ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/332317

LIFE&HEALTH : สิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับการใช้ยา
ยาเป็นสิ่งที่ให้ทั้งประโยชน์และอาจก่อให้เกิดโทษได้หากใช้ไม่ถูกต้อง เราทุกคนจึงไม่ควรจะละเลยควรใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ของการใช้ยาแต่ละชนิด ฉะนั้นการใช้ยาจึงต้องใช้ให้ถูกกับโรค ใช้ให้ถูกคนใช้อย่างถูกเวลา และถูกวิธี ก่อนการใช้ยาทุกครั้งจึงควรปรึกษาเภสัชกรก่อนทุกครั้ง เพื่อได้รับคำแนะนำการใช้ยาอย่างถูกต้องเหมาะสม และปลอดภัย
ข้อแนะนำจาก รศ.ภญ.ธิดา นิงสานนท์ ที่ปรึกษาสภาเภสัชกรรม แนะนำสิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับการใช้ยา ไว้ดังนี้
ถ้าลืมกินยามื้อหนึ่งควรรวมยอดไปรับประทานในมื้อต่อไปหรือไม่
ถ้าลืมกินยามื้อหนึ่งควรรับประทานทันทีที่นึกได้ แต่ไม่ควรเพิ่มเป็นสองเท่าในมื้อต่อไป เพราะอาจทำให้ได้รับยาเกินขนาดได้ ทางที่ดีที่สุดเพื่อให้ได้ผลการรักษาเต็มที่ พยายามอย่าลืมรับประทานยาให้บ่อยนัก เพราะถ้าระดับยาในเลือดสูงๆ ต่ำๆ ผลการรักษาจะไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งต้องรับประทานยาสม่ำเสมอทุกวันตามเวลา เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือแม้แต่ยาฆ่าเชื้อ ยาปฏิชีวนะ
ปัญหาที่พบบ่อยในคนไข้บางคน คือ การลดขนาดยาหรือเพิ่มขนาดยาเอง บางคนมีความดันโลหิตสูงเมื่อแพทย์สั่งยาให้จนคุมความดันได้คงที่แล้วระยะหนึ่ง คนไข้มักจะนึกว่าโรคหายแล้ว หยุดการไปพบแพทย์ รวมทั้งหยุดยาเองโดยพลการ หารู้ไม่ว่าการที่คุมความดันโลหิตได้ก็เพราะขนาดยาที่แพทย์สั่งให้นั้นเหมาะสมพอดี เมื่อหยุดยาความดันก็จะสูงขึ้นอีก ทำให้ต้องเริ่มปรับขนาดยาใหม่อีก บางคนเจ็บคอมากแพทย์สั่งยาปฏิชีวนะให้กินตามขนาด แต่คนไข้อยากหายเร็วจึงเพิ่มขนาดยาเอง หมอสั่ง 2 เม็ด คนไข้กิน 4 เม็ด หมอสั่งกินวันละ 2 ครั้ง คนไข้เพิ่มเองเป็นวันละ 4 ครั้ง เป็นต้น
ขนาดยาที่เขากำหนดมาว่าควรกินครั้งละเท่าไรนั้น เขาได้ทำการทดลองใช้ยานั้นมาแล้วว่า ขนาดยาดังกล่าวจะให้ผลในการรักษาและปลอดภัย หากเพิ่มขนาดขึ้นเองอาจเกิดพิษขึ้นได้ หรือถ้าลดขนาดยาลงก็อาจไม่ได้ผลทางการรักษา ดังนั้นจึงควรกินยาตามขนาดที่บ่งไว้บนฉลากยาเท่านั้นจึงจะได้ผลตามความต้องการ
ควรจิบยาน้ำจากขวดยาโดยตรงหรือไม่
ไม่ควรจิบยาน้ำจากขวดยาโดยตรง เพราะนอกจากเชื้อโรคจากปากและคอจะลงไปปนเปในขวดยาแล้ว ขนาดยาที่ได้รับแต่ละครั้งจะได้ไม่แน่นอน เนื่องจากจิบเล็กจิบใหญ่ไม่เท่ากันในแต่ละครั้ง หากว่าตัวยาในยาน้ำนั้นเป็นตัวยาที่มีความแรงสูง เช่น ตัวยาโคดีอีนในยาน้ำแก้ไอ หากจิบอึกใหญ่เกินไปจะทำให้ง่วงนอน มึนงง ดังนั้นจึงควรใช้ช้อนตวงยาน้ำรับประทานจึงจะได้ขนาดยาที่แน่นอนและเท่ากันทุกครั้ง
สำหรับยาแก้ไอที่มักแนะนำกันให้จิบทุกครั้งที่ไอนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะหากไอถี่ และคนไข้จิบทุกครั้งที่ไอ อาจทำให้ได้ยามากเกินไป ควรใช้ช้อนมาตรฐานตวงยารับประทาน และมีช่วงห่างทุก 4-6 ชั่วโมงให้แน่นอน (1 ช้อนชามาตรฐาน ตวงยาได้ 5 ซีซี 3 ช้อนชามาตรฐาน เท่ากับ 1 ช้อนโต๊ะ)
ควรกินยาคุมกำเนิดอย่างไรจึงจะได้ผลดี
ยาคุมกำเนิดควรกินอย่างสม่ำเสมอที่เวลาเดียวกันทุกวัน ทั้งนี้เพื่อให้ระดับยาในเลือดสม่ำเสมอ ลดโอกาสที่จะเกิดเลือดออกกะปริดกะปรอยนอกเวลาของรอบเดือนและเพื่อให้การคุมกำเนิดได้ผลเต็มที่
หากลืมกินยาคุมกำเนิดให้รีบกินยาเม็ดที่ลืมทันทีที่นึกได้ แต่ไม่ควรเกิน 12 ชั่วโมงนับจากเวลาที่ควรจะกิน มิฉะนั้นผลการคุมกำเนิดจะไม่แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าลืมกินใน 1-7 วันแรก เพราะผลการคุมกำเนิดจะลดลง อาจต้องใช้วิธีอื่นช่วยในการคุมกำเนิดในรอบเดือนนั้น เช่น ถุงยางอนามัย แต่หากลืมในเม็ดที่ 15 ของชุดไปแล้วอาจไม่กระทบต่อผลการคุมกำเนิด แต่อาจมีเลือดออกกะปริดกะปรอยได้
ในกรณีที่ลืมกินยาคุมกำเนิดตั้งแต่ 2 เม็ดขึ้นไป โดยเฉพาะในช่วง 7-10 เม็ดแรกควรหยุดยาและใช้การคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นไปก่อน หลังจากนั้นประมาณ 7 วัน เลือดจะออก เพราะมีการลดลงของระดับฮอร์โมน จากนั้นจึงเริ่มใช้ยาชุดใหม่ต่อไป
ควรทายาหม่องเมื่อไรดี
เมื่อเกิดการหกล้มกระทบกระแทก มีอาการบวมเขียวช้ำเกิดขึ้นไม่ควรทายาหม่องทันที เนื่องจากเมื่อร่างกายได้รับการกระทบกระแทกเส้นเลือดฝอยบริเวณผิวหนังซึ่งเปราะและบางนั้นจะขาด ทำให้เลือดออกมาคั่งในบริเวณนั้นก่อให้เกิดการบวมและปวด หากทายาหม่องลงไปทันทีจะทำให้บวมมากขึ้น เพราะเมื่อขี้ผึ้งเสียดสีกับร่างกายโดยการถูนวดก็จะเกิดความร้อนขึ้น ความร้อนทำให้เส้นเลือดฝอยขยายตัว เลือดจะยิ่งมาคั่งอยู่บริเวณนั้นมากขึ้น ทำให้บวมมากขึ้น
ดังนั้นเมื่อมีอาการบวม เขียว ช้ำเกิดขึ้นจากการกระทบกระแทกควรใช้ผ้าเย็นหรือน้ำแข็งประคบทำให้เส้นเลือดฝอยหดตัว อาการบวมจะยุบลงเร็วและความเย็นจะช่วยลดความเจ็บปวดลงด้วย จากนั้นจึงทายาหม่องซึ่งมีตัวยาระงับอาการเจ็บปวด ลดอักเสบ ทำให้หายฟกช้ำเร็วขึ้น
โดยสรุป ก่อนใช้ยาทุกครั้งควรอ่านฉลากยาอย่างละเอียด เพราะบนฉลากได้มีข้อแนะนำทั้งสรรพคุณในการรักษา วิธีใช้ขนาดที่ถูกต้อง รวมถึงวันหมดอายุของยานั้นๆ ด้วย
ถึงแม้ยาจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่เราทุกคนก็ไม่ควรจะละเลยควรใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ของการใช้ยาแต่ละชนิด เนื่องจากอาจจะก่อให้เกิดอันตรายอย่างมหันต์ได้ ถ้ามีปัญหาเรื่องใช้ยาและสมุนไพรทุกครั้งให้ปรึกษาเภสัชกรที่อยู่ใกล้บ้านก่อนทุกครั้ง
ผศ.(พิเศษ)ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์
เลขาธิการสภาเภสัชกรรม