ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/388640

ซ้ำเติมชาวนา ลักข้าวเปลือกหมดยุ้ง ราคากว่าแสนบาท
ซ้ำเติมชาวนา
ลักข้าวเปลือกหมดยุ้ง
ราคากว่าแสนบาท
เหลือให้ดูแค่2กำมือ
ฮือร้องสื่อคดีไม่คืบ
ชาวนาโคราชโร่ร้องสื่อ คนร้ายบุกขโมยข้าวเปลือกในยุ้งหายเกลี้ยง102 กระสอบ มูลค่ากว่า 1 แสน ช้ำใจเตรียมนำขายใช้หนี้ธ.ก.ส.กลับถูกฉกซ้ำเติมกันอีก วอนคนร้ายนำข้าวมาคืนหรือเอาเงินมาชดใช้ 1แสน เผยแจ้งความแล้วแต่เรื่องยังเงียบ
เมื่อวันที่ 13มกราคม ผู้สื่อข่าวได้รับร้องเรียนจากนางมัลลิกา ทำเสร็จ อายุ 57 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ที่ 1 บ้านหนองม่วง ต.งิ้ว อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา กรณีถูกคนร้ายบุกขโมยข้าวเปลือกในยุ้งฉางหายไปทั้งหมดจำนวน 102 กระสอบ มูลค่ากว่า 1 แสนบาท สร้างความเดือนร้อนเป็นอย่างยิ่ง จึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านของนางมัลลิกา พบเพื่อนบ้านจำนวนมากพากันมาให้กำลังใจและเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความเศร้าใจ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ทำร้ายจิตใจชาวนาต้องเจ็บช้ำใจแสนสาหัส
จากการตรวจสอบภายในยุ้งฉาง พบเพียงเศษเมล็ดข้าวเปลือกกระจัดกระจายเล็กน้อยประมาณแค่ 2 กำมือ ส่วนข้าวที่บรรจุกระสอบไว้ถูกโจรขโมยหายไปทั้งหมด หลังก่อเหตุคนร้ายยังปิดประตูยุ้งฉางไว้เหมือนเดิม ทำให้เจ้าของไม่ได้สังเกตว่าข้าวถูกขโมยไปตั้งแต่เมื่อไหร่
นางมัลลิกาเปิดเผยลายละเอียดพร้อมน้ำตาคลอเบ้าว่า ปีนี้ประสบปัญหาภัยแล้ง ผลผลิตข้าวลดลงได้เพียง 102 กระสอบ จากที่เคยได้ 250 กระสอบ ต้องมาทุกซ์ซ้ำกรรมซัดอีก หลังเก็บเกี่ยวได้นำบรรจุกระสอบเก็บไว้ในยุ้งข้าว เพื่อรอเวลาขายนำเงินมาใช้หนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) แต่กลับถูกคนร้ายขโมยซ้ำเติมกันอีก
นางมัลลิกากล่าวต่อว่า ทั้งนี้ คาดว่าคนร้ายน่าจะลงมือช่วงกลางดึก เนื่องจากมีพี่สาวเฝ้าบ้านเพียงคนเดียวส่วนตนและสามีว่างเว้นจากการทำนาก็พากันไปทำงานก่อสร้างในตัวเมืองนครราชสีมา เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้านมาเปิดดูข้าวครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2561 ยังเห็นข้าวอยู่เต็มยุ้งฉาง หลังจากนั้นกลับบ้านมาเปิดดูอีกครั้งเมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าข้าวทั้งหมดสูญหายไป จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ห้วยแถลง
“หลังเกิดเหตุมีนายอำเภอ ผกก. และตำรวจมาตรวจสอบ พร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น แถมยังกำชับว่าไม่ต้องนำเรื่องนี้ไปออกข่าว เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตามล่าตัวคนร้ายอยู่ แต่ชาวบ้านไม่สบายใจ เพราะไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในหมู่บ้าน อีกทั้ง ผ่านไปหลายวันก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ จึงนำเรื่องดังกล่าวไปร้องเรียนผู้สื่อข่าวให้ช่วยสะท้อนปัญหาความเดือดร้อน ตอนนี้ถ้าเป็นไปได้ขอให้คนร้ายนำข้าวมาคืนหรือนำเงินที่ขายข้าวมาชดใช้ 1 แสนบาท เพื่อจะนำเงินไปใช้หนี้ หากไม่นำมาคืนก็ฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ไม่ใช่ปล่อยเงียบแบบนี้” นางมัลลิกา กล่าว
ด้านพ.ต.อ.สรวิศ เพ็ชรคำ ผกก.สภ.ห้วยแถลงเปิดเผยว่า ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ตำรวจชุดสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งหาเบาะแสคนร้าย ตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีและวิงวอนชาวบ้านหากพบเบาะแสใดๆ ช่วยแจ้งหน้าที่ตำรวจอีกทางหนึ่งด้วย