‘กฤษฎา’สั่งกยท.เพิ่มจุดรับซื้อ’น้ำยางสด’เข้าโครงการถนนยางพารา ชี้ช่วยเกษตรกรมีรายได้เพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/379265

'กฤษฎา'สั่งกยท.เพิ่มจุดรับซื้อ'น้ำยางสด'เข้าโครงการถนนยางพารา ชี้ช่วยเกษตรกรมีรายได้เพิ่ม

‘กฤษฎา’สั่งกยท.เพิ่มจุดรับซื้อ’น้ำยางสด’เข้าโครงการถนนยางพารา ชี้ช่วยเกษตรกรมีรายได้เพิ่ม

วันจันทร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 15.40 น.

“กฤษฎา”สั่งกยท.เพิ่มจุดรับซื้อน้ำยางสดจากเกษตรกรในพื้นที่ทำสวนยางโดยตรง เข้าโครงการถนนยางพารา ตั้งเป้าใช้น้ำยาง 9.6 แสนตัน ชี้อปท.ทั่วประเทศ หนุนงบทำถนนยางกว่า8หมื่นหมู่บ้าน ได้ประโยชน์ตกกับท้องถิ่น ช่วยเกษตรกรมีรายได้เพิ่ม

26 พ.ย.61 นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าขณะนี้เกษตรและสหกรณ์ (กษ.) จังหวัด และผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จังหวัด รายงานว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลายจังหวัดแจ้งสนับสนุนงบประมาณเพื่อเข้าร่วมโครงการใช้ยางหน่วยงานรัฐ ทำถนนงานดินซีเมนต์ผสมยางพารา ซี่งมีพื้นที่นำร่องแล้ว อาทิ หนองบัวลำภู สงขลา สุราษฎร์ธานี ชุมพร ตรัง อุทัยธานี ทั้งนี้ ขอความร่วมมือ อปท.ทั่วประเทศ ใช้งบประมาณเหลือจ่าย งบประมาณสะสม หรืองบอื่นๆ มาสร้างถนนงานดินซีเมนต์ผสมยางพาราในตำบลและหมู่บ้านกว่า 8 หมื่นแห่งๆ ละ 1 กิโลเมตร จะใช้น้ำยาง 12 ตัน รวมทั่วประเทศใช้น้ำยางพาราไม่น้อยกว่า 9.6 แสนตัน พร้อมกับได้สั่งการให้ กยท.พิจารณาเพิ่มจุดรับซื้อน้ำยางสดในจังหวัดอื่น ที่ยังไม่มีจุดรับซื้อด้วยเพื่อจะได้ใช้ผลผลิตยางจากเกษตรกรในท้องถิ่น ซึ่งหาก อปท.สนับสนุนโครงการนี้ จะทำให้ราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้นได้ตามเป้าหมาย ซึ่งเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและทุกชุมชนในท้องถิ่นได้รับประโยชน์โดยตรง

สำหรับ จ.อุทัยธานี มีสถาบันเกษตรกรที่ทำสวนยางพารา แต่ขายเป็นยางแผ่นดิบ จึงไม่มีจุดรับซื้อน้ำยางสดในพื้นที่ ในเบื้องต้นจึงประสานไปยัง กยท.จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ใกล้ที่สุดเพื่อขอรับซื้อน้ำยางสดจากสถาบันเกษตรกร อย่างไรก็ตาม ถ้า อปท.ที่เข้าร่วมโครงการมีเป็นจำนวนมากจะหาแนวทางให้สหกรณ์ชาวสวนยางเปิดเป็นจุดรับซื้อน้ำยางสดเพื่อเกษตรกรในพื้นที่จะขายน้ำยางได้ในราคาสูงขึ้น อีกทั้งสามารถลดต้นทุนค่าขนส่งลงได้

ในส่วนถนนตัวอย่างที่ดำเนินการแล้ว คือ ถนนคันคลองชลประทาน ต.ทุ่งโพ อ.หนองฉาง ดำเนินการโดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทับเสลา อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ซึ่งกรมชลประทานจัดทำโดยใช้งบประมาณจากโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เดิมเป็นถนนแอสฟัลท์ซึ่งทรุดโทรมแล้ว จึงปรับปรุงผิวทางโดยทำรูปแบบงานยางพาราแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ซึ่งนำยางมะตอยเดิมมารีไซเคิล ปั่นผสมซีเมนต์และหินคลุกพร้อมบดอัดแน่น ราดไพร์มโคท แล้วขั้นตอนสุดท้ายจึงราดยางพาราแอสฟัลท์เป็นผิวทาง ความยาว 7.918 กิโลเมตร งบประมาณ 40 ล้านบาท โดย กยท.จังหวัดพร้อมนำเสนอแบบก่อสร้าง สูตรผสมในการทำถนนได้ทั้งในแบบถนนงานยางพาราแอสฟัลท์ติกคอนกรีต และถนนงานดินซีเมนต์ผสมยางพาราซึ่งใช้ยางพาราผสมกับลูกรังและปูนซีเมนต์ ในสูตรผสมยางพาราประมาณ 12 ตันต่อกิโลเมตร ต่อความกว้างถนน 6 เมตร เป็นผิวทางเช่นกัน

นายกฤษฎา กล่าวว่า จากที่มีข้อเสนอของสถาบันเกษตรกรที่ต้องการให้ อปท.รับซื้อน้ำยางสดในราคากิโลกรัมละ 60 บาท โดยขณะนี้ราคาซื้อขายน้ำยางสดที่ตลาดกลาง กยท.อยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 37 บาทนั้น มีตัวอย่างจาก จ.หนองบัวลำภู ซึ่ง ผอ.กยท.หนองบัวลำภู รายงานว่า การซื้อขายน้ำยางสดจะคิดที่ราคาน้ำยางข้น 60% โดยวันที่ 15 พ.ย.ซึ่ง อบจ.หนองบัวลำภู รับซื้อน้ำยางสดจากสหกรณ์ 1,200 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 26.67 บาท กลุ่มเกษตรกรมีรายได้ 32,004 บาท ทั้งนี้ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการนำแอมโมเนียและสารกันกอกเพื่อป้องกันยางจับตัวเป็นก้อนมาผสม รวมทั้งค่าขนส่งซึ่งจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นอีก 10.23 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งในวันเดียวกันนั้นที่ตลาดกลางยางพาราสงขลาน้ำยางข้น 60% อยู่ที่กิโลกรัมละ 36 บาท ดังนั้น หากขายน้ำยางสด 1,200 กิโลกรัม ตามเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง ซึ่งเท่ากับ 348.16 กิโลกรัม ตามราคาตลาดกลางสงขลา จะขายได้ 12,533.76 บาท เมื่อเปรียบเทียบแล้ว ราคาที่สหกรณ์ขายให้ อบจ.หนองบัวลำภู อยู่ที่กิโลกรัมละ 55.31 บาท สูงกว่าตลาดกลางสงขลาถึง 19.31 บาทต่อกิโลกรัม

Leave a comment