ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/388806

สินค้าประมงไทยฉายแววสดใส ใบเขียวไอยูยูย้ำเชื่อมั่นผู้นำเข้ายุโรป
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังเป็นประธานประชุมผู้นำเข้าสินค้าประมงไทยในทวีปยุโรป ณ กรุงบรัสเซลส์ประเทศเบลเยียม โดยมีสมาคมผู้นำเข้าสินค้าประมงสหภาพยุโรปรายใหญ่เข้าร่วมงานว่า ในช่วงที่ประเทศไทยมีปัญหาความเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม และปัญหาการค้ามนุษย์ หรือไอยูยู แต่ต้องถือว่าผู้นำเข้าในกลุ่มประเทศยุโรปยังให้ความเชื่อมั่นสินค้าประมงของไทย โดยเฉพาะ Seafood Task Force ที่ช่วยสนับสนุนทั้งด้านเงินทุน ผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนข้อแนะนำในการดำเนินการ ทำให้ประเทศไทยแก้ปัญหาได้สำเร็จในระยะเวลาอันสั้น โดยสิ่งที่รัฐบาลไทยวางรากฐานการแก้ปัญหาการทำประมงของประเทศ เพื่อมุ่งไปสู่การประมงอย่างยั่งยืนไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งในด้านกรอบกฎหมาย ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญในการปฏิรูปการประมงของไทยให้เป็นที่ยอมรับ
พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวต่อว่า พระราชกำหนดการประมง 2558 และพระราชกำหนดเรือไทย 2561 เป็นกฎหมายที่สอดคล้องกับอนุสัญญา ข้อตกลงสากล ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้ UN หรือ FAO ที่จุดมุ่งหมายให้ทำประมงยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรประมงและกองเรือประมง ประเด็นที่หลายคนเคยกังวลและตั้งคำถามอยู่เสมอว่าการประมงของไทยอยู่ในสภาวะที่ Over fishing หรือไม่ ผมคงเรียนให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่าสภาวะการประมงของประเทศไทยวันนี้ไม่อยู่ในภาวะนั้นแน่นอน ปัจจุบันทรัพยากรสัตว์น้ำของไทยนับวันจะดีขึ้นทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ และมีการจัดสรรทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างเป็นธรรมให้ชาวประมงทั้งพื้นบ้านและพาณิชย์
นอกจากนี้ ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาการประมงยั่งยืนผ่านโครงการปรับปรุงการทำประมง หรือ Fisheries Improvement Project : FIP และในส่วนชาวประมงพื้นบ้าน รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยสร้างความเข็มแข็งให้ชุมชนประมงชายฝั่ง ส่งเสริมให้เกิดการทำประมงภายใต้ “มาตรฐาน Blue Band” ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของไทยในอนาคต ด้านการติดตาม ควบคุมและเฝ้าระวัง (MCS) ผมเรียนได้อย่างมั่นใจ วันนี้ประเทศไทยมีระบบ MCS ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งการควบคุมเรือไทยและเรือต่างชาติให้เป็นไปตามกฎหมายภายในที่เกี่ยวข้อง และมาตรการ PSMA ภายใต้การทำงานของศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำการประมง (FMC) ซึ่งทำงานเชื่อมโยงกับศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง (PIPO) ใน 22 จังหวัดชายทะเลของไทยและด่านตรวจสัตว์น้ำ
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า และที่ผู้นำเข้าให้ความสำคัญอย่างยิ่งคือ ด้านการตรวจสอบย้อนกลับ : ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าสินค้าและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำของไทยปราศจากการทำการประมงไอยูยู ซึ่งยืนยันได้อย่างมั่นใจว่า วันนี้ระบบตรวจสอบย้อนกลับจนป้องกันสัตว์น้ำและสินค้าประมงผิดกฎหมายเข้ามาในสายการผลิตของไทยทุกช่องทาง
สำหรับด้านแรงงาน โดยตลอดช่วงเวลาที่ประเทศไทยแก้ปัญหาไอยูยู เรื่องแรงงานในภาคประมงทะเล เป็นอีกเรื่องที่ดำเนินการควบคู่กัน ผลดำเนินการที่ผ่านมาทำให้การรับอนุสัญญา ILO C188 เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ และคาดว่าในปีนี้ไทยจะยื่นสัตยาบันอนุสัญญาฉบับดังกล่าว
“ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในวันนี้ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะส่งผลที่ดีต่อภาพลักษณ์การทำการประมงของไทย ให้พ้นจากข้อกล่าวหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย หรือแม้กระทั่งการค้ามนุษย์ และจะส่งเสริมความยั่งยืนทางทะเลทุกระดับ สร้างเครือข่ายพันธมิตรผลักดันไปสู่เป้าหมายของ SDG พร้อมร่วมรับผิดชอบกับประชาคมโลกรักษาทรัพยากรทางทะเล และการทำประมงอย่างรับผิดชอบ ร่วมกำจัดปัญหาการทำประมง IUU และปัญหาการค้ามนุษย์ ในภาคประมงให้หมดสิ้นไป” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว