แหวกฟ้าหาฝัน : Palace of Bishop Erasmus Ciolek เมือง Krakow

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/319861

แหวกฟ้าหาฝัน : Palace of Bishop Erasmus Ciolek เมือง Krakow

แหวกฟ้าหาฝัน : Palace of Bishop Erasmus Ciolek เมือง Krakow

วันอาทิตย์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

งาน altar

นักท่องเที่ยวที่ซื้อ Krakow passและชื่นชอบงานจิตรกรรมยุคโบราณ มิวเซียมหนึ่งที่ควรเข้าให้ได้และฟรีด้วยก็คือ Palace of Bishop ErasmusCiolek พระราชวังที่ก่อสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1501 เพื่อเป็นที่พำนักของ ErazmCiolek บิชอปแห่ง Plock และเลขาของพระเจ้า Alexander Jagiellon เนื่องจากเจ้าของพระราชวังเป็นผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะและอุปถัมภ์ศิลปินเป็นจำนวนมาก พระราชวังของท่านจึงได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยที่สุดในยุคโกธิกโดยได้รับอิทธิพลจากศิลปินแนวเรอเนสซองส์ของอิตาลีด้วย ในช่วงสร้างพระราชวังใหม่ๆ นั้นที่นี่ใช้เป็นทั้งที่พำนักของท่านบิชอปและเป็นสำนักพิมพ์

พระราชวังได้รับการต่อเติมเพิ่มหลายครั้ง เช่น ในทศวรรษที่ 1520 และคริสต์ศตวรรษที่ 15, 16 แต่การต่อเติมที่สำคัญกลับเกิดขึ้นในครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 18 โดยมีการต่อเติมส่วนของ Hall of Virtues และมีการตกแต่งด้วยภาพปูนเปียก และหน้าบรรณ ในปี 1805 พระราชวังตกอยู่ในกำมือของจักรวรรดิออสเตรียซึ่งได้เปลี่ยนสถานที่แห่งนี้เป็นสถานีตำรวจและคุก ภายหลังสถานที่แห่งนี้กลายเป็นที่ทำการอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง

อย่างไรก็ดี ในที่สุดหลังจากการเปลี่ยนการปกครองโปแลนด์ในปี 1996 พระราชวังก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมือง Krakow เมื่อพระราชวังกลายเป็นมิวเซียม การปรับปรุงครั้งใหญ่ก็เริ่มขึ้น โดยเงินทุนมากจาก The Citizens’ Committee for the Renovation of Krakow’s Historic Monuments มิวเซียมได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2007 โดยแบ่งเป็น 2 ชั้น เพื่อจัดแสดงผลงานของศิลปินชาวโปลในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12-18 โดยในชั้นแรกจัดแสดงผลงานที่ชื่อ Orthodox Art of the Old Polish Republic โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ PolishPainting and Sculpture ก่อนปี 1764 และส่วนคริสต์ศตวรรษที่ 18 ที่เรียกว่า Orthodox Church Art

สำหรับงานจิตรกรรมที่สำคัญสุดของยุคโกธิกตั้งแต่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 14-16 คือ Cruxification ofKroznena และ Portrait of King Sigismund II Augustus เนื่องจากมิวเซียมแห่งนี้เสียค่าใช้จ่ายไปมากมายกับการปรับปรุงอาคารทำให้ WladyslawLuszczkiewicz ผู้อำนวยการคนแรกของ National Museum พยายามหาหนทางที่จะไม่ซื้อของสะสมที่มีราคาแพง แต่ของสะสมส่วนใหญ่ก็มิได้น้อยหน้าเพราะผู้อำนวยการแต่ละคนสามารถที่จะต่อรองหาของสะสมมาจัดแสดงได้ในราคาย่อมเยา หรือไปขอมาจากโบสถ์ต่างๆ ที่รื้องานเก่าทิ้ง จากบ้านคหบดีหรือสถานที่ราชการเก่าแก่อีกทางหนึ่ง ดังนั้นไม่เพียงที่นี่จะมีของสะสมตั้งแต่ยุค Romanism, Gothic, ไปจนถึงงานต้นยุคเรอเนสซองส์ที่มีมูลค่าสูงสุด เช่น ของ Durerเท่านั้น ที่นี่ยังมีงานยุคบาโรคสวยๆ ด้วย เพราะในช่วงเวลานั้นงานของศิลปินชาวโปลเริ่มผลิดอกออกผลเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่เกี่ยวเนื่องกับพิธีศพ เช่น งานประดับหลุมฝังศพ เช่น Altar

ไม่เพียงมิวเซียมที่ได้รับการประกาศให้เป็นปูชนียสถานที่ได้รับการดูแลอย่างดีจาก General Conservatorof Monuments นี้จะมีการจัดแสดงผลงานถาวร ที่นี่ยังมีงานนิทรรศการเป็นช่วงๆ ด้วย เช่น นิทรรศการจิตรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับคริสต์ศาสนาของศิลปินยุคปัจจุบัน นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยือนในช่วงเวลานั้นก็จะได้รับประสบการณ์กับการพลิกแพลงและการสรรสร้างงานพระแม่มารีและพระบุตรที่มีความหลากหลาย แม้แต่รูปพระเยซูกับสาวกก็มีความแปลกใหม่เช่นกัน

Cruxification of Kroznena

Cruxification of Kroznena
ภาพเขียนรุ่นเก่า

ภาพเขียนรุ่นเก่า
พระเยซูกับสาวก

พระเยซูกับสาวก
ของจัดแสดงส่วน exhibition

ของจัดแสดงส่วน exhibition
Portrait of King Sigismund II Augustus

Portrait of King Sigismund II Augustus
Madonna and child3

Madonna and child3
Madonna and child

Madonna and child
Madonna and child รุ่นเก่า

Madonna and child รุ่นเก่า

Leave a comment