ส่องเกษตร : เลี้ยงไว้ไม่ให้โต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/391951

449007

ส่องเกษตร : เลี้ยงไว้ไม่ให้โต

วันพุธ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปร่วมงานเลี้ยงหลายงาน ในหลายๆ กลุ่มคน เป็นธรรมเนียมปฏิบัติหรืออย่างไรก็ไม่อาจทราบได้ ผู้ที่เข้าสู่วัยอาวุโสเช่นผมมักจะได้รับเชิญให้ไปกล่าวคำอวยพรปีใหม่ หรือกล่าวอะไรก็ได้ที่อยากจะกล่าวในงานเช่นนี้เสมอ ซึ่งก็นับว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้รับฟังข้อคิดเห็นและแนวคิดของหลายๆ ท่าน การเป็นผู้ฟังทำให้เราได้รับทราบแนวคิดที่แตกต่างไปจากมุมเดิมๆ ที่เราเป็นอยู่

หนึ่งในงานปีใหม่ที่ผมได้เข้าร่วม คือ งานของอดีตผู้บริหารธนาคารของรัฐแห่งหนึ่ง และมีอยู่ท่านหนึ่งเสนอความเห็นได้กระทบใจผมมาก ท่านได้กล่าวถึงนโยบายของรัฐที่มีต่อการพัฒนาการเกษตรของประเทศ สะท้อนความเป็นจริงของปี่กลองทางการเมืองที่กำลังโหมโรมอยู่ในปัจจุบัน นโยบายที่กล่าวสั้นๆว่า “นโยบายเลี้ยงไว้ไม่ให้โต”

เมื่อย้อนกลับไปพิจารณานโยบายของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทางการเกษตร ในทุกครั้งที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง มักจะยกความอยู่ดีกินดีของเกษตรกรมาเป็นเป้าหมายการพัฒนาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใด เพราะนักการเมืองมองทะลุว่าฐานเสียงที่สำคัญคือ เกษตรกร เกษตรกรที่พร้อมจะเชื่อมั่นต่อนโยบายที่ให้ผลประโยชน์เฉพาะหน้าในช่วง 3-4 ปี ของแต่ละกลุ่มก้อนทางการเมืองได้มีโอกาสเข้ามาบริหารประเทศนำเสนอ ทั้งนโยบายการประกันราคา นโยบายการรับซื้อข้าวทุกเมล็ด หรือนโยบายสินเชื่อเกษตรกรในรูปแบบต่างๆ

จะว่าไปแล้ว นโยบายเหล่านี้ เมื่อฝ่ายที่เสนอนโยบายได้เข้ามาบริหารประเทศ ก็มักจะผลักดันให้เกิดภาพที่สมบูรณ์ โดยที่เนื้อในไม่ได้ตอบโจทย์ความอยู่ดีกินดีเท่าใดนัก เกษตรกรผู้ที่ตกเป็นเครื่องมือของนโยบาย กลายเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง และรอคอยความหวังใหม่ๆ จากกลุ่มก้อนทางการเมืองใหม่ๆ อีกต่อไป และต่อไป โดยไม่สามารถหลุดพ้นไปจากวังวนนี้ได้ เรียกได้ว่า ถูกเลี้ยงไว้ไม่ให้โต นั่นเอง

ประสบการณ์ที่ผมประสบเอง กรณีของบัตรที่รัฐออกให้เกิดขึ้นในคราวที่ผมมีโอกาสได้ไปตรวจเยี่ยมการใช้บัตรในพื้นที่จังหวัดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน เกษตรกรซึ่งเป็นหญิงสูงวัยเดินทางมาร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตร เพื่อซื้อปุ๋ยไปใส่ในนาข้าว ผ่านกระบวนการใช้จ่ายผ่านระบบบัตรดังกล่าว ด้วยความสนใจผมเลยเข้าไปคุยด้วยว่าใช้ปุ๋ยอะไรในนาข้าวและตอนนี้ข้าวที่ปลูกอยู่ในระยะใด เกษตรกรรายนั้นตอบผมมาว่าใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในนาข้าวระยะแตกกอตามที่ร้านค้าจัดให้ พอได้ฟังคำตอบ ผมถึงกับยืนอึ้งไป เพราะปกติแล้วปุ๋ยสูตรนี้นับว่าเป็นปุ๋ยที่มีราคาค่อนข้างสูง และใช้สำหรับพืชสวนเป็นหลัก ไม่มีคำแนะนำให้ใช้ในนาข้าว มันก็แปลกดี แต่เมื่อผมทบทวนแล้ว ผู้ที่ได้ประโยชน์จากการขายปุ๋ยสูตรนี้ให้เกษตรกร คงหนีไม่พ้นร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิต และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าปุ๋ย ในขณะที่เกษตรกรรายดังกล่าว ต้องรับสภาพกับการใช้ปุ๋ยที่ไม่ถูกสูตร ไม่ถูกวิธี ไม่ถูกเวลากันไป ผลตอบแทนที่ได้จากการทำนาด้วยการลงทุนใช้ปัจจัยการผลิตที่ไม่ถูกต้อง คงไม่ต้องพูดอะไรกันมาก วัยรุ่นสมัยนี้เขาเรียกว่า ไม่พูดมาก เจ็บคอ

ในท่ามกลางนโยบายเลี้ยงไว้ไม่ให้โต ยังมีเกษตรกรอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งตัดขาดจากนโยบายดังกล่าว สามารถยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตนเอง พัฒนาการเกษตรบนพื้นฐานของความรู้ โดยไม่หวังพึ่งนโยบายขายฝันจากกลุ่มก้อนนักการเมือง เกษตรกรกลุ่มนี้จึงสามารถเติบโตในอาชีพของตนเอง ไม่ว่านโยบายจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร โดยส่วนตัวแล้ว ผมชื่นชมกับวิธีคิดของเกษตรกรกลุ่มนี้มาก ผมไม่ขอฟันธงว่าเกษตรกรกลุ่มนี้เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือเป็นเกษตรกรรุ่นเก่า เพราะเท่าที่ผมได้สัมผัสอายุไม่ได้เป็นอุปสรรคในการพัฒนาให้หลุดพ้นจากวงจรเลี้ยงไว้ไม่ให้โต มันขึ้นกับว่าจะเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนแปลง หรือ เรียนรู้ด้วยความเคยชิน

ปี่กลองการเมืองเริ่มแล้ว เราจะยอมเลี้ยงไม่โต หรือ เราจะโตกันเสียที

สมชาย ชาญณรงค์กุล

Leave a comment