ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/310548

แหวกฟ้าหาฝัน : Amber Museum เมือง Gdansk
ของตกแต่งจากอำพัน
นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเยือนเมือง Gdansk เมืองท่าทางเหนือของโปแลนด์ติดทะเลบอลติกสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ต้องไปเยี่ยมเยือนให้ได้ไม่เช่นนั้นเหมือนมาไม่ถึงเมืองนี้ก็คือ
Amber Museum ทั้งนี้เพราะเมืองนี้เป็นแหล่งใหญ่ของ Amber หรืออำพัน และเป็นเมืองที่มีการค้าอำพันมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
หลายคนคงสงสัยว่า Amber หรืออำพันคืออะไร และสำคัญอย่างไร อำพันก็คือยางของซากต้นไม้ดึกดำบรรพ์ตั้งแต่สมัย Neolithic ซึ่งมีความสวยงามจนมนุษย์นำมาทำเป็นเครื่องประดับ และของตกแต่งต่างๆ หรือแม้แต่ทำเป็นยา การถือกำเนิดของอำพันในขั้นแรกจะอ่อนนุ่มเพราะมันคือยางของต้นไม้ และมีสัตว์หรือวัตถุต่างๆ ฝังเข้าไป อำพันเป็นของที่รู้จักกันมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 แล้ว บันทึกในประวัติศาสตร์ของชาวเยอรมันที่ถูกเรียกว่า Gutones ซึ่งอาศัยอยู่ริมหาดกล่าวถึงอำพันไว้ว่า พวกเขาพบอำพันตามชายหาดของเกาะ Abalus ในฤดูใบไม้ผลิ และใช้มันเป็นเชื้อเพลิงหรือขายให้กับเพื่อนบ้านซึ่งก็คือชาว Teutonesบริเวณที่พบอำพันจำนวนมาก ได้แก่ Heligoland, Zealand, Bay of Gdansk, SambiaPennisula ซึ่งแหล่งเหล่านี้ก็เป็นแหล่งค้าอำพันที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปเหนือที่เชื่อมต่อกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนหรือที่เรียกว่าAmber Road
อำพันมีองค์ประกอบเป็นสารเนื้อผสม แต่เนื้อของมันก็ประกอบไปด้วยสารหลายชนิดที่ละลายได้ในเอทานอล ไดเอตทิลอีเทอร์ และคลอโรฟอร์ม รวมถึงสารที่ละลายไม่ได้จำพวกบิทูเมนอำพันประกอบไปด้วยสารโมเลกุลขนาดใหญ่จากการเกิดโพลิเมอร์ด้วยการเติมอนุมูลอิสระของสารดั้งเดิมในกลุ่มของแลบเดน กรดคอมมูนิกคัมมูนอลและไบโฟร์มีน เมื่ออำพันมีอายุมากขึ้นเรื่อยๆก็จะมีการเกิดโพลิเมอร์มากขึ้นเรื่อยๆพร้อมๆไปกับปฏิกิริยาไอโซเมอร์เมื่ออำพันโดนความร้อนที่มากกว่า 200 องศาเซลเซียส จะละลายออกมาเป็นน้ำมันอำพัน อำพันบอลติกมีความแตกต่างไปจากอำพันชนิดอื่นๆ ของโลกด้วยเนื้อของมันมีกรดซัคคินิกจนเป็นที่รู้จักกันในนามของซัคคิไนต์
การพัฒนาการของยางไม้จากต้นไม้ที่ยังมีชีวิตที่ทำให้เกิดอำพันนั้นไม่ค่อยบริสุทธิ์ เพราะหลังจากที่ยางไม้ตกลงบนพื้นจะมีซากเศษของสิ่งต่างๆ อยู่ส่งผลให้ยางไม้มีสีต่างๆ กัน อำพันสามารถพบได้หลายแห่ง ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณที่ยุคหินรุ่งเรือง เช่น ชายฝั่ง Samland ทางทิศตะวันตกของ Konigberg ในปรัสเซียอันเป็นบริเวณที่ถูกกล่าวขวัญถึงว่ามีอำพันเป็นจำนวนมากมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 12 จวบจนถึงปี 1946 ส่วนวิธีการทำเหมืองอำพันก็คือการขุดเอาพื้นทะเลขึ้นมา แล้วเก็บอำพันโดยใช้มือ หรือการดำน้ำลงไปเก็บอำพันขึ้นมา
มิวเซียมอำพันหรือ Amber Museum ของเมือง Gdansk ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟนัก และอยู่ใกล้กับ information มาก ห่างกันเพียงแค่ข้ามถนน มิวเซียมแห่งนี้ตั้งอยู่ ณ ตำแหน่งประตูเมืองเก่าที่เคยเป็นหอคอยคุมขังและห้องทรมานนักโทษ การจัดแสดงแบ่งเป็นสองส่วนคือ ส่วนที่หนึ่งจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับอำพัน เส้นทางการค้าอำพันแถบบอลติก อำพันแบบต่างๆ ที่ภายในมีสัตว์และพืชอยู่ภายใน รวมทั้งเครื่องประดับและเครื่องไม้เครื่องมือที่ทำจากอำพันการที่ Gdansk เป็นตำแหน่งสำคัญทางการค้าอำพัน ทำให้เมืองนี้มีการทำเครื่องประดับอำพันมาตั้งแต่ปี 1477 โดยรุ่งเรืองสุดในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16-18 โดยในช่วงเวลานั้น เมือง Gdansk ไม่เพียงเป็นแหล่งผลิตเครื่องประดับ แต่ยังสร้างสรรค์งานประติมากรรม งานตกแต่ง และของใช้ในชีวิตประจำวันด้วย ปัจจุบัน เนื่องจากอำพันเป็นของมีราคาสูง งานส่วนใหญ่จึงเป็นงานเครื่องประดับเท่านั้นนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเครื่องประดับและเรื่องราวของอำพันจะสามารถตื่นตาตื่นใจกับของจัดแสดงต่างๆ ที่แม้มีจำนวนห้องไม่มาก แต่ก็ได้ความรู้และความเพลิดเพลินเป็นอย่างดี
ส่วนที่สองเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติของอาคารตั้งแต่การถือกำเนิดของอาคาร ส่วนของหอคอยที่สร้างขึ้นตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 14 ซึ่งใช้เป็นป้อมปราการป้องกันเมือง ส่วนพื้นที่ใช้สอยอันเคยเป็นที่คุมขังและทรมานนักโทษได้รับการปรับปรุงหลายครั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 15-16 เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายมาขึ้นจวบจนถึงการปรับปรุงให้ทันสมัยระหว่างปี 2000-2006 เพื่อใช้
เป็นมิวเซียมนักท่องเที่ยวที่ไม่ชื่นชอบเรื่องคุก และการทรมานอาจสามารถได้อรรถรสที่แตกต่างแต่ก็อาจรู้สึกกระอักกระอ่วนก็เป็นได้
