกำจัดศัตรูพืช…อุปสรรคหรือตัวช่วยไทยแลนด์ 4.0?” ซึ่งนางจรรยา มณีโชติ นายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย กล่าวในเวทีเสวนานี้ว่า ปัญหาของสารเคมีเกษตรในไทยมิได้มาจากตัวสารเคมีโดยตรง แต่เป็นเพราะผู้เกี่ยวข้องทั้งเกษตรกรและร้านค้าจำหน่ายเคมีภัณฑ์เกษตรขาดความรู้หรือความตระหนัก จึงเสนอแนะว่าให้ทำอย่างในสหรัฐอเมริกา ที่สารเคมีบางชนิด เช่น พาราควอด ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อต้องผ่านการอบรมและมีใบอนุญาต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : นักวิชาการชี้ปัญหาสารเคมีเกษตรในไทยเหตุคือใช้ไม่เป็น แนะคุมบางชนิดก่อนซื้อต้องมีใบอนุญาต

Leave a comment