LIFE & HEALTH : การดูแลตนเอง…เมื่อต้องล้างไตทางช่องท้อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/318958

LIFE&HEALTH : การดูแลตนเอง...เมื่อต้องล้างไตทางช่องท้อง

LIFE&HEALTH : การดูแลตนเอง…เมื่อต้องล้างไตทางช่องท้อง

วันพุธ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โรคไตวายเรื้อรัง เป็นปัญหาสาธารณสุขที่ทุกประเทศต้องให้ความร่วมมือรณรงค์ป้องกันเพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดโรคนี้ในประชากรโลกที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อุบัติการณ์โรคไตในคนไทย คาดว่าคนไทยผู้ใหญ่เป็นโรคไตกว่า 8 ล้านคนแม้ว่าโรคไตเรื้อรัง เป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด แต่สามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระ ประกอบอาชีพได้ มีความสุขกับคนที่คุณรักและมีชีวิตยืนยาวได้ถ้ารู้จักดูแลรักษาตัวเองให้ดี ดังนั้นเมื่อเป็นโรคไตเรื้อรัง สิ่งที่ควรต้องทำให้ได้อันดับแรกเลยคือ ต้องมีกำลังใจและยอมรับในสิ่งที่เป็นและเตรียมความพร้อมเพื่อเข้ารับการรักษา ด้วยการบำบัดทดแทนไตอย่างถูกวิธี ซึ่งมีอยู่ 3 วิธี แต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน คือ 1.) การปลูกถ่ายไต เป็นวิธีที่ดีที่สุดแต่มีข้อจำกัดเรื่องไตบริจาค 2.) การฟอกเลือด ผู้ป่วยต้องเดินทางไปฟอกเลือดที่ศูนย์ไตเทียมทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง อาจทำให้ชีวิตขาดอิสระ และ 3.) การล้างไตทางช่องท้อง ผู้ป่วยหรือญาติสามารถทำได้เองที่บ้าน ทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนคนปกติ ลดข้อจำกัดเรื่องเวลาในการเดินทางไปพบแพทย์ นอกจากนี้ยังมีการรักษาด้วยยาแบบประคับประคอง ขึ้นกับสภาพร่างกายและความพร้อมของผู้ป่วยและญาติด้วย

ข้อมูลจาก พว.นิศา ทองบ่อ พยาบาลวิชาชีพ หน่วยไตเทียมรพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ผู้มีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องมานานกว่า 10 ปี เปิดเผยว่า คนส่วนใหญ่เมื่อเป็นโรคไตเรื้อรัง มักจะท้อถอยหมดสิ้นกำลังใจและกลัวการรักษา ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ กำลังใจจากคนรอบข้าง รวมถึงแพทย์และพยาบาลก็จะให้ข้อมูลเพื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ป่วย โดยแพทย์จะแจ้งคนไข้และญาติว่า โรคนี้เป็นแล้วรักษาไม่หาย ต้องรักษาตลอดชีวิต ด้วยการบำบัดทดแทนไต ด้วยการฟอกเลือด หรือล้างไตทางช่องท้อง ระหว่างที่ยังไม่ได้รับการเปลี่ยนไต เพื่อจะเอาของเสีย หรือน้ำออกจากร่างกาย เพื่อความอยู่รอดของคนไข้ ซึ่งกรณีผู้ป่วยรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้อง หลังจากผ่าตัดวางสายหน้าท้องแล้ว พยาบาล และเจ้าหน้าที่จะทำการฝึกคนไข้และญาติในการดูแลตนเอง จนกว่าจะทำเป็นและคล่องแคล่ว จนสามารถกลับไปทำเองที่บ้านได้ คนไข้จะได้ไม่ต้องมาโรงพยาบาลบ่อยๆ ทั้งนี้ผู้ป่วยทุกคนจะได้รับเบอร์ติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาจากพยาบาลได้ตลอดเวลา

ในระยะหลังจะเห็นว่าผู้ป่วยโรคไต มีทัศนคติที่ดีและมั่นใจในการรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้องมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะผ่านบทพิสูจน์มาแล้วกว่า 10 ปี ที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังรอดชีวิต ซึ่งที่หน่วยไตเทียม รพ.สรรพสิทธิประสงค์ ปัจจุบันมีผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องกว่า 500 ราย จากทั้งหมดกว่า 1,000 ราย ที่ทางโรงพยาบาลได้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลชุมชน (รพสต.) ต่างๆ หลังจากผ่าตัดใส่ท่อหน้าท้องแล้ว เพื่อความสะดวกของผู้ป่วย เนื่องจากใกล้บ้าน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาโรงพยาบาลช่วยให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังรอดชีวิต เหมาะกับบริบทของคนอีสาน และยังสามารถทำงานได้

ข้อแนะนำเมื่อต้องล้างไตทางช่องท้องด้วยตนเอง

1.การล้างไตต้องทำทุกวัน วันละ 3-4 ครั้ง และล้างแผลทุกวัน ควรเตรียมห้อง พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับล้างไตไว้ให้พร้อมมีอากาศถ่ายเทสะดวก และทำความสะอาดทุกวัน ในกรณีที่ไม่มีห้องสำหรับล้างไต หรืออยู่นอกสถานที่ก็สามารถทำในรถได้โดยเลือกจอดในสถานที่ที่อากาศปลอดโปร่ง

2.ก่อนทำการล้างไตทุกครั้ง ควรล้างมือให้สะอาดและต้องทำอย่างเคร่งครัด

3.สวมหน้ากากทุกครั้ง ที่ทำความสะอาดแผล เนื่องจากเราอาจไอ หรือจามขณะล้างแผลอยู่ก็ได้ จึงควรป้องกันไว้ก่อน

4.จดบันทึกรายละเอียดต่างๆ ทุกวัน เพื่อเป็นข้อมูลให้แพทย์ได้ประเมินประสิทธิภาพในการรักษาที่ดีขึ้น เช่น ความดัน ปริมาณน้ำที่ดื่ม ปริมาณปัสสาวะ และอาหารที่รับประทานเข้าไป

5.ผู้ป่วยที่ล้างไตทางช่องท้องสามารถรับประทานอาหารได้อย่างหลากหลาย เพราะได้ถ่ายของเสียออกจากร่างกายทุกวัน แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูง หรืออาหารรสจัดต่างๆ เน้นการรับประทานอาหารประเภทปลา หรือ ไข่ขาว ซึ่งสามารถทำเมนูต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย

6.รักษาความชุ่มชื้นของผิวอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง เพราะเมื่อผิวแห้งจะเกิดอาการคัน การเกาบริเวณใกล้แผลบ่อยๆ เสี่ยงต่อเชื้อโรคที่จะเข้าไปในแผล

7.กรณีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยควรมีผู้ดูแล เพื่อช่วยเหลือเบื้องต้นเช่น ผู้ป่วยอาจหน้ามืดเป็นลม จากการลุกนั่ง หรือเปลี่ยนท่านั่งยืน บางรายอาจมีภาวะซีด หรือท้องผูก และช่วยอ่านฉลากยา

เพียงการดูแลเท่านี้ ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงกับคนปกติ

 

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

Leave a comment