ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/391955
x
ไทย-กัมพูชาจับมือคุมเข้มศัตรูพืช สร้างเครือข่ายพัฒนาด่านกักกัน
นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมฯเป็นเจ้าภาพจัดประชุมหารือความร่วมมือด้านกักกันพืชไทย-กัมพูชา ระหว่างวันที่ 27-29 มกราคม 2562 ณ โรงแรมแคนทารี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นการประชุมบูรณาการความร่วมมือด้านกักกันพืชอย่างเป็นทางการครั้งแรกระหว่างไทยและกัมพูชา โดยมีท่าน H.E. Ngin Chhay, Delegate of Royal Government of Cambodia, Director General of the GeneralDirectorate of Agricultureเป็นหัวหน้าคณะฝ่ายกัมพูชา วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านกักกันพืชระหว่างหน่วยงานกักกันพืชของไทยและกัมพูชา ส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืช ตลอดจนสนับสนุนเฝ้าระวังศัตรูพืชที่อาจติดมากับการค้าระหว่างประเทศ และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่ด่านพรมแดนทั้งสองประเทศ จะส่งผลต่อการทำงานร่วมกันในอนาคต
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดแนวพรมแดนไทย-กัมพูชา ที่มีระหว่างทางกว่า 798 กิโลเมตร จากจ.ตราดถึงจ.อุบลราชธานี มีด่านตรวจพืชตั้งอยู่ 7 ด่าน ครอบคลุมจุดผ่านแดนถาวรทั้ง 6 แห่ง และจุดผ่อนปรน 9 แห่ง รวมทั้งสิ้น 15 แห่ง นับว่าทั้งสองประเทศมีช่องทางนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างกันเป็นจำนวนไม่น้อย จึงอาจเกิดความเสี่ยงต่อการติดเข้ามาของศัตรูพืชได้ โดยเฉพาะเมื่อการค้าสินค้าเกษตรขยายตัวเพิ่มมากขึ้น และตามกฎหมายว่าด้วยการกักกันพืชของไทย การนำเข้าสินค้าพืชซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามเพื่อการค้าจะต้องทำการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชก่อน
สำหรับกัมพูชามีสินค้าที่ผ่านการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชแล้ว 9 ชนิด ได้แก่ พริก ผลสดของพืชตระกูลส้ม เมล็ดพันธุ์มะเขือเทศ ผลสดของพืชตระกูลกล้วย หัวมันฝรั่งสำหรับการแปรรูป เมล็ดข้าวโพด มันสำปะหลัง สบู่ดำ และ มะม่วงแก้ว การนำเข้าสินค้ามีการกำหนดเงื่อนไขในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืชที่แตกต่างกันไปในแต่ละชนิดสินค้า เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะไม่มีการติดเข้ามาของศัตรูพืชที่สำคัญระหว่างกันได้ จากนั้นคณะกรมวิชาการเกษตรของกัมพูชายังเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชของไทย ณ จุดผ่านแดนบ้านเขาดิน ตลอดจนเยี่ยมชมการปฏิบัติงานในเขตควบคุมศัตรูพืช ซึ่งเป็นไปตามพ.ร.บ.กักพืช พ.ศ.2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และมาตรฐานสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชระหว่างประเทศภายใต้อนุสัญญาการอารักขาพืชระหว่างประเทศ