สศก.ตรวจแหล่งปลูกหอมหัวใหญ่ ถกเกษตรกรเชียงใหม่-ผู้ส่งออก วางแผนรองรับผลผลิตช่วงม.ค.-มี.ค. คุณภาพดีพร้อมลุยญี่ปุ่นตลาดหลัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/392249

x

สศก.ตรวจแหล่งปลูกหอมหัวใหญ่ ถกเกษตรกรเชียงใหม่-ผู้ส่งออก วางแผนรองรับผลผลิตช่วงม.ค.-มี.ค. คุณภาพดีพร้อมลุยญี่ปุ่นตลาดหลัก

วันพฤหัสบดี ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นางอัญชนา  ตราโช  รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์หอมหัวใหญ่ จ.เชียงใหม่ แหล่งปลูกหอมหัวใหญ่อันดับหนึ่ง และแหล่งส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย โดยลงพื้นที่ในอ.แม่วาง และอ.สันป่าตอง พร้อมประชุมหารือกับภาคส่วนต่างๆ อาทิ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เกษตรกร ประธานสหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่แม่วาง จำกัด ประธานสหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่บ้านกาดพัฒนา จำกัด และผู้ประกอบการส่งออกหอมหัวใหญ่ เพื่อติดตามสถานการณ์แนวทางบริหารจัดการสินค้าหอมหัวใหญ่ที่จะออกตลาดในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2562

สำหรับข้อมูลสถานการณ์การผลิตหอมหัวใหญ่ ปี 2562 (ปีเพาะปลูก2561/62) ข้อมูลพยากรณ์ ณ 7 มกราคม 2562  พบว่า จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย มีเนื้อที่เพาะปลูกรวม 9,233 ไร่ ลดลงเล็กน้อยจากปีที่แล้ว 70 ไร่ (ร้อยละ 0.75) เนื่องจากมีฝนตกช่วงต้นฤดูทำให้กล้าพันธุ์เสียหายปลูกได้ไม่เต็มพื้นที่ ผลผลิต 32,261 ตัน ลดลงจากปีที่แล้ว  25 ตัน (ร้อยละ 0.08)  ผลผลิตต่อเนื้อที่เก็บเกี่ยว 3,502 กิโลกรัม/ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 30 กิโลกรัม (ร้อยละ 0.86) เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ไม่มีโรคและแมลงรบกวน

ขณะนี้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วประมาณร้อยละ 30 ของผลผลิตทั้งหมด (ประมาณ 9,678 ตัน)  และจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม ส่วนราคาของผลผลิตช่วงต้นฤดูกาล (ปลายเดือนธันวาคม 2561  ถึง กลางเดือนมกราคม 2562 ) เกรดคละเฉลี่ยอยู่ที่ ประมาณ 10 บาท/กิโลกรัม ราคาใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ พบว่า หอมหัวใหญ่ในปีนี้มีคุณภาพดีกว่าปีที่แล้ว และเป็นพันธุ์ Super Rex ทั้งหมดตรงกับความต้องการของตลาดส่งออก คือ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดหลักของไทย โดยราคาหอมหัวใหญ่เกรดส่งออกคละ จะสูงกว่า 15 บาท/กก. อย่างไรก็ตาม ภาครัฐได้จัดเตรียมแนวทางในการบริหารจัดการหอมหัวใหญ่ที่จะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนมกราคม ถึง มีนาคม ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาสินค้าดังกล่าวมีความผันผวน โดยได้สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้แก่สหกรณ์ เพื่อชะลอการจำหน่ายผลผลิตโดยแขวนผลผลิตและเก็บผลผลิตเข้าห้องเย็นบางส่วนในช่วงที่ผลผลิตออกกระจุกตัวมาก และการกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิตผ่านเครือข่ายสหกรณ์  และจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้า (Traceability)  ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2561 และจะขยายผลต่อให้เป็นรูปธรรมต่อไป

Leave a comment